วันอังคาร , ธันวาคม 10 2019
Breaking News
Download http://bigtheme.net/joomla Free Templates Joomla! 3
Home / คอลัมน์ / ลำพะยา !! อ้อมกอดแห่งหุบเขาและความสูญเสีย “ฟังเสียง รักชาติ สุวรรณ”

ลำพะยา !! อ้อมกอดแห่งหุบเขาและความสูญเสีย “ฟังเสียง รักชาติ สุวรรณ”

โดย… รักชาติ สุวรรณ์ ….เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ชายแดนใต้


.
ผู้เขียนมีเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน เล่นกีฬาด้วยกัน มีรุ่นพี่ที่เคยแข่งกีฬาอยู่ในตำบลลำพะยา หลายคน และในช่วงเวลาที่ผ่านมายังได้รู้จักน้องๆ อีกหลายต่อหลายคนที่นั่น
.
ผู้เขียนเดินทางไปยังลำพะยาบ่อยครั้ง จากเส้นทางลำใหม่เข้าไปถึงลำพะยา เป็นเส้นทางที่ร่มรื่นมีต้นไม้น้อยใหญ่ตลอดเส้นทาง
.
ลำพะยามีธรรมชาติที่งดงาม เขานางแก้วเป็นที่หนึ่งที่มีผู้คนนิยมไปกางเต็นท์นอนเพื่อที่จะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก
.
หุบเขาลำพะยาก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชั้นดีของคนที่นี่ หรือผู้คนจากในเขตเมือง พวกเขามักนิยมนำนักเรียน นักศึกษาไปเรียนรู้ธรรมชาติ น้ำตกบือตงหรือบูตงก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่มักมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนบ่อยๆ
.
ผลไม้ของลำพะยาก็แสนจะอร่อย ผู้เขียนจำได้ว่าในช่วงที่เรียนระดับมัธยม เคยไปกินทุกเรียนบ้านเพื่อนที่อยู่ในตำบลลำพะยา เพื่อนพาเดินขึ้นเขาเพื่อไปยังสวนทุเรียน ทั้งๆที่สวนในที่ราบก็มี ทำให้มีการแซวกันว่า ที่พาไปกินบนเขาเพราะเมื่อเวลาเดินทางกลับจะได้ไม่หอบหิ้วเอาทุเรียนกลับบ้านมากนัก เพราะหนทางไกลนั่นเอง
.
ความทรงจำเช่นนี้ที่มีต่อลำพะยา เป็นความทรงจำที่อบอุ่นและสวยงาม แต่มาวันนี้ความทรงจำอันนั้นมันเหมือนจะถูกทุบจนบุบสลาย
.
ผู้เขียนทราบเรื่องเหตุการณ์ถล่มยิงป้อมชรบ.ลำพะยาที่เกิดขึ้นกลางดึกของวันที่ 5 พ.ย. 2562 เอาในช่วงเช้าของวันถัดมาคือวันที่ 6 พ.ย. พอรู้ข่าวก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปยังพื้นที่เกิดเหตุทันที แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปจนถึงจุดเกิดเหตุได้ จึงต้องเดินทางกลับ
.
ในขณะที่ขับรถกลับที่พักนั้น ก็พบว่าบนเส้นทางที่เพิ่งใช้เดินทางเข้าไป ไม่สามารถใช้เดินทางผ่านออกมาได้ เพราะเจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปเก็บกู้ระเบิดที่ถูกวางเอาไว้ข้างทาง ผู้เขียนได้แต่นึกหวาดเสียวในใจ เพราะก่อนหน้านั้นไม่ถึงชั่วโมงดีเพิ่งจะขับรถเข้าไปโดยที่ไม่รู้แม้แต่น้อยว่ามีระเบิด


.
ต่อมาเช้าวันที่ 8 พ.ย. 2562 ผู้เขียนและทีมงานภาคประชาสังคมชายแดนใต้ ร่วมกับภาคประชาสังคมส่วนกลางได้เดินทางไปยังวัดลำพะยา เพื่อมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับญาติผู้เสียชีวิต และได้เดินทางเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ
.
เมื่อได้เห็นสถานที่ที่หลายฝ่ายเรียกว่าป้อมชรบ. ซึ่งโดนห่ากระสุนปืนเกือบรอบด้าน ปรากฎร่องรอยเหมือนอักษรรูปตัว L ก็คิดได้ทันทีว่า กลุ่มคนที่เข้าโจมตีนั้นน่าจะต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างแน่นอน เพราะชัดเจนว่ามันเป็นการโจมตีอย่างมีรูปแบบ ส่วนสำหรับสถานที่ของชรบ.นั้นท่านจะเรียกมันว่าป้อมหรือฐานชรบ. ก็สุดแล้วแต่ครับ
.
แต่สำหรับผู้เขียนแล้วเห็นว่า สถานที่เช่นนี้อันที่จริงควรจะเป็นที่ประชุมหรือเป็นที่รวมตัวกันของชาวบ้าน หรือไม่ก็เป็นที่สำหรับนั่งพักผ่อนมากกว่าจะเป็นจุดที่เป็นป้อมสำหรับการต่อสู้ แถมไฟส่องสว่างไม่มี มันตั้งอยู่ท่ามกลางความมืดของสวนยางพาราก็ว่าได้
.
ในส่วนของชรบ.เอง ผู้เขียนยังคงคิดว่าพวกเขาไม่ใช่พลรบ แต่เป็นพลเรือน ความเห็นนี้อาจจะขัดกับการตีความของหลายๆ ฝ่ายในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศก็เป็นได้
.
แต่ผู้เขียนอยากจะสะท้อนประเด็นปัญหาของพื้นที่ว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2547 คนที่ตกเป็นเป้าไม่ว่าจะเป็นคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธหรือคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ต่างต้องดูแลชุมชนของตนเองด้วยการจัดตั้งกลุ่มชรบ. ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพารัฐในการให้ความช่วยเหลือ เพราะในทางความเป็นจริง ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถที่จะจัดหาหรือจัดซื้ออาวุธปืนเป็นของตัวเองได้ ในขณะที่อีกด้านพวกเขาก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีอาวุธเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงาน ซึ่งอาวุธปืนที่ใช้ส่วนใหญ่ก็คือปืนลูกซองที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมการปกครอง
.
แม้จะมีอาวุธเช่นนี้ แต่ ชรบ.ก็ไม่ได้ทำการฝึกฝนมาเพื่อจะสู้รบ เพียงแต่พวกเขามีความจำเป็นที่จะต้องฝึกในเรื่องของการใช้อาวุธบ้างเล็กน้อยเพื่อให้ใช้เป็นเท่านั้นเอง
.
ผู้เขียนจึงให้คำนิยามชรบ.ว่ายังคงเป็นพลเรือน ส่วนหนึ่งยังเนื่องจากเหตุผลที่ว่า ชรบ.เหล่านี้ไม่ได้ทำงานรักษาความปลอดภัยเช่นนี้เต็มเวลา เช้าขึ้นมาพวกเขาต้องไปทำงานแล้วแต่สาขาอาชีพ บ้างกรีดยาง บ้างก็ทำสวน บ้างไปทำงานในส่วนราชการ ตกเย็นหรือได้เวลาที่จะต้องอยู่เวรยาม ก็จะไปทำหน้าที่ชรบ.ทั้งนี้ด้วยจิตอาสาเท่านั้นเอง
.
เพราะว่าพวกเขาอยากให้ชุมชนของตนเองปลอดภัย อยากจะรักษาวิถีที่สวยงามและอบอุ่นนั้นเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรง มันเป็นความพยายามที่เกิดขึ้นเนื่องจากผู้คนต้องการความปลอดภัยไม่ใช่เพราะต้องการติดอาวุธไล่ล่าฝ่ายใด แต่มาในวันนี้ความตายของพวกเขาได้เพิ่มบาดแผลอันร้าวลึกอีกหนึ่งให้กับพื้นที่นี้
.
ผู้เขียนขอไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตทุกท่าน ขอให้พี่น้องประชาชนในตำบลลำพะยาก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ในที่สุด
.
#โอบกอดลำพะยา
#ปกป้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
#ลำพะยา

เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ชายแดนใต้

About Oxegen

Check Also

แม้สภาจะล้ม กมธ.​ ม. 44 แต่ประชาชนยังมีร่างกฎหมาย​ “ปลดอาวุธ คสช.”

(อจ.สูโกร ดินอะ …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *