อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
#สถานการณ์ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ถูกมติ อกพ. กระทรวงสาธารณสุข สั่งปลดออกจากราชการในช่วงก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ (มกราคม 2569) กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวในระบบรัฐราชการและการเมืองไทยอย่างชัดเจน
สถานการณ์ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ถูกมติ อกพ. กระทรวงสาธารณสุข สั่งปลดออกจากราชการในช่วงก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ (มกราคม 2569) กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวในระบบรัฐราชการและการเมืองไทยอย่างชัดเจน
1. ข้อสังเกตเรื่อง “จังหวะเวลา” และ “ที่มาของมติ”
ประเด็นที่น่าเคลือบแคลงที่สุดคือ Timeline ของเหตุการณ์:
- เหตุเกิดปี 2564: กรณีจัดซื้อ ATK ช่วงโควิด ซึ่งเป็นการทำงานในภาวะฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตประชาชน
- สอบวินัยปี 2566: เกิดขึ้นในช่วงที่คุณหมอคัดค้านนโยบายกัญชาเสรี
- มติปลดปี 2569: เกิดขึ้นหลังคุณหมอลาออกมาสมัคร สส. และในช่วงที่กระแสความนิยมของพรรคประชาชนในพื้นที่สงขลาเข้มแข็ง
ความผิดปกติของมติ 4 ต่อ 3:
- เสียงข้างมาก (4): เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของฝ่ายการเมือง
- เสียงข้างน้อย (3): เป็นผู้ทรงคุณวุฒิอิสระและตัวแทน ก.พ. ที่เห็นว่าไม่ควรถึงขั้นปลดออก
2. การเมืองเชิงโครงสร้าง: “มะเร็งร้าย” ในระบบราชการ
ระบบราชการไทยกำลังเผชิญกับ การแทรกแซงโดยอำนาจมืดและการเมืองสีเทา ซึ่งมีลักษณะดังนี้:
- ระบบอุปถัมภ์: ข้าราชการต้องยอมทำตาม “ธง” ของฝ่ายการเมืองเพื่อความก้าวหน้าหรือเพื่อความอยู่รอด
- การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ (Lawfare): การขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาใช้เช็คบิลย้อนหลังเพื่อสกัดกั้นคู่แข่งทางการเมือง
3. มุมมองทางศาสนาและจริยธรรม (หลักการอิสลาม)
กฎนิติศาสตร์อิสลาม “Irtikab Akhaf al-Dararayn” (การเลือกสิ่งที่มีโทษเบากว่า) มาอธิบายสถานการณ์การเมืองเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก:
- ในโลกแห่งความเป็นจริงที่อาจไม่มี “ตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ” หรือ “ขาวสะอาด 100%”
- หลักการนี้สอนให้ประชาชนใช้ปัญญาพิจารณาว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ทางเลือกใดจะสร้างความเสียหายต่อสังคมน้อยที่สุด หรือทางเลือกใดจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง
4. สารจากฝ่ายสนับสนุน (พรรคประชาชน & ธนาธร)
การรณรงค์ในครั้งนี้เปลี่ยนจากเรื่อง “ตัวบุคคล” ให้กลายเป็น “การสู้กับระบบ”:
- ใช้ความคับแค้นใจจากความไม่เป็นธรรมเป็นแรงผลักดันไปสู่คูหาเลือกตั้ง
- ชูสโลแกน “รื้อโครงสร้าง สร้างอำนาจรัฐประชาชน” เพื่อสื่อว่าหากไม่แก้ที่โครงสร้าง ข้าราชการน้ำดีคนอื่นๆ ก็อาจประสบชะตากรรมเดียวกับหมอสุภัทร
บทสรุป
กรณีหมอสุภัทรไม่ใช่แค่เรื่องของ “หมอนักกิจกรรม” คนหนึ่ง แต่มันคือ บททดสอบของกระบวนการยุติธรรมและระบบธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข ว่าจะทนทานต่อแรงกดดันทางการเมืองได้หรือไม่ และผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นคำตอบจากประชาชนว่าพวกเขา “ยอมรับ” หรือ “ปฏิเสธ” วัฒนธรรมการเมืองแบบนี้
413 total views, 413 views today

More Stories
เลือกตั้ง 69: เมื่อเสียง “เด็กจะนะ” ปะทะนโยบายพรรคใหญ่ ทวงคืนอนาคตผ่านการศึกษา และ SEA ที่ยั่งยืน
บันทึกประวัติศาสตร์ 8 กุมภาฯ: ปลุกพลังประชามติ “ปลดล็อกอนาคตไทย” ก้าวข้ามวาทกรรมแบ่งแยก-ล้มสถาบัน
เลือกตั้ง 69 : “มัสยิดท่าอิฐ นนทบุรี” แบบอย่างอีกหนึ่งมัสยิด ต้านซื้อสิทธิ์ขายเสียงถึงขั้น “ปลดออกจากสับปุรุษมัสยิด ไม่ได้รับสิทธิ์สวัสดิการต่างๆ”