อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

[จะนะ, สงขลา – 25 มกราคม 2569] ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญเกิดขึ้น ณ อำเภอจะนะ เมื่อนักเรียนโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) จัดกิจกรรม “คืนชีวิตส้มจุก ผลไม้ล้ำค่าปักษ์ใต้” ภายใต้โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 17 ภาคขยายผล สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาคด้วยยอดผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน
จากผลไม้ใกล้สูญพันธุ์ สู่ “ขุมทรัพย์” ทางเศรษฐกิจ
“ส้มจุกจะนะ” ไม่ได้เป็นเพียงผลไม้รสเลิศที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังถูกยกระดับให้เป็น Soft Power ชิ้นสำคัญของจังหวัดสงขลา งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแรงหนุนสำคัญจาก พลตรี กิตติภาพ เธียรสิริวงษ์ เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ย้ำชัดถึงการบูรณาการระหว่างหน่วยงานความมั่นคง ภาครัฐ และเอกชนชั้นนำอย่าง บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เพื่อเปลี่ยนไอเดียของเยาวชนให้กลายเป็นรายได้ที่จับต้องได้จริง
ไฮไลต์งาน: นวัตกรรมกินได้ และสีสันพหุวัฒนธรรม
บรรยากาศภายในศาลาประชาคมอำเภอจะนะเต็มไปด้วยความคึกคัก เยาวชนจากหลากหลายโรงเรียนทั่วภาคใต้เดินทางมาร่วมงานจนล้นพื้นที่ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ
- นิทรรศการ 6 บูธแห่งการเรียนรู้: เจาะลึกตั้งแต่ต้นกำเนิดส้มจุกไปจนถึงกระบวนการแปรรูปที่ทันสมัย
- นวัตกรรมอาหาร: การเปิดตัวผลิตภัณฑ์แปรรูปสุดสร้างสรรค์ เช่น ชิฟฟ่อนเค้กส้มจุก, ไอศครีมส้มจุก และไซรัปส้มจุก ที่พร้อมต่อยอดสู่ตลาดสากล
- Content Creator Space: การประกวดคลิปวิดีโอเพื่อสื่อสารเรื่องราวส้มจุกสู่โลกดิจิทัล
- ศิลปะพหุวัฒนธรรม: การแสดงกอซีดะห์ที่สะท้อนถึงความสามัคคีและความงดงามของวิถีชีวิตชาวใต้
ความสำเร็จที่กินความหมายมากกว่า “อีเวนต์”
โครงการนี้บริหารจัดการโดยทีมแกนนำเยาวชน นำโดย นายชนะพล ไชยแก้ว และคณะทำงานนักเรียน ภายใต้การดูแลของ อาจารย์มูฮัมหมัดซาฟีอีน อุเซ็ง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า “พลังบริสุทธิ์ของเยาวชน” สามารถขับเคลื่อนงานระดับจังหวัดได้อย่างมืออาชีพ
ผลลัพธ์ของโครงการครอบคลุม 5 มิติสำคัญ (SDGs 5P)
- People: เยาวชนมีทักษะอาชีพและภาคภูมิใจในรากเหง้า
- Planet: เกิดการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
- Prosperity: สร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนและช่องทางการตลาดใหม่
- Peace: ลดช่องว่างระหว่างวัยผ่านการทำงานร่วมกันของเด็กและผู้ใหญ่
- Partnership: ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานรัฐ
ก้าวต่อไปสู่เวทีระดับประเทศ
ด้วยความสำเร็จอย่างท่วมท้น โครงการเตรียมขยายผลสู่ความร่วมมือกับ ศอ.บต. และเตรียมนำเสนอในเวทีรัฐสภา (โครงการนวัตกรรมประชาธิปไตย) เพื่อใช้เป็น “จะนะโมเดล” ในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
“วันนี้เราไม่ได้แค่จัดงานอีเวนต์ แต่เรากำลังร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ให้ส้มจุกจะนะกลับมามีชีวิตและเติบโตอย่างสง่างามอีกครั้ง”
หมายเหตุ
โครงการคืนชีวิตส้มจุก ผลไม้ล้ำค่าปักษ์ใต้
วันที่ 25 มกราคม 2569
เวลา 08.00 – 16.00 น.
ณ ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ผู้รับผิดชอบโครงการ
- นายชนะพล ไชยแก้ว ประธาน
- นายมูฮัมหมัดอาลี เหล็มโส๊ะ รองประธาน
- นางสาววนณัชชญา บำรุง เลขานุการ
- นางสาววานีต้า ช่างหมาน เหรัญญิก
- นางสาวอนัญดา วรรณกิจ กรรมการ
- นายณัฐรัฐ ประสีทอง กรรมการ
- นางสาวนาบีลา บุญวาสนารัก กรรมการ
- นางสาวตัสนีม ล่อหลี กรรมการ
- นางสาวศวิตา หมาดเส็น กรรมการ
- นายมูฮัมหมัดซาฟีอีน อุเซ็ง อาจารย์ที่ปรึกษา
ภาพรวมโครงการ
เป็นโครงการที่ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะชีวิตให้แก่เยาวชนในโรงเรียนและชุมชน ผ่านการแปรรูปผลผลิตท้องถิ่น “ส้มจุกจะนะ” ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในรูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น ชิฟฟ่อน ไอศครีมส้มจุก ไซรัปส้มจุก โดยมีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้จากวิทยากร และการจัดนิทรรศการแสดงผลงาน
โครงการนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยเยาวชนผู้เข้าร่วมได้รับการพัฒนาในด้านทักษะอาชีพ การทำงานเป็นทีม และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ถิ่นฐาน นอกจากนี้ โครงการยังครอบคลุมพื้นที่ศูนย์วิสาหกิจบ้านแคเหนือ ตำบลแค อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า การสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน เยาวชน และชุมชน และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่นให้สืบสานยั่งยืนต่อไป
วัตถุประสงค์
- เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และฝึกทักษะด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชท้องถิ่น
- เพื่อฟื้นฟูและสร้างคุณค่าให้อัตลักษณ์พันธุ์พืชท้องถิ่น “ส้มจุก” ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการจัดนิทรรศการ
- เพื่อกระตุ้นการอนุรักษ์พืชพันธุ์ท้องถิ่น ส่งเสริมการบริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ
วิธีดำเนินงาน
- ประชุมวางแผนดำเนินโครงการ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบเป็นฝ่ายต่างๆ ได้แก่ ฝ่ายสื่อ ฝ่ายพีอาร์ ฝ่ายโฆษก ฝ่ายอาคารสถานที่ และฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์
- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์วิสาหกิจ โรงเรียน ที่ว่าการอำเภอจะนะ และผู้ให้การสนับสนุน
- ออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แบนเนอร์ โปสเตอร์ และโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย และเปิดรับสมัครคณะทำงานผ่านโซเชียลมีเดีย
- เตรียมสถานที่และอุปกรณ์สำหรับการจัดกิจกรรม เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ป้ายนิทรรศการ และอุปกรณ์ในการจัดทำกิจกรรม
- จัดกิจกรรมหลัก เช่น การเล่าเรื่องราวส้มจุก กิจกรรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับส้มจุก และออกบูธผลิตภัณฑ์ส้มจุก
- เก็บข้อมูลผู้เข้าร่วมกิจกรรม ถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอ เพื่อใช้ในการสรุปและประชาสัมพันธ์ต่อไป
- สรุปและประเมินผลการดำเนินโครงการรายงานต่อผู้ให้การสนับสนุน
ผลลัพธ์ที่จะเกิดใน 5 มิติ (SDGs 5P)
- People: เยาวชนได้รู้จักผลไม้ที่มีความล้ำค่าอย่างส้มจุก และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเพื่อสร้างอาชีพในอนาคตได้
- Planet: มีการอนุรักษ์พืชพรรณท้องถิ่น ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างคุ้มค่า
- Partnership: สินค้าแปรรูปจากส้มจุก เช่น ชิฟฟ่อนเค้กส้มจุก ไซรัปส้มจุก
- Peace: เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ได้ทำงานร่วมกัน ลดช่องว่างระหว่างวัยและเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
- Prosperity: ความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ศูนย์วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเยาวชน เป็นเครือข่ายการพัฒนา
หมายเหตุ ดูวิดิโอและภาพย้อนหลังใน
1. https://drive.google.com/file/d/1_5xOOYPyHRFGhhSfKiu7AK7jAAX6SJYS/view?usp=drivesdk
2. https://drive.google.com/file/d/18XXGFAzBXu-VQT_cqFpzAqnjIo75NcLk/view?usp=drivesdk

473 total views, 473 views today

More Stories
นายอำเภอเบตง เยี่ยมชมการดำเนินงานของผู้ประกอบสวนทุเรียน กม.16 ตำบลตาเนาะแมเราะ พร้อมรณรงค์ส่งเสริมการทำเกษตรสีเขียว (Green Agriculture) ระบบการเกษตรที่เน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เกิดเหตุไฟไหม้ป่าหญ้าและสวนทุเรียนเพิ่งปลูกของชาวบ้าน เสียหาย 5 ไร่ ด้านนายกเทศมนตรีเมืองเบตงขอความร่วมมือชาวบ้านพี่น้องเกษตรกร งดการเผาในช่วงหน้าแล้ง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำคณะกรรมการตรวจประเมินผลงานกำนันตำบลธารน้ำทิพย์ เพื่อเข้ารับรางวัลกำนันผู้ใหญ่บ้านและอื่นๆ ประจำปี 2569