มกราคม 29, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

บทเรียนมิมบัร จะนะ : 8 กุมภา ภารกิจมุสลิม “เลือกตั้งกับประชามติ” เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก ร่วมพัฒนาประเทศ

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      ศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ตรงกับ 3 ชะอ์บาน 1447 ได้มีโอกาสอ่านคุตบะห์วันศุกร์ที่มัสยิดกลางจะนะ จังหวัดสงขลา อธิบายถึงความสำคัญของเดือนชะอ์บานในทางศาสนาและวิถีศาสดาก่อนต้อนรับรอมฎอน ในขณะที่ในทางสังคม เดือนนี้ก่อนรอมฎอนประมาณหนึ่งอาทิตย์คือ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มุสลิมมีอีกหนึ่งภารกิจที่จะต้องรับผิดชอบและตอบต่อพระเจ้าในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ คือการเลือกตั้งและลงประชามติ

กล่าวคือ

การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำคัญกับประชาชน!
เพราะประชาชนมีส่วนร่วมถึง 2 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้

1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพื่อเลือกผู้แทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่สำคัญ เช่น

  • ออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
  • พิจารณาจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อพัฒนาประเทศ
  • ตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
  • นำปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนเข้าสู่สภา

2. การออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบหรือไม่แสดงความคิดเห็น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

  การออกเสียงประชามติเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางการปกครองประเทศโดยตรง และเป็นการยืนยันว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน

    ในขณะที่การที่ทุกคนจะกาเบอร์ไหน พรรคไหน เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ขอให้ทำด้วยเหตุผล ไม่จากอามิตสิญจ้าง ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งผิดทั้งกฎหมายอิสลามและกฎหมายไทย

ในขณะที่เชค ยูซุฟ อัล-กอรฎอวีย์ ได้สะท้อนถึงแนวทางสายกลาง (Wasatiyyah) เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งจะเทียบเคียงได้มีดังนี้

1. การเมืองคือการชั่งน้ำหนัก “ผลประโยชน์และผลเสีย”

  • ไม่มีขาวจัดหรือดำจัด: ในระบบการเมืองมักไม่มีตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ มุสลิมจึงต้องใช้หลัก Muwazanat (การชั่งน้ำหนัก)
  • หลักการเลือก: หากทุกทางเลือกแย่หมด ให้เลือก “สิ่งที่เลวน้อยกว่า” (Ahwan al-Sharrayn) เพื่อป้องกันความเสียหายที่ใหญ่กว่า
  • การนิ่งเฉยคือความเสี่ยง: การไม่เลือกเลยอาจเปิดทางให้ผู้ที่มีอคติร้ายแรงต่อศาสนาขึ้นมีอำนาจ ซึ่งส่งผลเสียมากกว่า

2. เกณฑ์การพิจารณาพรรคการเมือง (Fiqh al-Awwaliyyat)
เมื่อไม่มีพรรคที่ตรงตามหลักการศาสนา 100% ให้พิจารณาจาก

  • ความเป็นธรรม: นโยบายลดความเหลื่อมล้ำและไม่ละเมิดสิทธิ
  • เสรีภาพทางศาสนา: พรรคที่เปิดกว้างและไม่คุกคามการปฏิบัติศาสนกิจ
  • ตัวบุคคล: ความซื่อสัตย์ โปร่งใส และสร้างความเสียหายน้อยที่สุด

3. ตรรกะทางนิติศาสตร์อิสลาม (Qaidah Fiqhiyyah)

  • ไม่ใช่การยอมรับความเลว: การเลือกสิ่งที่แย่น้อยกว่า คือการรักษาผลประโยชน์ส่วนใหญ่ (เช่น สิทธิพลเมือง) ไว้
  • ทำไม่ได้ทั้งหมด อย่าทิ้งทั้งหมด: หากหาที่สมบูรณ์แบบไม่ได้ ก็ต้องมีส่วนร่วมเพื่อประคองสถานการณ์ไม่ให้แย่ลง (Darurah)
  • เป้าหมายสูงสุด: คือการลดความเสียหาย (Taqliil al-Mafasid) ให้เหลือน้อยที่สุดในสังคม

“อิสลามสอนให้แม้จะแตกต่างด้านการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองก็ไม่ทำให้แตกแยก แตกต่างแต่ไม่แตกแยก การเมืองจบคือจบ”

     นี่คือหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมตามครรลองของอิสลาม แนวคิด “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขวัญ แต่มีรากฐานมาจากคำสอนที่เน้นเรื่องความสามัคคี (Wuhdah) และการให้เกียรติในความเป็นมนุษย์

นี่คือมุมมองที่อิสลามสอนเกี่ยวกับการจัดการความเห็นต่าง โดยเฉพาะเรื่องทางโลกอย่างการเมือง

1. ความแตกต่างคือความเมตตา (Ikhtilaf)
      ในทางวิชาการอิสลาม มีคำกล่าวว่าความแตกต่างทางความคิดของเหล่านักวิชาการคือความเมตตา เพราะมันทำให้เกิดทางเลือกและการยืดหยุ่น การเมืองก็เช่นกัน มันคือเรื่องของ “ทัศนะ” (Ijtihad) ในการบริหารจัดการดุนยา (โลกนี้) ซึ่งแต่ละคนย่อมมองเห็นทางออกที่ต่างกันได้

2. รักษาสายสัมพันธ์ (Silaturahim)
      อิสลามให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องและเพื่อนมนุษย์สูงมาก การตัดขาดกันเพียงเพราะความเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและขัดกับหลักการศาสนา

  • เป้าหมายสูงสุด: คือการทำความดีต่อกัน
  • ขอบเขต: ความเห็นต่างควรจบลงที่โต๊ะสนทนา จบที่คูหา แต่ความเมตตาต้องคงอยู่ตลอดไป

3. มารยาทในการเห็นต่าง (Adab al-Ikhtilaf)
      เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน อิสลามสอนให้ใช้ “มารยาท” นำหน้า “อารมณ์”

  • พูดจาด้วยถ้อยคำที่ดี: ไม่ด่าทอ สบประมาท หรือเหยียดหยามหรือด้อยค่าฝ่ายที่คิดต่าง
  • ใจกว้าง: ยอมรับว่าเราอาจจะผิด และเขาอาจจะถูก หรืออาจจะถูกในมุมที่ต่างกัน
  • ความยุติธรรม: แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้าม เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมและไม่ละเมิดสิทธิของเขา

4. การเมืองจบคือจบ (Amanah)
     เมื่อกระบวนการตัดสินใจหรือการเลือกตั้งสิ้นสุดลง อิสลามสอนให้เรามุ่งหน้าต่อไปเพื่อส่วนรวม (Maslahah) การจมปลักอยู่กับความขัดแย้งมีแต่จะทำให้สังคมอ่อนแอลง การยอมรับกติกาและการทำหน้าที่ของตนเองในฐานะพลเมืองที่ดีคือสิ่งสำคัญ

สรุปสั้นๆ
     ความเชื่อทางศาสนา (Aqidah) คือสิ่งที่รวมเราไว้ ส่วนความเห็นทางการเมืองคือวิธีการที่แปรผันได้ การรักษา “หัวใจ” ของกันและกันสำคัญกว่าการเอาชนะด้วย “เหตุผลทางการเมือง”

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00–17.00 น. พร้อมกันที่คูหา

#เลือกตั้งสส  #ออกเสียงประชามติ #เลือกตั้งสสและออกเสียงประชามติ #สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง #กกต

 368 total views,  368 views today