อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
บทนำ: เมื่อการพัฒนาไม่อาจเดินหน้าโดยปราศจากเสียงของประชาชน

ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งในคำถามสำคัญที่สังคมตั้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องคือ “ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของพื้นที่มากน้อยเพียงใด”
แม้รัฐจะจัดตั้งกลไกพิเศษหลายรูปแบบเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและสร้างสันติสุข แต่ข้อจำกัดสำคัญยังคงอยู่ที่การตัดสินใจจำนวนมากยังรวมศูนย์อยู่ในส่วนกลาง ขณะที่เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่กลับมีสถานะเพียง “ข้อเสนอ” มากกว่า “อำนาจร่วมกำหนด”
ข้อเสนอในการปรับปรุงพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขกฎหมายทางเทคนิค แต่เป็นความพยายามในการสร้างระบบการบริหารที่ “ยึดโยงกับประชาชน” มากขึ้น ผ่านการยกระดับบทบาทของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีอำนาจในการตรวจสอบ เสนอแนะ และกำกับทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
สถานการณ์: จากเวทีรับฟัง สู่ข้อเสนอเรื่อง “อำนาจร่วม”
ในช่วงที่ ศอ.บต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ฉบับแก้ไข) ได้มีข้อเสนอจากภาคประชาชน นักวิชาการ และองค์กรภาคสังคมจำนวนมาก ที่เห็นตรงกันว่า การสร้างสันติสุขระยะยาวจำเป็นต้องอาศัย “การกระจายอำนาจ” และ “การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง”
ข้อเสนอสำคัญที่ได้รับความสนใจ ได้แก่
- การปรับองค์ประกอบของสภาที่ปรึกษาฯ ให้มาจากการเลือกหรือการสรรหาที่เปิดกว้างมากขึ้น
- การลดบทบาทการแต่งตั้งจากฝ่ายบริหาร
- การเพิ่มสัดส่วนของสตรี เยาวชน และภาคประชาสังคม
- การให้อำนาจสภาที่ปรึกษาฯ ในการตรวจสอบงบประมาณและติดตามนโยบาย
บางข้อเสนอถึงขั้นเปรียบเปรยว่า สภาที่ปรึกษาฯ ควรมีบทบาทคล้าย “รัฐสภาขนาดย่อมของชายแดนใต้” เพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางระหว่างรัฐกับประชาชน
ทำไม: เหตุใดการมีส่วนร่วมจึงสำคัญต่อสันติภาพ
1. ลดช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชน
เมื่อประชาชนรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่และความไว้วางใจต่อรัฐจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสันติสุข
2. ทำให้การพัฒนาตรงกับความต้องการจริง
การพัฒนาที่เกิดจากการรับฟังเสียงของชุมชน ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าการกำหนดจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว
3. สร้างกลไกตรวจสอบที่โปร่งใส
การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและภาคประชาสังคมมีบทบาทในการตรวจสอบ จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการใช้งบประมาณและการดำเนินโครงการต่าง ๆ
4. เปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นการสานเสวนา
เมื่อมีพื้นที่สาธารณะที่ทุกฝ่ายสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย ความขัดแย้งก็มีโอกาสถูกคลี่คลายผ่านกระบวนการสันติวิธี มากกว่าการเผชิญหน้า
อย่างไร: ข้อเสนอสู่การปฏิบัติ
เพื่อให้การปรับปรุง พ.ร.บ. ศอ.บต. นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม อาจมีแนวทางสำคัญดังนี้
- ปรับที่มาของสภาที่ปรึกษาฯ
- เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้แทน
- เพิ่มสัดส่วนสตรี เยาวชน และภาคประชาสังคม
- เพิ่มอำนาจในการติดตามและตรวจสอบ
- ให้สามารถติดตามงบประมาณและโครงการพัฒนา
- เปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอประเด็นหรือญัตติ
- สร้างสำนักงานเลขานุการอิสระ
- เพื่อสนับสนุนการทำงานของสภาที่ปรึกษาฯ อย่างเป็นกลาง
- เชื่อมโยงกับกระบวนการสันติภาพ
- ให้กลไกภาคประชาชนมีบทบาทในกระบวนการพูดคุยและการออกแบบอนาคตร่วมกัน

สรุป: สันติสุขที่ยั่งยืน ต้องมีประชาชนเป็นเจ้าของ
การปรับปรุงพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ไม่ใช่เพียงการแก้ไขตัวบทกฎหมาย แต่เป็นการตั้งคำถามสำคัญว่า
“ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรมีสิทธิและบทบาทในการกำหนดอนาคตของตนเองมากเพียงใด”
หากการพัฒนาจะนำไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน เสียงของประชาชนย่อมไม่ควรเป็นเพียงเสียงที่ถูกรับฟัง แต่ควรเป็นเสียงที่มีความหมายต่อการตัดสินใจ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สันติภาพไม่ใช่สิ่งที่รัฐมอบให้ประชาชน หากแต่เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างขึ้น บนพื้นฐานของความเคารพ การมีส่วนร่วม และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
หมายเหตุ
ศอ.บต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ฉบับแก้ไข) จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมายของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมกันออกแบบอนาคตของพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม
221 total views, 2 views today

More Stories
สันติวิธีชาวบ้านในการปกป้องทรัพยากร: กรณีศึกษาชาวบ้านทุ่งยางแดงรวมพลังละหมาดฮายัตคัดคท่ามกลางแผนทำ “พรุลานควาย” เป็นแก้มลิงรับน้ำยะลา
กำลังใจ และขอพร สำคัญต่อผู้ทำงานศาสนาและสังคม: บททดสอบจากพระเจ้ากรณี ดร.อับดุลรอหมาน มูเก็มและครอบครัว
จากปอเนาะดั้งเดิมสู่ต้นแบบการศึกษายุคใหม่: โรงเรียนสังคมอิสลามวิทยา สะเดา สงขลา (ปอเนาะบ้านลุ่ม) ดึง “Banloom TV” ขับเคลื่อน Active Learning สร้างเด็กไทยศตวรรษที่ 21 รู้คู่คุณธรรม