สิงหาคม 2, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

นิติสงครามหน้างาน: แกะรอยความขัดแย้ง “เชิญตัว vs ควบคุมตัว” ภายใต้เงา “กฎอัยการศึก”

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

31 กรกฎาคม 2569

      จากเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีคนร้ายบุกโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จนทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย นำมาสู่กระแสข่าวสารที่สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่สังคม เมื่อสารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ปะทะเข้าอย่างจังกับรายงานข่าวเชิงสืบสวนและเสียงสะท้อนจากภาคสนาม

      เมื่อพิจารณาความขัดแย้งของข้อมูลทั้งสองชุดนี้ ภายใต้บริบทพิเศษของพื้นที่ที่ประกาศใช้ “กฎอัยการศึก” ทำให้เส้นแบ่งระหว่างถ้อยคำอย่าง “การเชิญตัว” และ “การควบคุมตัว” กลายเป็นจุดตัดสำคัญที่สะท้อนช่องว่างระหว่างตัวบทกฎหมายและมิติความรู้สึกของสังคม

ตารางเปรียบเทียบ: มุมมองทางการ VS ความจริงภาคสนาม

ประเด็นเปรียบเทียบ แถลงการณ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. (มุมมองกฎหมาย/ระบบ) รายงานข่าวและแหล่งข่าวภาคสนาม (มุมมองความรู้สึก/ปฏิบัติจริง)
สถานะของตำรวจ 4 นาย ปฏิเสธสิ้นเชิง ยืนยันว่าไม่มีการควบคุมตัวตำรวจตามที่ถูกเผยแพร่ พร้อมระบุว่าเป็นข่าวเท็จ ยืนยันการนำตัวไปซักถาม โดยเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการและเพื่อนตำรวจระบุว่าถูกคุมตัวจริงในค่ายทหาร
อำนาจตามกฎอัยการศึก หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าควบคุมตัวเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความสามัคคีและกระบวนการยุติธรรมปกติ ใช้กลไกอำนาจพิเศษตามกฎอัยการศึกเข้าควบคุมตัวเพื่อเค้นหาข้อเท็จจริงปม “ตั้งด่าน”
เป้าหมายของการสื่อสาร ป้องกันความเข้าใจผิด ลดความสับสน และรักษาความเชื่อมั่นต่อความร่วมมือของสองหน่วยงาน แสวงหาคำตอบต่อข้อกังขาว่าเหตุใดรถกระบะของคนร้ายจึงสามารถผ่านด่านตรวจไปก่อเหตุได้

เจาะลึกความขัดแย้ง: เมื่ออำนาจพิเศษปะทะกับความรู้สึกสังคม

1. แง่มุมทางกฎหมาย: “การเชิญตัว” ในทางรัฐศาสตร์ กับ “การควบคุมตัว” ภายใต้กฎอัยการศึก

       ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าฝ่ายความมั่นคง (ทหาร) มีอำนาจเด็ดขาดตาม พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2453 ซึ่งให้อำนาจเจ้าทหารในการควบคุมตัวบุคคลเพื่อซักถามหรือสืบสวนได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ต้องมีหมายจับ

  • ทำไม กอ.รมน. ถึงปฏิเสธ? ในเชิงการบริหารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ การยอมรับว่า “กำลังควบคุมตัวตำรวจด้วยกันเองเข้าค่ายทหาร” คือภาพสะท้อนความแตกร้าวครั้งใหญ่ของกองกำลังฝ่ายความมั่นคง การใช้คำปฏิเสธจึงเป็นการปกป้องเกียรติภูมิของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและลดแรงกระแทกทางกฎหมายปกติ
  • ความจริงของอำนาจพิเศษ: แม้ในทางเอกสารทางการจะไม่เรียกว่าเป็นการควบคุมตัวตามคดีอาญาปกติ แต่ในทางปฏิบัติ ภายใต้กฎอัยการศึก การนำตัวตำรวจ 4 นายไปซักถามในค่ายทหาร ย่อมมีสภาพบังคับและจำกัดอิสรภาพโดยเนื้อแท้ ซึ่งตรงกับนิยามคำว่า “ควบคุมตัว” ในความรู้สึกของคนหน้างาน

2. แง่มุมความรู้สึก: ช่องว่างระหว่าง “ความจริงที่ปรากฏ” กับ “คำปฏิเสธจากส่วนกลาง”

ความอึดอัดใจของสังคมและคนในพื้นที่ เกิดจากการปะทะกันระหว่าง “สามัญสำนึกต่อเหตุการณ์ความสูญเสีย” กับ “กระบวนการข่าวสารของรัฐ”

  • ความรู้สึกของภาคสนาม: เมื่อทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นาย และมีรถกระบะของคนร้ายเล็ดลอดผ่านด่านตรวจไปได้ ความสงสัยย่อมุ่งตรงไปที่ความบกพร่องหรือความเกี่ยวโยงของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลพื้นที่ การที่ฝ่ายความมั่นคงใช้อำนาจเรียกตัวตำรวจ 4 นายมาสอบเครียด จึงเป็นสิ่งที่สังคมมองว่า “สมเหตุสมผล” ในแง่การสืบสวนหาความจริง
  • ความรู้สึกไม่ไว้วางใจ: การที่ผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูงในพื้นที่พยายามปฏิเสธ เลี่ยงการให้คำตอบ หรือระบุว่าข่าวนี้คือความพยายามสร้างความแตกแยก ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกสวนทางกับข้อมูลจริงที่ตำรวจชั้นประทวนรับรู้กันในเครือข่ายภายใน สร้างความเคลือบแคลงว่ารัฐกำลังพยายาม “กลบเกลื่อนความจริง” เพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กรมากกว่าการเปิดโปงข้อบกพร่อง

บทสรุป

        ความขัดแย้งระหว่างคำชี้แจงของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. กับรายงานข่าวภาคสนามในสื่อหลักและโลกโซเชียล ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ข่าวปลอม” หรือ “ข่าวจริง” แต่เป็นภาพสะท้อนของการใช้กฎอัยการศึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อหน่วยงานทหารจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษเพื่อความมั่นคง แต่กลับติดล็อกในแง่ภาพลักษณ์และความสัมพันธ์อันดีกับตำรวจ จนนำมาสู่การใช้ภาษาปฏิเสธความจริงในเชิงระบบ ขณะที่ความจริงบนหน้างานและความรู้สึกของผู้สูญเสียกลับเรียกร้องหาความกระจ่างที่ไม่สามารถปกปิดได้

หมายเหตุ

อ้างข่าวทั้งสอง

1. กอ.รมน.ชี้แจง
“อย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน! ยันทหาร-ตำรวจยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่มีการควบคุมตัวตำรวจตามที่มีการเผยแพร่”

https://www.facebook.com/share/p/1THXbVkJrB/?mibextid=wwXIfr

2. รายละเอียดเชิญตัว 4 ตำรวจระแงะ นราธิวาส

เข้ากระบวนการซักถามในค่ายทหาร

ซักปม “ตั้งด่าน” วันคนร้ายโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี

อ่านข่าวใน

https://www.isranews.org/article/south-news/other-news/148188-rangaepol.html

 133 total views,  2 views today

You may have missed