ในงานสัมมนาทางวิชาการ “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป: การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย” ณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้:เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ปัญหาความตึงเครียดและเหตุความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ (พ.ศ. 2547–2569) ยังคงเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ท้าทายความจริงจังของรัฐไทย ล่าสุด ในงานสัมมนาทางวิชาการ “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป: การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย” ณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรดาตัวแทนฝ่ายความมั่นคง พรรคการเมือง นักวิชาการ และภาคประชาสังคม ได้ร่วมสะท้อนบทเรียนสำคัญ ซึ่งตอกย้ำภาพความจริงอันซับซ้อนว่า แม้ทุกฝ่ายจะเห็นพ้องในหลักการ “การเมืองนำการทหาร” แต่ในทางปฏิบัติกลับยังเต็มไปด้วยอุปสรรค ความหวาดระแวง และรอยต่อของโครงสร้างอำนาจที่ต้องเร่งแก้ไข
บทนำ: สภาพปัญหาและจุดเปลี่ยนผ่าน 22 ปี
เหตุการณ์ความไม่สงบที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาอย่างยาวนาน ภายใต้การใช้กฎหมายพิเศษและการทหาร แม้สถิติความรุนแรงโดยรวมจะมีแนวโน้มลดลงในบางช่วง แต่เหตุการณ์ความรุนแรงระลอกใหม่ เช่น เหตุการณ์วางระเบิดหลายจุดเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำความเปราะบาง และสะท้อนว่ามาตรการเดิมยังไม่สามารถสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนได้ ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ชี้ว่าปัญหาภาคใต้ได้ก้าวข้ามมิติความมั่นคงแบบเดิมไปสู่เรื่องความคิด ความยุติธรรม และอัตลักษณ์ พร้อมย้ำว่าอย่าเพิ่งเลิกล้มเป้าหมายการยุติเหตุการณ์ภายในปี 2570 แม้กรอบเวลาอาจต้องปรับเปลี่ยนไปตามบริบทก็ตาม
ใคร จัด อะไร ที่ไหน อย่างไร
- ใคร: พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ (เลขาธิการ สมช.), ตัวแทนพรรคการเมือง (เพื่อไทย, ประชาชน, กล้าธรรม, ภูมิใจไทย, ประชาชาติ), คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร, นักวิชาการ และภาคประชาสังคม
- จัดอะไร: งานสัมมนาและเวทีวิเคราะห์ “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป: การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย”
- ที่ไหน: ห้องประชุมเกษมสุวรรณกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- อย่างไร: ผ่านการอภิปรายเชิงวิเคราะห์ การถอดบทเรียนโครงสร้างการบริหารจัดการความมั่นคง และการแสวงหาทางออกร่วมกันระหว่างฝ่ายการเมือง กองทัพ และประชาชน
อภิปราย: วิเคราะห์ความเห็นพ้องและรอยร้าวในทางปฏิบัติ
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาเผชิญความท้าทายในหลายมิติ:
- มุมมองจากฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาล:
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่ากองทัพและ กอ.รมน. สนับสนุนให้การเมืองเป็นผู้นำ และเชื่อมั่นว่าปัญหาชายแดนใต้ต้องจบลงด้วย “การพูดคุย” โดยกำลังทหารมีหน้าที่เพียงสร้างสภาวะแวดล้อมให้ปลอดภัยเพื่อเปิดทางให้หน่วยงานพลเรือนเข้าไปพัฒนาพื้นที่ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ยอมรับว่า ในห้วงที่ผ่านมาเมื่อฝ่ายปกครองไม่ก้าวออกมาทำหน้าที่ ภาพของทหารจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นผู้นำหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี เสนอว่าฝ่ายที่ถือปืนทั้งสองฝ่ายต้องเปลี่ยนผ่านจาก “นักรบ” มาเป็น “นักสร้างสันติภาพ” - กับดักความคิดและความระแวงในพื้นที่:
พ.ต.อ.ทวีและ สส. ในพื้นที่อย่าง นายซาการียา สะอิ สะท้อนตรงกันว่า หน่วยงานความมั่นคงมักมองเครือข่ายภาคประชาสังคม นักวิชาการ หรือนักการเมืองท้องถิ่นว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้เห็นต่าง ทัศนคติที่มองอีกฝ่ายเป็นศัตรูทำให้กระบวนการสร้างความไว้วางใจทำได้ยาก นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านผู้นำทหารบ่อยครั้งโดยขาดความเข้าใจบริบทท้องถิ่น รวมถึงการใช้มาตรการปิดล้อมที่เข้มข้นเกินความจำเป็น ยิ่งสร้างความระแวงและเพิ่มระยะห่างระหว่างรัฐกับประชาชน - เสียงสะท้อนจากพรรคการเมืองและนักวิชาการ:
- นายจาตุรนต์ ฉายแสง ชี้ว่าปัญหาภาคใต้ถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติเพียงในนาม แต่พรรคการเมืองมักไม่ลงลึกในรายละเอียดเชิงซับซ้อน
- นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ระบุว่าในทางปฏิบัติจริงยังเป็นการใช้ความรุนแรงปราบความรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองสลายความขัดแย้งและผลักดันการกระจายอำนาจ
- นายฮานาฟี หมีนเส็น และ นายรอมฎอน ปันจอร์ ตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพและการบูรณาการข่าวกรอง พร้อมสะท้อนเสียงร้องเรียนของประชาชนที่ไม่มีช่องทางสื่อสารโดยตรง
- ศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว, ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช และ น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ เน้นย้ำว่าปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาการเมืองที่ต้องแก้ด้วยวิถีทางการเมือง รัฐต้องให้น้ำหนักกับ “ความปลอดภัยของประชาชน” มากกว่าความมั่นคงของรัฐ พร้อมยุติการลดทอนสิทธิส่วนบุคคลผ่านกฎหมายพิเศษ
ในช่วงคำถามตอบที่น่าสนใจคำถามหนึ่งคือ คำถามของ
ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้เขียนหนังสือ “ในนามของความมั่นคงภายใน การแทรกซึมสังคมของกองทัพไทย” ซึ่งเคยถูก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ขอความร่วมมือให้ระงับการจำหน่าย จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ
ได้ถาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช.ว่า “ในทางปฏิบัติ ในคำนิยาม การเมืองนำการทหาร ของหน่วยความมั่นคง เช่นการฟ้องไล่จับ นักเคลื่อนไหว ภาคประชาชน ที่เห็นต่าง ? การไม่เปิดพื้นที่ ในคำนิยาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้ามเรียก ปาตานี แต่ให้เรียกปัตตานี เท่านั้น ซึ่งเป็นข่าว
ในขณะที่ผู้เขียนถาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ท่านได้เตรียมตัวในการทำงานในตำแหน่งเลขาธิการสมช.ใหม่อย่างไร?
สรุป
บทเรียนตลอด 22 ปี ชายแดนใต้ชี้ชัดว่า การประกาศหลักการ “การเมืองนำการทหาร” จะเป็นเพียงคำพูด หากปราศจากเจตจำนงทางการเมืองที่กล้าหาญ การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการยอมรับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยการเปิดพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ให้ประชาชนและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติภาพบนพื้นฐานของความยุติธรรมและการเคารพความหลากหลาย
16,258 total views, 2,623 views today

More Stories
Persatuan Sekolah Swasta Selatan Thailand (SPS) Berganding Tenaga dengan Universiti Utara Malaysia (UUM), Ke-11 Terbaik di ASEAN, bagi Memartabatkan Pendidikan Sekolah Agama Islam Swasta ke Standard Antarabangsa
สมาคมสหสัมพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ผนึกกำลัง Universiti Utara Malaysia (UUM) อันดับ 11 อาเซียน ยกระดับการศึกษาโรงเอกชนสอนศาสนาอิสลามสู่มาตรฐานสากล
ศอ.บต. ร่วมมอบเงินเยียวยา 6.5 แสนบาท ช่วยผู้เสียหายเหตุลอบวางระเบิดตากใบ บรรเทาความเดือดร้อนด้านทรัพย์สิน เหยื่อนักท่องเที่ยวมาเลเซีย