กันยายน 14, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ผู้นำโรงเรียนเอกชน ชง 6 ข้อเสนอด่วนต่อ กอ.รมน. หนุนการศึกษาพัฒนาพื้นที่ จชต.สานต่อข้อเสนอเดิมที่กระทรวงกลาโหม เมื่อ28 เมษายน 2569 หลังเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพที่4

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      ยะลา – ดร.ไฟซอล อาแซ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดยะลา และกรรมการสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เปิดเผยข้อเสนอสำคัญในการประชุมร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ภายใต้แนวทาง “แสวงหาความเข้าใจ เข้าถึงทุกภาคส่วน ร่วมพัฒนาสู่ความยั่งยืน” เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมี พลตรี พิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.)หรือเป็นที่รู้จักกันในนามการศึกษาส่วนหน้า สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส(สช.จชต.) และผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลามจาก จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วม

การหารือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและภาคการศึกษา โดย ดร.ไฟซอล ได้นำเสนอ 6 ประเด็นขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้

  • การสานต่อแนวทางกระทรวงกลาโหม: ขอให้คงกระบวนการสร้างความเข้าใจ การรับฟังความคิดเห็น และเปิดพื้นที่ให้ภาคการศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน (อ่านรายงานย้อนหลังใน

https://www.facebook.com/share/1MYiYhgKpS/?mibextid=wwXIfr)

  • การปกป้องภาพลักษณ์สถานศึกษา: ขอให้หน่วยงานความมั่นคงหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “แหล่งบ่มเพาะ” ในเชิงลบต่อสถาบันการศึกษาหากปราศจากหลักฐานชัดเจน พร้อมเสนอให้เพิ่มบทบาทคณะที่ปรึกษา ฉก.จังหวัด ซึ่งเป็นผู้แทนภาคการศึกษา เข้ามาประสานงานและกลั่นกรองก่อนดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงที่อาจกระทบต่อครู นักเรียน และชุมชน
  • การเพิ่มโอกาส นศท.: เร่งพิจารณาเพิ่มโควตาการศึกษาวิชาทหารให้เพียงพอ และเร่งรัดการเปิดหน่วยฝึก นศท. ในโรงเรียนที่ยื่นความประสงค์ เพื่อสร้างความเสมอภาค
  • การสนับสนุนลูกเสือจิตอาสา: ส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีระเบียบวินัยและจิตสาธารณะ
  • การต่อยอดค่าย 4 ภาษา: สนับสนุนโครงการค่าย 4 ภาษาในระยะยาว เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและเพิ่มศักยภาพเยาวชนในการเชื่อมโยงกับสังคมระดับประเทศและนานาชาติ
  • การกำกับดูแลสื่อสังคมออนไลน์: ตรวจสอบและควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลเชิงลบเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชนจากบุคคลหรือเพจที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานความมั่นคง (เช่น เพจเสธจักร) เพื่อป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อนและการสร้างความเข้าใจผิด

“ความมั่นคงที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากมาตรการด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความไว้วางใจ ความเข้าใจ และการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนา โดยเฉพาะสถานศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างอนาคตของเด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้” — ดร.ไฟซอล อาแซ กล่าว

     ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและสถานศึกษาเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเยาวชนในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

หมายเหตุ ความเดิม

ศอ.บต. นำคณะผู้บริหารปอเนาะ-ตาดีกา ชายแดนใต้ เข้าหารือ รมว.กลาโหม เสริมสร้างความเข้าใจ พร้อมยกระดับการศึกษาศาสนาในพื้นที่

      (28 เม.ย. 69) ที่ กระทรวงกลาโหม ถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้นำคณะผู้บริหารสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 25 คน เข้าพบ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อศึกษาดูงาน และหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันปอเนาะและศูนย์การเรียนรู้ประจำมัสยิด (ตาดีกา) และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมถึงบริบทการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่

     การประชุมดังกล่าวมีหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผู้แทนจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รองแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. ตลอดจนผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและเสริมสร้างแนวทางการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างยั่งยืน

     พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวต้อนรับด้วยความยินดี พร้อมย้ำว่าการพบปะครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และเปิดมุมมองต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกำลังพลในค่ายทหารอย่างใกล้ชิด พร้อมย้อนความทรงจำถึงความผูกพันที่เคยปฏิบัติงานร่วมกับพี่น้องในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

     นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังยืนยันว่า กองทัพมุ่งทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือประชาชนด้วยความจริงใจ มิได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชน พร้อมสะท้อนภาพความประทับใจของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างชุมชนต่างศาสนา และแสดงความหวังว่าจะได้เห็นบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความไว้วางใจเช่นนี้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน

     นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานว่า การพบปะครั้งนี้มุ่งเน้นการพูดคุยอย่างเปิดใจ ไม่ยึดติดรูปแบบ เพื่อสร้างความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างแท้จริง โดยย้ำว่าทุกการใช้งบประมาณต้องเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

     ในมิติด้านการศึกษา ศอ.บต. พร้อมทำหน้าที่ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนและผู้ขับเคลื่อน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในทุกด้าน ทั้งความรู้ ทักษะอาชีพ และคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

      นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการให้ทันสมัย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับคุณภาพหลักสูตรและบุคลากรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

      นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวในนามผู้แทนสถาบันการศึกษาอิสลามว่า รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งต่อการต้อนรับ พร้อมชี้ว่าการพบปะแลกเปลี่ยนครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีร่วมกัน แม้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ “สถาบันการศึกษา” โดยเฉพาะปอเนาะและตาดีกา ยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมคุณธรรม อัตลักษณ์ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของเยาวชนจึงเชื่อมั่นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต และนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน

       หลังจากประชุมเสร็จสิ้นแล้วทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่มั่นคงให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างยั่งยืน

       พร้อมเสนอป้าหมายปี 2570 ยุติความรุนแรงด้วยความไว้วางใจ โดยที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันที่จะขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการตามนโยบาย พ.ศ. 2568-2570 โดยมุ่งหวังให้เกิดการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษา และสร้างระบบแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

       ทั้งนี้ นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ในนามตัวแทน เครือข่ายสามพี่น้องการศึกษาอิสลาม (โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาภาคใต้-ปอเนาะ-ตาดีกา ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.กลาโหม โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ขอให้ปกป้องเกียรติยศสถาบัน โดยยืนยันว่าสถาบันศึกษาอิสลามเป็นรากฐานการสร้างพลเมืองดี มิใช่วิถีของโจรหรือขบวนการแบ่งแยกดินแดนตามที่ถูกกล่าวหา
  • ขอให้หยุดปฏิบัติการข่าวสาร (IO โดยเรียกร้องให้ กอ.รมน. ยุติการใช้ภาษีประชาชนสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง (Hate Speech) เพื่อด้อยค่าสถาบันการศึกษาและคุกคามสื่อมวลชน
  • ชู “สงขลาโมเดล” เสนอให้นำรูปแบบความร่วมมือระหว่าง ฉก.สงขลา กับสถาบันศึกษาในพื้นที่ ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดความขัดแย้ง มาปรับใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วพื้นที่ชายแดนใต้
  • บูรณาการหลักสูตร วางแผนจัดการเรียนรู้วิชาลูกเสือ เนตรนารี และ รด. ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

“สถาบันการศึกษาปอเนาะและตาดีกา คือรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมอัตลักษณ์เยาวชน หากทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาบนพื้นฐานความเข้าใจ จะเป็นพลังสำคัญที่นำไปสู่สันติสุขที่ยั่งยืน”นายขดดะรี บินเซ็น กล่าว

(อ้างอิง https://www.facebook.com/share/1MYiYhgKpS/?mibextid=wwXIfr)

#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #สถาบันปอเนาะ #ศอบต.

 1,553 total views,  1,553 views today

You may have missed