อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน


อำเภอจะนะ, จังหวัดสงขลา — ท่ามกลางรอยแผลจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2568 ที่สร้างความเสียหายและภาระหนักอึ้งให้แก่ครอบครัวเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ วันนี้ ณ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ (ปอเนาะโคกยาง) ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศแห่งความอบอุ่น สะท้อนภาพนิยามใหม่ของคำว่า “การเกื้อกูลที่ไร้พรมแดน”
ระหว่างวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2569 นี้ สถาบันการศึกษาปอเนาะและสามัญศึกษาแห่งนี้ ได้รับความเมตตาครั้งใหญ่จาก มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย (Buddhist Tzu Chi Foundation in Thailand) ที่ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมุ่งเน้นการส่งมอบเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียนที่ได้รับผลกระทบให้สามารถก้าวเดินต่อบนเส้นทางการศึกษาได้อย่างมั่นคง

เมื่อ “ความเมตตา” ก้าวข้ามกำแพงความแตกต่าง
เหตุการณ์ความร่วมมือในครั้งนี้ถูกยกย่องให้เป็นอีกหนึ่งแบบอย่างอันงดงามของสังคมไทย ที่แสดงให้เห็นว่าความห่วงใยและการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นั้น ไม่จำกัดด้วยกรอบของศาสนา วัฒนธรรม หรือเชื้อชาติ
- สะพานเชื่อมศรัทธา: แม้ มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน จะมีรากฐานจากปรัชญาพุทธศาสนาและวัฒนธรรมสากล แต่การยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ ซึ่งเป็นสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สะท้อนถึงแก่นแท้ของ “ความรักอันยิ่งใหญ่ (Great Love)” ที่มุ่งเน้นการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่เพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้และประสบภัยพิบัติอย่างแท้จริง
- เยียวยาทั้งกายและใจ: เครื่องแบบนักเรียนที่ส่งมอบถึงมือเด็กๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องนุ่งห่มเพื่อใช้มาโรงเรียน แต่เปรียบเสมือนพลังใจชั้นดีที่ส่งต่อจากผู้ให้ถึงผู้รับ ทำให้เด็กนักเรียนและชุมชนรอบข้างรับรู้ได้ว่า พวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับวิกฤตลำพัง แต่ยังมีเพื่อนร่วมสังคมคอยโอบกอดและเคียงข้างเสมอ
เสียงสะท้อนจากพื้นที่แห่งการเรียนรู้
ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ (ปอเนาะโคกยาง) ได้กล่าวแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย สำหรับความเมตตาและความช่วยเหลืออันทรงคุณค่าในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยคลี่คลายปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องทุนทรัพย์ในการจัดหาชุดนักเรียน แต่ยังเป็นบทเรียนนอกห้องเรียนชิ้นสำคัญที่ปลูกฝังให้นักเรียนซึมซับถึงคุณค่าของการแบ่งปัน น้ำใจ และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข
“ความช่วยเหลือในยามวิกฤต คือเครื่องพิสูจน์ว่า มนุษยชาติสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ด้วยความรักและความเข้าใจ”
การเยียวยา ฟื้นฟู และส่งต่อพลังใจ ณ ปอเนาะโคกยาง จะนะ ในครั้งนี้ จึงก้าวข้ามผ่านมิติความช่วยเหลือด้านวัตถุธรรมดา กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่บันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นว่า “ความดีงามและน้ำใจไมตรี… ไม่มีวันจมหายไปกับกระแสน้ำ”

1,807 total views, 1,807 views today

More Stories
เปิดแผล 7 วันระอุชายแดนใต้: เมื่อ “กระสุน” และ “ข่าวปลอม” ประโคมซ้ำวิกฤต—ถึงเวลาหยุดวงจรอุบาทว์ด้วยความจริงและสิทธิมนุษยชน
ถอดรหัสอนาคตสื่อเพื่อสันติภาพและภาครัฐในสมรภูมิข่าวสารชายแดนใต้: ความท้าทายกับอารมณ์ผู้คน ในยุค AI สงคราม IO
กีฬาสีวิถีอิสลาม แยกชาย-หญิง: เสียงสะท้อนจากโรงเรียนวัฒนธรรมอิสลาม พ่อมิ่ง สู่ทางออกที่สังคมตั้งคำถาม