กรกฎาคม 29, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

เปิดแผล 7 วันระอุชายแดนใต้: เมื่อ “กระสุน” และ “ข่าวปลอม” ประโคมซ้ำวิกฤต—ถึงเวลาหยุดวงจรอุบาทว์ด้วยความจริงและสิทธิมนุษยชน

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ

       คลื่นความรุนแรงระลอกใหญ่ที่ปะทุขึ้นตลอดช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 นับตั้งแต่เหตุคาร์บอมบ์ สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส ลุกลามสู่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นและสูญเสียรายวัน ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่พื้นที่ความขัดแย้งแห่งนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วย “สมรภูมิข่าวสาร” ที่เต็มไปด้วยข่าวปลอมและความเกลียดชัง ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเชื้อเพลิงโหมไฟใต้ให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม

ท่ามกลางโศกนาฏกรรมและความเปราะบางนี้ ทางออกที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์จึงไม่ใช่เพียงแค่การใช้กำลัง แต่ต้องอาศัยการรู้เท่าทันสื่อ ความโปร่งใสของรัฐ และการยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง

คำนิยาม Fake News (ข่าวปลอมในมิติจังหวัดชายแดนภาคใต้)

      Fake News (ข่าวปลอม) คือ ข้อมูลข่าวสารที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างขึ้น หรือตัดต่อบางส่วน เพื่อชี้นำสังคม สร้างความตื่นตระหนก เกลียดชัง หรือด้อยความน่าเชื่อถือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

      ในบริบทชายแดนใต้ ข่าวปลอมมักถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ และฝ่ายเห็นต่าง ผ่านการปล่อยข่าวลือเรื่องการปฏิบัติการเกินกว่าเหตุ หรือการบิดเบือนเหตุการณ์ความสูญเสีย เพื่อขยายความขัดแย้งทางอัตลักษณ์และศาสนาให้รุนแรงยิ่งขึ้น

สถานการณ์

      อ้างอิงข้อมูลจากเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) ระหว่างวันที่ 21–27 กรกฎาคม 2569 บันทึกความรุนแรงที่น่าสลดใจและสถานการณ์ในพื้นที่ไว้ดังนี้

  • ความสูญเสียและความรุนแรง: ยอดผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 9 ราย จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น คาร์บอมบ์ สภ.ตันหยง, เหตุคนร้ายกราดยิงและปาระเบิดจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส จนทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย รวมถึงเหตุลอบยิงและสูญเสียในกำลังพล
  • ปฏิบัติการความมั่นคง: เจ้าหน้าที่สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้นอย่างน้อย 12 จุด และควบคุมตัวประชาชนเข้าสู่ศูนย์ซักถามอย่างน้อย 11 ราย
  • สงครามข่าวสาร: กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องออกโรงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังข่าวปลอมที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อสร้างความปั่นป่วนและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

ทำไม (Why): ทำไมข่าวปลอมและวงจรความรุนแรงจึงยังวนเวียน?

  • ความเปราะบางทางจิตวิทยา: สังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความขัดแย้งสะสมยาวนานกว่า 22 ปี ทำให้คนในพื้นที่พร้อมจะเชื่อข้อมูลที่กระตุ้นความรู้สึกหวาดระแวงได้ง่าย
  • เจตนาสร้างความแตกแยก: มีความพยายามจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลและโซเชียลมีเดียในการดิสเครดิตฝ่ายรัฐ และสร้างความเข้าใจผิดระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่
  • การส่งต่อโดยขาดการกลั่นกรอง: ความเร็วของโลกโซเชียลทำให้ข้อมูลเท็จกระจายตัวเร็วจนยากที่ข้อเท็จจริงตามทัน กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการบริหารจัดการวิกฤตของรัฐ

อย่างไร (How): แนวทางร่วมแก้ไขปัญหาและทางออกร่วมกัน

การตัดวงจรอุบาทว์ของความรุนแรงและข่าวปลอมในพื้นที่ชายแดนใต้ ต้องอาศัยความร่วมมือในทุกระดับ

  1. ยกระดับการตรวจสอบข่าวสาร (Media Literacy): ประชาชนและสังคมต้องสร้างวัฒนธรรม “ตรวจสอบก่อนเชื่อ คิดก่อนแชร์” หันมาพึ่งพาข้อมูลจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือหรือช่องทางทางการ เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือสงครามจิตวิทยา
  2. รัฐรวมทั้งผู้เห็นต่างต้องโปร่งใสและเคารพสิทธิมนุษยชน: เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในฐานะ “ผู้มีหน้าที่” (duty bearers) ต้องปฏิบัติงานภายใต้หลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมเข้าตรวจสอบกระบวนการควบคุมตัว เพื่อสร้างความไว้วางใจ (Trust) ให้เกิดขึ้นในชุมชน ในขณะที่ผู้เห็นต่างก็จำเป็นต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยธรรม หลักการคุณธรรมจริยธรรม เช่นกัน
  3. บังคับใช้กฎหมายอย่างสมดุลภายใต้ PDPA: การบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและการนำเสนอข่าวต้องดำเนินไปตามกรอบกฎหมาย (เช่น ข้อยกเว้นด้านความมั่นคงของรัฐและจริยธรรมสื่อมวลชน) เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ขณะเดียวกันก็ปกป้องความปลอดภัยสาธารณะ

สรุป

     วิกฤต 7 วันระอุชายแดนใต้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า “กระสุนปืน” สร้างความสูญเสียทางกายภาพฉันใด “ข่าวปลอมและความเกลียดชัง” ก็สร้างความแตกร้าวทางจิตใจฉันนั้น

      การแก้ปัญหาความไม่สงบระยะยาวจึงไม่อาจสำเร็จได้ด้วยมาตรการทางความมั่นคงเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัย “ความจริงใจ ความโปร่งใส และการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร” จากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันทวงคืนความสงบสุขและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กลับสู่ปลายด้ามขวานอย่างยั่งยืน

 1,795 total views,  1,795 views today

You may have missed