อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
บทนำ

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาดิสรัปต์ทุกมิติของสังคม ภูมิภาคจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายเชิงซ้อน ทั้งปัญหาความรุนแรงในพื้นที่และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของข่าวปลอม (Fake News) และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO)
สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้ด้วยกำลังทหารบนพื้นที่กายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นสมรภูมิทางความคิดที่ขับเคี่ยวกันระหว่าง “สติปัญญา” กับ “อารมณ์” ระหว่าง “ความจริง” กับ “การบิดเบือนผ่าน AI”
บทความนี้จึงมุ่งถอดบทเรียนผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ งานวิชาการ และเสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคม เพื่อเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับ “นักข่าวเพื่อสันติภาพ” ในการรายงานข่าวท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นในปัจจุบัน
รายงานสถานการณ์: จากปัตตานีดีโคตร สู่ยะลามาราธอน และความร้อนระอุในนราธิวาส
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ภาพสะท้อนของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ปรากฏขึ้นในสองมิติที่คู่ขนานกันอย่างเด่นชัด
- มิติแห่งการสร้างสรรค์และเศรษฐกิจเชิงพื้นที่: จังหวัดปัตตานีได้จัดเทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม “Pattani Decoded 2026” ภายใต้ธีม “Riversation” (11–19 กรกฎาคม 2569) ถอดรหัสสายน้ำผ่านย่านประวัติศาสตร์ เช่น สะบารัง จะบังติกอ และเมืองเก่า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับความสำเร็จของ “ยะลามาราธอน ครั้งที่ 6” ที่เทศบาลนครยะลาร่วมกับทุกภาคส่วนผลักดันจนมียอดผู้เข้าร่วมทุบสถิติถึง 8,519 คน สะท้อนภาพเมืองที่ปลอดภัย มีชีวิตชีวา และเปี่ยมด้วยรอยยิ้มต้อนรับของผู้คน
- มิติแห่งความมั่นคงและมาตรการพิเศษ: ในทางกลับกัน เหตุการณ์ความรุนแรงจากการลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ภาครัฐภายใต้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ต้องยกระดับมาตรการด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ พร้อมทั้งเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากกระแสข่าวปลอมและ Deepfake ที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อสร้างความหวาดระแวงและความเข้าใจผิดในสังคม
กับดักความรุนแรงและสงครามข้อมูลข่าวสารในยุค AI
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจุดประกายการอภิปรายอย่างกว้างขวางจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดย รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ ได้ชี้ให้เห็นว่า การตอบโต้ความรุนแรงด้วยมาตรการที่แข็งกร้าวหรือการประกาศใช้กฎอัยการศึก อาจเป็นเพียงการเดินเข้าสู่ “กับดัก” ที่ฝ่ายก่อต้องการล่อให้รัฐใช้กำลังมากกว่าสติปัญญา ซึ่งสวนทางกับหลักการสร้างความไว้วางใจก่อนเข้าสู่โต๊ะพูดคุยสันติสุข
ขณะที่ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี สะท้อนว่า แม้สถิติเหตุรุนแรงในภาพรวมไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ท่าทีที่แข็งกร้าวอาจเป็นอุปสรรคต่อการประสานงานและกระบวนการสร้างสันติภาพระยะยาว
นอกจากนี้ ในมิติของการสื่อสาร รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม และผู้เชี่ยวชาญจากเวทีเสวนาของสำนักงาน ก.พ.ร. และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เน้นย้ำตรงกันว่า ในยุคที่ AI สามารถสร้างและกระจายข่าวปลอมได้อย่างแนบเนียน โจทย์ใหญ่ของภาครัฐและสื่อไม่ใช่แค่การเป็นกระบอกเสียง แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “วัคซีนทางปัญญา” และเสาหลักแห่งความน่าเชื่อถือ (Public Trust) เพราะหากความเชื่อมั่นพังทลายลง การชี้แจงความจริงใด ๆ ในภายหลังย่อมไร้ความหมาย
ความท้าทาย: เมื่อ AI และ IO กลายเป็นอาวุธสองคม
ความท้าทายประการสำคัญในปัจจุบันคือ “ในสงครามแย่งมวลชนที่ชายแดนใต้: AI เพื่อ IO มิได้ใช้ฝ่ายเดียว”
ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนถูกผลิตขึ้นเพื่อบั่นทอนความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับรัฐ ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพุทธและมุสลิมในพื้นที่ รวมถึงปลุกปั่นอารมณ์ความเกลียดชัง
สื่อกระแสหลักและสื่อเพื่อสันติภาพจึงต้องทำงานภายใต้แรงกดดันมหาศาล ระหว่างความรวดเร็วในการรายงานข่าวกับความจำเป็นในการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Checking) เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการขยายผลความขัดแย้ง
สรุป
บทเรียนจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในห้วงเวลานี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การเอาชนะความขัดแย้งไม่สามารถทำได้ด้วยกำลังอาวุธหรืออารมณ์ความโกรธเพียงอย่างเดียว
สันติภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัย “สติปัญญาทางการเมือง” การสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ดังเช่นที่ปัตตานีและยะลากำลังขับเคลื่อน ควบคู่ไปกับการสร้างภูมิคุ้มกันทางสารสนเทศ เพื่อให้สังคมก้าวข้ามผ่านกับดักแห่งความรุนแรงไปได้
ข้อเสนอแนะต่อนักข่าวเพื่อสันติภาพในการรายงานข่าวปัจจุบัน
- ยึดมั่นในหลัก Fact-Checking ก่อนเผยแพร่: ในยุคที่ AI สามารถปลอมแปลงภาพ เสียง และข้อมูลได้อย่างแนบเนียน นักข่าวเพื่อสันติภาพต้องตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มข้น ประสานงานกับศูนย์ตรวจสอบข่าวจริง (เช่น Thai PBS Verify หรือหน่วยงานทางการที่น่าเชื่อถือ) และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเพื่อลดการตื่นตระหนก
- รายงานข่าวด้วยมุมมองเชิงโครงสร้างและทางออก (Solution Journalism): หลีกเลี่ยงการขยายความเนื้อหาที่เร้าอารมณ์หรือมุ่งเน้นความสะใจ แต่มุ่งนำเสนอรายงานที่พาไปสำรวจสาเหตุเชิงลึก ผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม และเสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนสันติภาพ
- แยกแยะระหว่าง “ความมั่นคงของรัฐ” กับ “ความปลอดภัยของมนุษย์”: นำเสนอข่าวสารโดยให้คุณค่ากับชีวิต ความปลอดภัย และสิทธิมนุษยชนของประชาชนในพื้นที่เป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งติดตามและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐด้วยความเป็นธรรมและรอบด้าน
- ทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลาง” สำหรับบทสนทนา: ใช้เครื่องมือสื่อสารและพื้นที่ข่าวสารเพื่อสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจอันดีระหว่างผู้คนต่างวัฒนธรรม ชุมชน และภาครัฐ โดยเน้นย้ำถึงการใช้ปัญญาและการเจรจาแทนที่การตอบโต้ด้วยความรุนแรง
520 total views, 520 views today

More Stories
เปิดแผล 7 วันระอุชายแดนใต้: เมื่อ “กระสุน” และ “ข่าวปลอม” ประโคมซ้ำวิกฤต—ถึงเวลาหยุดวงจรอุบาทว์ด้วยความจริงและสิทธิมนุษยชน
รายงานพิเศษ: สะพานบุญไร้พรมแดน ฉือจี้ส่งความห่วงใยโอบอุ้มเยาวชน “ปอเนาะโคกยาง” จะนะ หลังม่านน้ำท่วมใหญ่ 2568
กีฬาสีวิถีอิสลาม แยกชาย-หญิง: เสียงสะท้อนจากโรงเรียนวัฒนธรรมอิสลาม พ่อมิ่ง สู่ทางออกที่สังคมตั้งคำถาม