อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)รายงาน
“สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ไม่สามารถแยกออกจากกันได้, ไม่สามารถมีมนุษย์ที่มีสุขภาพดีได้บนดาวเคราะห์ที่เจ็บป่วย, และเราต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้เพื่อปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป”
สงขลา — วันนี้ (4 กันยายน 2569) ที่ห้องประชุม 3409 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา

สมาคมแพทย์จันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับ Federation Of Islamic Medical Associations (FIMA) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัด ประชุมวิชาการนานาชาติ TIMA-FIMA 2026 Scientific Convention ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Environment & Mental Health for Sustainable Future” โดยมี ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศ.ดร.โมฮัมหมัด อิกบัล ข่าน ประธานสหพันธ์สมาคมการแพทย์อิสลาม (FIMA), ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ดร.แวดือราแม มะมิงจิ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี และ ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมงานกว่า 200 คน(รวมทั้งผู้เขียน)
สำหรับการประชุมครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือด้านสาธารณสุขและการพัฒนานวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยนายชนธัญ แสงพุ่ม ได้กล่าวปาฐกถาเน้นย้ำว่าปัญหาด้านสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ภายในพรมแดนประเทศใดประเทศหนึ่ง ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การรับมือจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสะท้อนให้เห็นว่าสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ พร้อมระบุว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมคือพันธสัญญาที่มีต่อคนรุ่นต่อไป

ในเวทีเดียวกันนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาสำคัญโดยสะท้อนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ผ่านแนวคิด Nature-based Solutions for Human Health (โซลูชันที่อาศัยธรรมชาติเพื่อสุขภาพของมนุษย์) ซึ่งมีแก่นการขับเคลื่อน 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้
-RESTORE (ฟื้นฟูธรรมชาติ): มุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าไม้ (Forest Rehabilitation) เพื่อสร้างอากาศที่สะอาด (Clean Air) และแหล่งน้ำสะอาด (Clean Water) พร้อมทั้งฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน (Livelihoods) และร่วมปกป้องภูมิอากาศของโลก (Climate Protection)
-PROTECT (ปกป้องระบบนิเวศ): มุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าชายเลน (Mangrove Rehabilitation) เพื่อสร้างแนวป้องกันชายฝั่งธรรมชาติ (Coastal Protection) เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตในทะเล (Marine Life) เพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Storage) รักษาคุณภาพน้ำ (Water Quality) และเกื้อหนุนความเป็นอยู่ของชุมชนชายฝั่ง (Community Livelihoods)
-RECONNECT (เชื่อมต่อมนุษย์สู่ธรรมชาติ): มุ่งเน้นประโยชน์ต่อสุขภาพจากการอาบป่า (Health Benefits of Forest Bathing) โดยในด้านจิตใจช่วยลดความวิตกกังวลและความเครียด (Reduces Anxiety and Stress) ส่งเสริมการผ่อนคลาย (Promotes Relaxation) และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ (Fosters Creativity) ส่วนในด้านร่างกายช่วยลดความดันโลหิต (Lowers Blood Pressure) สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน (Supports Immune Function) และเพิ่มการทำงานของเซลล์นักฆ่าธรรมชาติหรือ NK Cells (Increases NK Cell Activity)
ในตอนท้าย ศาสตราจารย์ ดร.สนิท ได้เน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดผ่านโมเดลการพัฒนา \text{RESTORE NATURE} \rightarrow \text{PROTECT ECOSYSTEMS} \rightarrow \text{PROMOTE HUMAN HEALTH} พร้อมฝากข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 ข้อ ได้แก่ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ไม่สามารถแยกออกจากกันได้, ไม่สามารถมีมนุษย์ที่มีสุขภาพดีได้บนดาวเคราะห์ที่เจ็บป่วย, และเราต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้เพื่อปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป
การขับเคลื่อนทั้งหมดบนเวทีนานาชาตินี้สะท้อนผ่านวิสัยทัศน์ “หนึ่งโลก • หนึ่งสุขภาพ • หนึ่งอนาคต” (One Planet • One Health • One Future) เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกตระหนักและร่วมมือกันลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทันที

881 total views, 70 views today

More Stories
“เปาะซูเด หรือ ดาโตะนิเดร์” ความทรงจำของคนรุ่นหนึ่ง กับบาดแผลที่ยังส่งต่อ
พลวัตแห่งระบบระเบียบ: พลังขับเคลื่อนชัยชนะในสังคม
ศอ.บต. ชูมาตรา 11 พรบ.บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเวทีรับฟังเสียงทุกภาคส่วน ลุยขับเคลื่อน 6 มิติพัฒนาใต้