กันยายน 14, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

วันที่สอง: คณะวิทยาการสื่อสาร มอ.ปัตตานี ผนึกกำลังโรงเรียนจริยธรรมศึกษาฯ

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

การติดอาวุธทางปัญญาให้เยาวชน: รับมือข้อมูลบิดเบือนและสร้างภูมิคุ้มกันในยุคดิจิทัล

      6 กันยายน 2569 — ต่อเนื่องจากความเข้มข้นในวันแรกที่เยาวชนจากแผนการเรียน ITEct โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “อำนาจแห่งอัลกอริทึม” ภายใต้ความร่วมมือกับคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในวันที่สองนี้ โครงการได้ก้าวไปสู่อีกหนึ่งมิติที่สำคัญยิ่ง นั่นคือการรับมือกับภัยคุกคามจาก ข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ที่แฝงมากับกระแสข่าวสารไร้พรมแดน

    ในวันที่สองนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับมุมมองและแนวคิดสำคัญจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาข้อมูลบิดเบือนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือทักษะส่วนบุคคลเท่านั้น หากแต่เชื่อมโยงกับโครงสร้างสังคม นิเวศสื่อ และความเปราะบางทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง การติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เยาวชนจึงเป็นวาระสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ

 

มิติของข้อมูลบิดเบือนในโลกดิจิทัล

    เครื่องมือสร้างความเกลียดชังและแบ่งแยก: ข้อมูลบิดเบือนมักถูกผลิตขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อโจมตีอัตลักษณ์ เชื้อชาติ ศาสนา หรือสร้างความหวาดระแวงในพื้นที่พหุวัฒนธรรม โดยใช้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นตัวเร่งการกระจายตัวเพื่อเรียกยอดการมีส่วนร่วม

    ความรวดเร็วและแนบเนียน: ข้อมูลเท็จในปัจจุบันถูกปลอมแปลงให้มีความน่าเชื่อถือสูง ใช้เทคโนโลยีสังเคราะห์ ภาพตัดต่อ หรือข้อมูลจริงครึ่งหนึ่ง (Half-truth) ทำให้ผู้รับสารแยกแยะยากก่อนที่กระแสจะลุกลามวงกว้าง

     ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นสาธารณะ: การบิดเบือนข้อเท็จจริงไม่เพียงแต่สร้างความตระหนก แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อกลไกภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสร้างความเสียหายต่อความสมานฉันท์ในสังคม

การตรวจสอบข้อมูลและการหักล้างข้อมูลเท็จ

    การสร้างภูมิคุ้มกันเชิงระบบ (Systemic Media Literacy): การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต้องก้าวข้ามการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการปลูกฝังกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลให้แก่เยาวชนและประชาชนในทุกระดับ

    พลังเครือข่ายความร่วมมือท้องถิ่น: การหักล้างข้อมูลเท็จต้องอาศัยการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรสื่อท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

     การสื่อสารเชิงรุกและความโปร่งใส: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับมาเป็นการสื่อสารเชิงรุก ชิงพื้นที่ข่าวด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เข้าถึงบริบททางวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ เพื่อลดช่องว่างที่ข่าวปลอมจะแทรกตัวเข้ามาได้

     การติดอาวุธให้เยาวชนรู้เท่าทันและพร้อมรับมือกับคลื่นข้อมูลเท็จจากบทเรียนในวันที่สองนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสอนให้รู้จักตรวจสอบความจริง (Fact-Checking) เป็นรายกรณีเท่านั้น แต่คือการต่อยอดจากความเข้าใจเรื่องอัลกอริทึมในวันแรก สู่การสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่แข็งแรง เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีวิจารณญาณ พร้อมปกป้องสังคมจากความขัดแย้งที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลบิดเบือนในอนาคต

หมายเหตุ อ่านรายงาน วันที่ หนึ่ง

คณะวิทยาการสื่อสาร มอ.ปัตตานี ผนึกกำลังโรงเรียนจริยธรรมศึกษาฯ ติดอาวุธเยาวชนรู้เท่าทัน “อำนาจแห่งอัลกอริทึม” ในยุคดิจิทัล

https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/57114

 4,913 total views,  462 views today