อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
“แผนแม่บท” นี้คือการเรียกร้องให้รัฐบาลคืนอำนาจให้แก่คนในพื้นที่ได้จัดการชีวิตตนเองผ่านการบริหารจัดการที่ดิน จากการถูกผูกขาดและรวมศูนย์อำนาจโดยกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างเบ็ดเสร็จ “โจทย์ใหญ่ผ่าน วันนอร์ หลังสะท้อนสภาฯ ศอ.บต.”

กล่าวคือ
1. ยื่นผ่านสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) เข้าร่วมวงประชุมสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา โดยมีตัวแทนเครือข่ายฯ อาทิ นายอาหะหมัด เบนโน ตัวแทนตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ, นายกูพ่า รอเซ็ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร รวมทั้งที่ปรึกษา ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ร่วมประชุม
ในที่ประชุม Tanah Kita Network ได้นำเสนอประเด็นปัญหาที่ดินของชาวบ้านในพื้นที่ 8 ตำบล ใน 4 อำเภอ รอบเทือกเขาเมาะแตของจังหวัดนราธิวาส โดยพบว่าส่วนใหญ่ ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ส่งผลให้ชาวบ้านกลายเป็นผู้อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐอย่างผิดกฎหมาย ต้องถูกจับดำเนินคดี ถูกรีดไถจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่สามารถตัดโค่นไม้ยางพาราได้ รวมทั้งเข้าไม่ถึงสิทธิในการได้รับค่าชดเชยจากรัฐเมื่อเกิดภัยพิบัติ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ได้
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเร่งด่วนว่า บริเวณเทือกเขาเมาะแตกำลังถูกผลักดันประกาศให้เป็น อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ยังตั้งคำถามกับการกำหนดแนวเขตอุทยานฯ ว่าอยู่บริเวณใดของพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะมีที่ดินทำกินของชาวบ้านติดอยู่ในเขตอุทยานฯ เพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขตอุทยานฯ
ดังนั้น ทาง Tanah Kita Network เห็นว่า หากจะแก้ปัญหาให้มีความยั่งยืนและความเป็นธรรม เพื่อให้เกิดสันติภาพชายแดนใต้อย่างแท้จริง ควรมีการจัดทำ “แผนแม่บทแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ” โดยสามารถแบ่งประเภทที่ดินเทือกเขาเมาะแตตามสภาพปัญหาได้ 7 ประเภท ประกอบด้วย
- พื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เช่น พื้นที่ต้นน้ำ บนเขาสูง
- พื้นที่ทำกินชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารแสดงการครอบครอง (ไม่มี ส.ค.1)
- พื้นที่ทำกินชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่มีเอกสารแสดงการครอบครอง (มี ส.ค.1)
- พื้นที่ทำกินชาวบ้านที่ถูกนายทุนและข้าราชการฉ้อฉลนำมาออกเอกสาร น.ส.3 ก เพื่อเข้าตัดไม้มีค่า หลังจากที่รัฐบาลยกเลิกการให้สัมปทานไม้ทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2532
- พื้นที่ส่วนรวมสำหรับการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน เช่น หาของป่า น้ำผึ้ง หวาย ผักกูด เห็ด ที่เลี้ยงวัว-ควายร่วมกัน ฯลฯ
- พื้นที่ส่วนรวมทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น ที่ตั้งกุโบร์ ที่ตั้งมัสยิด ที่ตั้งโรงเรียนตาดีกา ฯลฯ
- พื้นที่ตั้งชุมชน บ้านเรือน ที่บางหมู่บ้านไม่มีเอกสารสิทธิ/ไม่มี ส.ค.1 ทั้งหมู่บ้าน
อนึ่ง ที่ดินแต่ละประเภทจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น หากเป็นพื้นที่ส่วนรวมก็ให้การบริหารจัดการที่ดินโดยชุมชนท้องถิ่น มีกติกาที่ชุมชนยอมรับร่วมกัน และหากอยู่ในอำนาจของหน่วยงานรัฐ ก็ให้แก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ที่ดำเนินการได้ เพื่อสร้างสันติภาพชายแดนใต้ที่แท้จริง
2. ยื่นผ่าน “วันนอร์” ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
Tanah Kita Network ยื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ผลักดัน “แผนแม่บทแก้ปัญหาที่ดินทั้งระบบ” กรณีเทือกเขาเมาะแต พร้อมเสนอชะลอการประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
11 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) ได้ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) เพื่อขอให้ผลักดัน “แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ เพื่อความยั่งยืน ความเป็นธรรม สิทธิชุมชน และสันติภาพชายแดนใต้: กรณีเทือกเขาเมาะแต (8 ตำบล 4 อำเภอ) จังหวัดนราธิวาส” และนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาล
เทือกเขาเมาะแตครอบคลุมพื้นที่กว่า 200,000 ไร่ ใน 8 ตำบล 4 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส เป็นถิ่นฐานของชุมชนดั้งเดิมและชุมชนบุกเบิกที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบวนเกษตรสืบทอดกันมายาวนานกว่า 70–200 ปี อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ส่งผลให้พื้นที่ทำกินจำนวนมากถูกกำหนดเป็น “ป่า” ตามนิยามในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และบางส่วนอยู่ในพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
เครือข่าย Tanah Kita เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งความไม่มั่นคงในสิทธิที่ดิน ความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี การจำกัดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน การเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ ตลอดจนข้อจำกัดในการพัฒนาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นอกจากนี้ กระบวนการผลักดันการประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และยังไม่มีการเปิดเผยแนวเขตพื้นที่อย่างชัดเจนให้ประชาชนตรวจสอบ
ปัญหาเหล่านี้คือผลจากการที่ทรัพยากรที่ดินถูกบริหารจัดการด้วยการรวมศูนย์อำนาจโดยกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่ให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และไม่ได้ให้ความสนใจต่อวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนั้น เครือข่าย Tanah Kita ชี้ว่า ปัญหาที่ดินในเทือกเขาเมาะแตไม่สามารถแก้ไขด้วยมาตรการเดียว เนื่องจากพื้นที่มีลักษณะและสภาพปัญหาที่แตกต่างกันอย่างน้อย 7 ประเภท ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่
- พื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ
- พื้นที่ทำกินที่ไม่มีเอกสารสิทธิและไม่มีหลักฐานการครอบครอง
- พื้นที่ทำกินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่มีหลักฐานการครอบครอง (ส.ค.1)
- พื้นที่ที่มีการออกเอกสาร น.ส.3 ก โดยมิชอบ
- พื้นที่ส่วนรวมเพื่อการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน เช่น แหล่งหาของป่าและพื้นที่เลี้ยงสัตว์
- พื้นที่ส่วนรวมทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น มัสยิด กุโบร์ และโรงเรียนตาดีกา
- พื้นที่ชุมชนและบ้านเรือน ซึ่งหลายหมู่บ้านยังไม่มีเอกสารสิทธิทั้งหมู่บ้าน
ด้วยเหตุนี้ เครือข่าย Tanah Kita จึงเสนอให้รัฐบาลจัดทำ “แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ” เพื่อจำแนกประเภทพื้นที่ กำหนดแนวทางบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี โดยบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของพื้นที่อย่างแท้จริงตั้งแต่ต้นทาง
อนึ่ง ตามแผนแม่บทฯ นี้ การประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปจำเป็นต้องถูกชะลอไปก่อน เพื่อนำพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานฯ เข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนแม่บทฯ
ทั้งนี้ เครือข่าย Tanah Kita ขอให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะทำงาน จัดสรรงบประมาณ และผลักดันแผนดังกล่าวให้เป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงในสิทธิที่ดิน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ความเป็นธรรม และการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
146 total views, 146 views today

More Stories
พลังสื่อพลเมือง: ยกระดับวิจารณญาณ ทลายกำแพงความกลัว สู่สันติภาพชายแดนใต้
จากคดียิง ส.ส.กมลศักดิ์ ถึงสอบท้องถิ่น : ชาวบ้านและทุกภาคส่วนเชื่อไปแล้วว่าไม่ถึงตัวผู้บ่งการใหญ่หรอก?
อิสมาอีล เอลฟาทขอบคุณต่ออัลลอฮ์ที่ประทานโอกาสให้เขาได้ทำหน้าที่ตัดสินในแมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขา นั่นคือการแข่งขันฟุตบอลโลกในรอบรองชนะเลิศ “ไม่ใช่ขอบคุณอาเจนติน่าชนะ”