กรกฎาคม 12, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ปฏิรูป ศอ.บต.: ยุติวงจร “ทางผ่าน” สู่การเลือกตั้งเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน

แชร์เลย

“การย้ายด่วนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทั้งที่เพิ่งดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 เดือน”

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     เหตุการณ์การย้ายด่วนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทั้งที่เพิ่งดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 เดือน สะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก ระบบปัจจุบันที่เลขาธิการ ศอ.บต. มาจากการ “แต่งตั้ง” โดยส่วนกลาง ทำให้ตำแหน่งนี้กลายเป็นเพียง “บันไดไต่เต้า” หรือ “ทางผ่าน” สู่ความก้าวหน้าในระดับกระทรวง มากกว่าการมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความไม่สงบและการพัฒนาพื้นที่อย่างจริงจัง

ปัญหาของระบบ “แต่งตั้ง” ในปัจจุบัน

  • ขาดความต่อเนื่อง: การโยกย้ายตามวงรอบหรือตามดุลพินิจทางการเมือง ทำให้ขาดนโยบายระยะยาว (Long-term Strategy) ผู้บริหารมุ่งเน้นเพียงโครงการระยะสั้นเพื่อสร้างโปรไฟล์
  • ยึดโยงกับระบบอุปถัมภ์: สถานะผู้นำผูกติดกับความไว้วางใจของรัฐบาลส่วนกลางมากกว่าความต้องการของประชาชนในพื้นที่
  • นโยบายไม่ตอบโจทย์: ข้าราชการที่ถูกส่งมาอาจไม่เข้าใจวิถีชีวิตและความละเอียดอ่อนของคนในพื้นที่ ทำให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

ข้อเสนอ: ปฏิรูปที่มาและวาระการดำรงตำแหน่ง

     การเปลี่ยนรูปแบบให้เลขาธิการ ศอ.บต. มาจาก “การเลือกตั้ง” หรือมีกระบวนการสรรหาที่ยึดโยงกับคนในพื้นที่ และกำหนด “วาระงานที่ชัดเจน (เช่น 4 ปี)” จะช่วยเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารที่รับผิดชอบต่อประชาชน (Accountability) มากขึ้น

ประเด็น สิ่งที่จะเกิดขึ้น
สัญญาประชาคม หากมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารจะทิ้งพื้นที่ไปรับตำแหน่งอื่นได้ยากขึ้น เพราะถือเป็นการทรยศความไว้วางใจ
ความต่อเนื่อง วาระที่ชัดเจนช่วยให้การวางแผนยุทธศาสตร์ (เศรษฐกิจ/ความมั่นคง) เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ความเป็นเจ้าของ ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น

การแก้ไข พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553

การเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เป็น “โครงสร้างหลัก” ดังนี้

  • ปลดล็อกมาตรา 12: เปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการประจำสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้
  • เปลี่ยนกลไกการรายงานตัว: จากการขึ้นตรงต่อรัฐบาลส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลโดยสภาหรือภาคประชาสังคมในพื้นที่
  • กำหนดวาระชัดเจน (Fixed Term): ป้องกันการโยกย้ายตามดุลพินิจทางการเมือง เพื่อให้ผู้บริหารมีพันธสัญญาในการทำงาน
  • สร้างความชอบธรรม: ยกระดับ ศอ.บต. สู่การเป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจจริง เพื่อตอบสนองเจตจำนงของประชาชน

โอกาสสำคัญ: เวทีรับฟังความคิดเห็นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     ศอ.บต. กำลังร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้ นี่คือโอกาสทองที่ภาคประชาสังคมต้องใช้ “การต่อสู้ทางความคิด” โดยเสนอแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง ดังนี้

  • เน้นยกระดับ Accountability: หากการเลือกตั้งโดยตรงยังทำได้ยากในขั้นแรก ให้เสนอให้มีคณะกรรมการสรรหาที่เพิ่มสัดส่วนภาคประชาสังคมและปราชญ์ชาวบ้าน หรือเพิ่มอำนาจสภาที่ปรึกษาให้มีสิทธิ์ “ให้ความเห็นชอบ” หรือ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ผู้บริหาร
  • ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์: ยกตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการย้ายผู้บริหารบ่อยครั้ง (เช่น โครงการสะดุด งบประมาณติดขัด) เพื่อยืนยันว่าการมีวาระ 4 ปีคือความจำเป็นเชิงวิชาการ
  • สร้างเครือข่ายภาคี: รวมกลุ่มคนในพื้นที่เพื่อยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เสียงของคนในพื้นที่ถูกบรรจุในร่างกฎหมายฉบับใหม่

สรุป

      การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่มันคือการ “รื้อระเบียบวิธีคิด” จากการมองพื้นที่ความมั่นคงที่ต้องควบคุม ไปสู่การสร้างพื้นที่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตตนเอง

หากทำได้สำเร็จ ศอ.บต. จะกลายเป็นกลไกที่รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้

 2,500 total views,  2,500 views today

You may have missed