“การย้ายด่วนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทั้งที่เพิ่งดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 เดือน”
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
เหตุการณ์การย้ายด่วนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทั้งที่เพิ่งดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 เดือน สะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก ระบบปัจจุบันที่เลขาธิการ ศอ.บต. มาจากการ “แต่งตั้ง” โดยส่วนกลาง ทำให้ตำแหน่งนี้กลายเป็นเพียง “บันไดไต่เต้า” หรือ “ทางผ่าน” สู่ความก้าวหน้าในระดับกระทรวง มากกว่าการมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความไม่สงบและการพัฒนาพื้นที่อย่างจริงจัง
ปัญหาของระบบ “แต่งตั้ง” ในปัจจุบัน
- ขาดความต่อเนื่อง: การโยกย้ายตามวงรอบหรือตามดุลพินิจทางการเมือง ทำให้ขาดนโยบายระยะยาว (Long-term Strategy) ผู้บริหารมุ่งเน้นเพียงโครงการระยะสั้นเพื่อสร้างโปรไฟล์
- ยึดโยงกับระบบอุปถัมภ์: สถานะผู้นำผูกติดกับความไว้วางใจของรัฐบาลส่วนกลางมากกว่าความต้องการของประชาชนในพื้นที่
- นโยบายไม่ตอบโจทย์: ข้าราชการที่ถูกส่งมาอาจไม่เข้าใจวิถีชีวิตและความละเอียดอ่อนของคนในพื้นที่ ทำให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
ข้อเสนอ: ปฏิรูปที่มาและวาระการดำรงตำแหน่ง
การเปลี่ยนรูปแบบให้เลขาธิการ ศอ.บต. มาจาก “การเลือกตั้ง” หรือมีกระบวนการสรรหาที่ยึดโยงกับคนในพื้นที่ และกำหนด “วาระงานที่ชัดเจน (เช่น 4 ปี)” จะช่วยเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารที่รับผิดชอบต่อประชาชน (Accountability) มากขึ้น
| ประเด็น | สิ่งที่จะเกิดขึ้น |
|---|---|
| สัญญาประชาคม | หากมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารจะทิ้งพื้นที่ไปรับตำแหน่งอื่นได้ยากขึ้น เพราะถือเป็นการทรยศความไว้วางใจ |
| ความต่อเนื่อง | วาระที่ชัดเจนช่วยให้การวางแผนยุทธศาสตร์ (เศรษฐกิจ/ความมั่นคง) เป็นไปอย่างต่อเนื่อง |
| ความเป็นเจ้าของ | ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น |
การแก้ไข พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553
การเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เป็น “โครงสร้างหลัก” ดังนี้
- ปลดล็อกมาตรา 12: เปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการประจำสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้
- เปลี่ยนกลไกการรายงานตัว: จากการขึ้นตรงต่อรัฐบาลส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลโดยสภาหรือภาคประชาสังคมในพื้นที่
- กำหนดวาระชัดเจน (Fixed Term): ป้องกันการโยกย้ายตามดุลพินิจทางการเมือง เพื่อให้ผู้บริหารมีพันธสัญญาในการทำงาน
- สร้างความชอบธรรม: ยกระดับ ศอ.บต. สู่การเป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจจริง เพื่อตอบสนองเจตจำนงของประชาชน
โอกาสสำคัญ: เวทีรับฟังความคิดเห็นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศอ.บต. กำลังร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้ นี่คือโอกาสทองที่ภาคประชาสังคมต้องใช้ “การต่อสู้ทางความคิด” โดยเสนอแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง ดังนี้
- เน้นยกระดับ Accountability: หากการเลือกตั้งโดยตรงยังทำได้ยากในขั้นแรก ให้เสนอให้มีคณะกรรมการสรรหาที่เพิ่มสัดส่วนภาคประชาสังคมและปราชญ์ชาวบ้าน หรือเพิ่มอำนาจสภาที่ปรึกษาให้มีสิทธิ์ “ให้ความเห็นชอบ” หรือ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ผู้บริหาร
- ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์: ยกตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการย้ายผู้บริหารบ่อยครั้ง (เช่น โครงการสะดุด งบประมาณติดขัด) เพื่อยืนยันว่าการมีวาระ 4 ปีคือความจำเป็นเชิงวิชาการ
- สร้างเครือข่ายภาคี: รวมกลุ่มคนในพื้นที่เพื่อยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เสียงของคนในพื้นที่ถูกบรรจุในร่างกฎหมายฉบับใหม่
สรุป
การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่มันคือการ “รื้อระเบียบวิธีคิด” จากการมองพื้นที่ความมั่นคงที่ต้องควบคุม ไปสู่การสร้างพื้นที่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตตนเอง
หากทำได้สำเร็จ ศอ.บต. จะกลายเป็นกลไกที่รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้
2,500 total views, 2,500 views today

More Stories
มิติใหม่การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้: เมื่อ “เสียงประชาชน” คือหัวใจของการขับเคลื่อนนโยบายผ่านสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ยุคประชาธิปไตยหลังยุค คสช.
ปาตานี: วาทกรรมที่ถูกสร้างหรือรากฐานที่ถูกกดทับ? ส่องเวทีเสวนาวิชาการ ณ ม.อ.ปัตตานี
การต่อสู้รอบใหม่ของชาวบ้านจะนะ: ขอแค่ทำตามสัญญา SEA สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสงขลา-ปัตตานี