กรกฎาคม 8, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ปฏิรูปโครงสร้างรัฐ: ยุติภารกิจซ้ำซ้อน เพื่อคืนงบประมาณสู่การพัฒนาประเทศ บทสะท้อนหลังเวทีงบฯ เดือด! “วีระ” ชงยุบ ป.ย.ป. “วันนอร์” เสนอยุบ กอ.รมน.

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตทางการคลังที่น่าวิตกอย่างยิ่ง โดยงบประมาณแผ่นดินกว่าร้อยละ 80 ถูกใช้ไปกับ “รายจ่ายประจำ” เช่น เงินเดือนข้าราชการ ค่าตอบแทน และงบดำเนินงาน ซึ่งเปรียบเสมือน “กับดัก” ที่ฉุดรั้งศักยภาพในการพัฒนาประเทศ ในขณะที่งบประมาณด้านการลงทุน (Capital Expenditure) กลับมีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของชาติ

     ท่ามกลางสถานการณ์นี้ เสียงเรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูปโครงสร้างรัฐ” และ “ยุบหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน” จึงกลายเป็นวาระสำคัญที่ภาคประชาชนและตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎรเริ่มหยิบยกมาอภิปรายอย่างจริงจัง ดังเช่นการพิจารณางบประมาณปี 2570 ที่ผ่านมา (ดูย้อนหลัง “เวทีงบฯ เดือด! “วีระ” ชงยุบ ป.ย.ป. “วันนอร์” เสนอยุบ กอ.รมน.”)

https://www.thaipbs.or.th/news/content/507989


1. วิกฤตความซ้ำซ้อน: เมื่อรัฐบาลมี “หลายหัว” เกินจำเป็น

     ปัญหาที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือการดำรงอยู่ของหน่วยงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารหรือเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งต่อมากลายเป็นองค์กรที่ภารกิจทับซ้อนกับหน่วยงานหลัก ดังนี้

กอ.รมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร)

     ถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงความคุ้มค่าและภารกิจที่ซ้ำซ้อนกับกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

     นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้เสนอให้มีการทบทวนและยุบหน่วยงานนี้ เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมาใช้งบประมาณมหาศาลแต่ผลงานยังไม่ประจักษ์ชัด อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องความโปร่งใสในภารกิจและการใช้กำลังพล

สำนักงาน ป.ย.ป. (สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง)

     ถูกมองว่าเป็นหน่วยงานที่ “ไม่มีภารกิจหลัก” และการมีอยู่ของหน่วยงานลักษณะนี้เสี่ยงต่อการขยายตัวของระบบราชการโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากไม่จัดการตั้งแต่ต้นมือ จะกลายเป็นภาระงบประมาณระยะยาว


2. กระจายอำนาจ: ทางออกของการบำบัดทุกข์บำรุงสุข

     การปฏิรูปที่สำคัญอีกประการคือ “การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น” โดยการลดบทบาทราชการส่วนภูมิภาคลง เพื่อให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดการตนเองอย่างแท้จริง

     ดังทัศนะของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ที่ย้ำเตือนว่า องค์กรท้องถิ่นคือหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด หากระบบนี้ถูกแทรกแซงด้วยขบวนการซื้อขายตำแหน่ง อนาคตของประเทศจะพังพินาศ

     การให้ท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณเอง จะช่วยให้การแก้ปัญหาตรงจุดและโปร่งใสกว่าการรอคำสั่งจากส่วนกลาง


3. บัญชีกำลังพลผี: สะท้อนว่าต้องลดกำลังพลที่ไม่จำเป็นหรือไม่?

     ประเด็นเรื่อง “กำลังพลผี” ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการอื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นบาดแผลเรื้อรังของระบบราชการที่ส่งผลกระทบทั้งในแง่ของงบประมาณที่รั่วไหล และประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ

3.1 ปรากฏการณ์ “กำลังพลผี”: อาชญากรรมเชิงงบประมาณ

กำลังพลผีไม่ได้หมายถึงเพียงตัวเลขที่ไม่มีคนจริง แต่ยังรวมถึง

  • การเอาชื่อไปเบิกงบ
  • การปั่นตัวเลขกำลังพลเพื่อของบประมาณเพิ่ม
  • การสูญเสียขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานจริง

ผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ต้องเผชิญภาระงานหนักขึ้น ในขณะที่งบประมาณส่วนหนึ่งกลับถูกดูดไปเลี้ยงระบบ “ผี”


3.2 ทำไมต้องลดกำลังพลที่ไม่จำเป็น

การมีกำลังพลเกินความจำเป็น ไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองงบประมาณ แต่ยังส่งผลให้

  • สร้างความระแวงของประชาชนต่อรัฐ
  • เป็นภาระต่อระบบงบประมาณที่รายจ่ายประจำสูงถึง 80%
  • เปลี่ยนจากการบริหารด้วย “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพ”

การมีเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากบุคลากรเหล่านั้นไม่มีภารกิจที่ชัดเจน


3.3 แนวทางการปฏิรูปกำลังพล

หากรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ควรดำเนินการดังนี้

  1. ใช้ระบบ Digital Personnel Tracking ตรวจสอบการปฏิบัติงานจริงของกำลังพล
  2. ทำ Performance Audit ตรวจสอบงบประมาณรายหน่วยอย่างละเอียด
  3. ยุบหน่วยงานซ้อนทับ พร้อมยุบตำแหน่งและงบประมาณที่ไม่จำเป็น
  4. กระจายงบประมาณสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นบริหารจัดการปัญหาของตนเอง

ดังนั้น

     กำลังพลผี คืออีกหนึ่งตัวอย่างของ “ความล้มเหลวในการควบคุมงบประมาณ” หากภาครัฐยังปล่อยให้เกิดการเบิกจ่ายงบประมาณโดยไม่มีผู้ปฏิบัติงานจริง ย่อมสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ขาดธรรมาภิบาล

การปฏิรูปในประเด็นนี้ไม่ใช่การลดทอนความมั่นคง แต่คือการ

  • คืนความยุติธรรมให้ผู้ปฏิบัติงานจริง
  • คืนเงินภาษีของประชาชน
  • นำงบประมาณไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างตรงจุด

จะปฏิรูปอย่างไรให้ยั่งยืน

ในภาวะที่รายจ่ายประจำสูง การตัดงบเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ แต่จำเป็นต้องเป็น “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง (Structural Reform)”

  1. ยุบหน่วยงานที่ไม่มีภารกิจหลัก และคืนบุคลากรกลับหน่วยงานต้นสังกัด
  2. เปลี่ยนจากเบี้ยเลี้ยงพิเศษ สู่การใช้งบประมาณแบบผูกกับผลสัมฤทธิ์ (KPIs)
  3. ลดขนาดองค์กร แต่เพิ่มประสิทธิภาพ (Lean Organization) โดยสนับสนุนหน่วยงานหลักให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ แทนการสร้างองค์กรซ้ำซ้อน

บทสรุป

     ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องกล้าหาญในการ “รื้อ” โครงสร้างที่อุ้ยอ้ายและซ้ำซ้อนออกไป

     การนำงบประมาณที่สูญเสียไปกับรายจ่ายด้านการบริหารจัดการ กลับมาเปลี่ยนเป็น “รายจ่ายเพื่อการพัฒนา” จะช่วยลดวิกฤตทางการคลัง และคืนอำนาจให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

     การพิจารณางบประมาณปี 2570 จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย จากระบบราชการที่ซับซ้อน ไปสู่รัฐที่คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

 337 total views,  337 views today

You may have missed