อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
วันที่ 18 สิงหาคม 2569

ภายใต้ความร่วมมืออันแนบแน่นระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานศึกษาในพื้นที่ วันนี้ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในโอกาสเดินทางมาลงพื้นที่ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมหารือเชิงวิชาการเพื่อกำหนดทิศทางและ “วางแผนโจทย์วิจัย” มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอาหรับในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมเยียนตามปกติ แต่เป็นการเปิดพื้นที่พูดคุยอย่างลึกซึ้งถึง “ทำไมและอย่างไร” (Why & How) ในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ภาษาอาหรับ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาอิสลามในภูมิภาค
(ความสำคัญและที่มาของโจทย์วิจัย)
- ความท้าทายในบริบทปัจจุบัน: การเรียนการสอนภาษาอาหรับในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านบริบทสังคม เทคโนโลยี และความคาดหวังของผู้ปกครอง
- การเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ: ผลงานวิจัยทางการศึกษาที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักอยู่บนหอคอยงาช้าง การสร้างโจทย์วิจัยที่มาจากปัญหาหน้างานจริงของครูและนักเรียน จะช่วยให้ได้แนวทางแก้ไขที่ตรงจุดและนำไปใช้ได้จริง
- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Networking): มหาวิทยาลัยและโรงเรียนต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผสานองค์ความรู้ทางวิชาการระดับอุดมศึกษาเข้ากับประสบการณ์ภาคสนามของครูสอนภาษาอาหรับ

(แนวทางการขับเคลื่อนและออกแบบโจทย์วิจัยร่วมกัน)
- กระบวนการมีส่วนร่วม (Participatory Approach): เปิดเวิร์กชอปพูดคุยระดมสมองระหว่างอาจารย์มหาวิทยาลัย ครูผู้สอนในโรงเรียน นักเรีนน และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อค้นหา ” Pain Points” หรือปัญหาอุปสรรคที่แท้จริงในห้องเรียนภาษาอาหรับ
- การบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยี: ออกแบบโจทย์วิจัยเช่น การนำสื่อดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและประสิทธิภาพในการฝึกทักษะฟัง-พูด-อ่าน-เขียนภาษาอาหรับ?
- การต่อยอดสู่นโยบายและการปฏิบัติ: นำผลลัพธ์จากงานวิจัยมาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การอบรมครูประจำการ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอาหรับในชีวิตประจำวันของนักเรียน
การพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและการจัดการศึกษา ทางโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิขอขอบพระคุณคณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาทุกท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงานวิจัยที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับเยาวชนและสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
“การพัฒนาภาษาอาหรับมิใช่เพียงเพื่อการท่องจำ แต่คือการติดอาวุธทางปัญญาให้เยาวชนก้าวทันโลกผ่านการวิจัยและพัฒนาที่ยั่งยืน”
#โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ #จะนะ #สงขลา #มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา #วิจัยการศึกษา #ภาษาอาหรับ #การศึกษาอิสลาม #ชายแดนใต้
196 total views, 196 views today

More Stories
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลจัด “เทศกาลสันติภาพ 2569” สานต่อจิตวิญญาณมหิดลเพื่อสังคมสันติประชาธรรม เรียนรู้บทเรียนจากควังจูสู่ 50 ปี 6 ตุลา
รายงานข่าวพิเศษ: เปิดพื้นที่เสวนาหรือสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน? สโมสรนักศึกษารัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ปัตตานี โต้เดือด “TOP NEWS” ย้ำมหาวิทยาลัยต้องเป็นพื้นที่ของความเห็นต่าง
พลิกโฉมการศึกษาปัตตานี! “สายบุรีอิสลามวิทยา” ผงาดเวทีโลก คว้า 3 เหรียญทองแดงนวัตกรรมมาเลเซีย ย้ำชัดโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาสร้างคนเก่งทั้งทางธรรมและทางโลก