อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

สถานการณ์ความขัดแย้งเชิงวาทกรรมระหว่างสถาบันการศึกษาและสื่อมวลชนกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังจาก สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ออกแถลงการณ์ตอบโต้สำนักข่าว TOP NEWS กรณีการนำเสนอข่าวการจัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการ โดยชี้ว่าการรายงานข่าวดังกล่าวอาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัยในฐานะ “พื้นที่ปลอดภัยทางความคิด” ที่เปิดกว้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลายตามหลักการประชาธิปไตย
ที่มาของข้อพิพาท: จากเวทีเสวนาสู่หน้าจอข่าว
ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่สำนักข่าว TOP NEWS ได้เผยแพร่รายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสวนาของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งในเวทีดังกล่าวมีการเชิญบุคคลจากหลากหลายมุมมองทางการเมืองมาร่วมพูดคุยในประเด็นสำคัญอย่าง รัฐธรรมนูญและระบบการเงินการคลัง รวมถึงประเด็นที่นักศึกษาผู้เข้าร่วมรับฟังจะได้รับหน่วยกิตชั่วโมงกิจกรรมจำนวน 3 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม การนำเสนอข่าวดังกล่าวถูกมองจากฝั่งนักศึกษาว่าเป็นการเลือกหยิบยกเพียงบางประเด็นมานำเสนอโดยขาดบริบทที่รอบด้าน จนอาจสร้างภาพจำเชิงลบและทำให้สังคมเข้าใจผิดต่อเจตนารมณ์ของการจัดกิจกรรมและตัวมหาวิทยาลัย
เสียงสะท้อนจากสโมสรนักศึกษาฯ: “ความเห็นต่างไม่ใช่ปัญหา”
ทาง สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ได้ออกมาชี้แจงและยืนยันจุดยืนผ่าน 3 ประเด็นหลัก ที่สำคัญ ดังนี้:
- การเปิดพื้นที่เรียนรู้ ไม่ใช่การรับรองอุดมการณ์: การเชิญวิทยากรที่มีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลายเข้ามาพูดคุย ไม่ได้หมายความว่าคณะหรือสโมสรนักศึกษาเห็นด้วยหรือรับรองแนวคิดของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด แต่ทำไปเพื่อให้เป็นพื้นที่ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม และตัดสินใจด้วยเหตุผลของตนเอง
- มหาวิทยาลัยต้องไม่ปิดกั้นความต่าง: บรรยากาศการเรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยควรส่งเสริมเสรีภาพทางความคิด หากสถาบันการศึกษาไม่สามารถเปิดพื้นที่ให้ถกเถียงความเห็นต่างได้ สังคมก็ย่อมไม่สามารถคาดหวังให้เกิดการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้เช่นกัน
- ไขปม “ชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมง”: กรณีการได้รับหน่วยกิตชั่วโมงกิจกรรม เป็นไปตามระบบโครงสร้างปกติของกิจกรรมนักศึกษา ไม่ได้มีเจตนาบังคับหรือชี้นำให้นักศึกษาต้องคล้อยตามเนื้อหาหรือทัศนคติของวิทยากรท่านใดท่านหนึ่ง
“หากแม้แต่พื้นที่การศึกษาเรายังไม่กล้าเปิดให้คนเห็นต่างได้พูดคุยกัน แล้วเราจะสร้างสังคมประชาธิปไตยที่เคารพความคิดเห็นที่แตกต่างได้อย่างไร” — สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.อ. ปัตตานี
มุมมองต่อบทบาทสื่อมวลชนและความรับผิดชอบทางสังคม
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในยุคสารสนเทศที่การนำเสนอข่าวสารจำเป็นต้องอาศัย จรรยาบรรณ ความถูกต้อง และบริบทที่รอบด้าน การเลือกนำเสนอข่าวโดยมุ่งเน้นสร้างกระแสหรือบิดเบือนเจตนาที่แท้จริงของการจัดกิจกรรมทางวิชาการ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อสถาบันการศึกษา และสร้างความหวาดระแวงให้แก่นักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรมเชิงวิชาการในอนาคต
รายงานข่าวพิเศษชิ้นนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า สื่อมวลชนและสถาบันการศึกษาต่างมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม โดยสื่อควรทำหน้าที่สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ขณะที่มหาวิทยาลัยก็ต้องรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของการเป็น “ตลาดวิชา” ที่ปลอดภัยสำหรับทุกความคิดเห็นอย่างแท้จริง
หมายเหตุสำหรับรายงานข่าวฉบับเต็ม
จากกรณีที่สำนักข่าว TOP NEWS นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสวนาของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยกล่าวถึงการเชิญบุคคลจากหลากหลายมุมมองทางการเมืองมาร่วมพูดคุยในประเด็นรัฐธรรมนูญและระบบการเงินการคลัง รวมถึงการที่นักศึกษาเข้าร่วมรับฟังและได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมงนั้น
ในฐานะสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ เราเห็นว่าการนำเสนอข่าวควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและบริบทที่ครบถ้วน ไม่ควรเลือกหยิบเพียงบางประเด็นมานำเสนอจนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อกิจกรรมและต่อมหาวิทยาลัย
คณะรัฐศาสตร์มีหน้าที่สำคัญประการหนึ่ง คือการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้เรื่องการเมืองจากหลายมุมมอง การเชิญบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันเข้ามาพูดคุย ไม่ได้หมายความว่าคณะหรือสโมสรนักศึกษาจะรับรองหรือเห็นด้วยกับความคิดเห็นของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฟัง ตั้งคำถาม วิเคราะห์ และตัดสินด้วยเหตุผลของตนเอง
มหาวิทยาลัยไม่ควรเป็นพื้นที่ที่นักศึกษาต้องเลือกฟังเฉพาะความคิดเห็นที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน เพราะหากมหาวิทยาลัยไม่สามารถเปิดพื้นที่ให้เกิดความเห็นต่างได้ แล้วเราจะคาดหวังให้นักศึกษาเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย การถกเถียง และการอยู่ร่วมกับความแตกต่างจากที่ใด
ส่วนเรื่องชั่วโมงกิจกรรม ขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า กิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัยมีการกำหนดชั่วโมงกิจกรรมตามระบบของมหาวิทยาลัย การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้นักศึกษาจะได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมงตามเงื่อนไขที่กำหนด การได้รับชั่วโมงกิจกรรมจึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบกิจกรรมนักศึกษา ไม่ใช่การบังคับให้นักศึกษาต้องเห็นด้วยกับวิทยากร หรือเห็นด้วยกับเนื้อหาของกิจกรรม
การจัดกิจกรรมทางวิชาการไม่ควรถูกตั้งคำถามเพียงเพราะมีผู้เข้าร่วมที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างจากบางกลุ่ม เพราะหน้าที่ของมหาวิทยาลัยคือการสร้างพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ ไม่ใช่สร้างพื้นที่ที่ทุกคนต้องคิดเหมือนกัน
และในฐานะคณะรัฐศาสตร์ เราเชื่ออย่างชัดเจนว่า “ความเห็นต่างไม่ใช่ปัญหา หากสังคมยังสามารถพูดคุยกันได้ด้วยเหตุผล”
จึงขอให้การนำเสนอข่าวเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและนักศึกษาอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง มีบริบทที่รอบด้าน และไม่สร้างภาพจำหรือความเข้าใจผิดจากการนำเสนอเพียงด้านเดียว
พื้นที่มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ เสรีภาพทางความคิดเห็น และการแลกเปลี่ยนอย่างเปิดกว้าง ไม่ใช่พื้นที่ที่นักศึกษาต้องหวาดระแวงว่าการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจะถูกนำไปตีความเป็นเรื่องอื่น
เพราะหากแม้แต่พื้นที่การศึกษาเรายังไม่กล้าเปิดให้คนเห็นต่างได้พูดคุยกัน แล้วเราจะสร้างสังคมประชาธิปไตยที่เคารพความคิดเห็นที่แตกต่างได้อย่างไร
202 total views, 202 views today

More Stories
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลจัด “เทศกาลสันติภาพ 2569” สานต่อจิตวิญญาณมหิดลเพื่อสังคมสันติประชาธรรม เรียนรู้บทเรียนจากควังจูสู่ 50 ปี 6 ตุลา
“ผมดำสู่ผมขาว… 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ต้องรอถึงเมื่อไหร่?” เสียงสะท้อนจาก ‘อ.ฆอซาลี อาแว’ ถึงเวลาเลิกทำงานไปวันๆ แล้วมาร่วมสานพลังสร้างอนาคตจริงจัง
รายงานพิเศษ: รศ.ดร.โคทม อารียา “วิศวกรสันติวิธี” ผู้เดินทางไกลเพื่อสันติภาพไทยและชายแดนใต้