อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
จะนะ สงขลา
หลังพิธีเปิด “งานของดีเมืองจะนะ ประจำปี 2568” ท่ามกลางบรรยากาศการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล เมื่อภาคประชาชนสะท้อนความต้องการให้งานสะท้อน “อัตลักษณ์ที่แท้จริง” ของเมืองจะนะ โดยเฉพาะการขอให้ปลอดจากอบายมุขที่ขัดต่อหลักศีลธรรมและค่านิยมของชุมชน ซึ่งมันไม่ใช่พหุวัฒนธรรมทั้งพุทธและมุสลิม
ความภูมิใจที่มากกว่าการขายของ
งาน “ของดีเมืองจะนะ” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี (เริ่มจัดครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2546) เพื่อเป็นเวทีประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน การเกษตร และวิถีพหุวัฒนธรรม ณ ลานอเนกประสงค์หน้าสถานีรถไฟจะนะ
สำหรับปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–26 กรกฎาคม 2568 โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และอำเภอจะนะ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม แม้เจตนารมณ์ของงานจะมุ่งเน้นการสร้างรายได้ แต่เสียงสะท้อนจากประชาชนกลับมุ่งเน้นไปที่ “ภาพลักษณ์” ของงาน ซึ่งคนในพื้นที่มองว่านี่คือ “หน้าตาของอำเภอ” ที่สะท้อนตัวตนของคนจะนะออกไปสู่สายตาคนภายนอก
เสียงสะท้อนถึงผู้บริหาร: “ต้องการงานที่สร้างสรรค์ ปลอดอบายมุข”
ท่ามกลางความยินดีที่มีงานประจำปี ประชาชนจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อออนไลน์ โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของกิจกรรมบางประเภท เช่น การละเล่นที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดศีลธรรมอันดีงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ให้ความสำคัญมาก
- มุมมองครอบครัว: ผู้ปกครองหลายท่านระบุว่า รู้สึกไม่สบายใจเมื่อพาลูกหลานมาเที่ยวงานแล้วต้องพบเห็นกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดความรู้สึกไม่อยากกลับมาเที่ยวซ้ำ
- ข้อเรียกร้องถึงผู้นำ: ประชาชนได้เรียกร้องผ่านโซเชียลไปยังนายอำเภอและผู้เกี่ยวข้อง ให้มีการ “สแกน” กิจกรรมหรือร้านค้าที่มาจากนอกพื้นที่ ซึ่งนำสิ่งลามกหรืออบายมุขเข้ามา เพื่อรักษาเกียรติภูมิของเมืองจะนะ ซึ่งเป็นเมืองแห่งปัญญา (อุลมาอ์) และเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่สวยงาม
ความคาดหวังสู่อนาคต: “เมืองจะนะที่น่าอยู่”
บทสรุปของเสียงสะท้อนนี้ ไม่ใช่การปฏิเสธการจัดงาน แต่เป็นการเรียกร้องให้ “ปรับปรุงและยกระดับ” เพื่อให้งาน “ของดีเมืองจะนะ” กลายเป็นความภาคภูมิใจที่แท้จริง โดยข้อเสนอแนะที่สำคัญมีดังนี้
- เน้นอัตลักษณ์ท้องถิ่น: ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการและภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ให้มากขึ้น
- ธำรงไว้ซึ่งศีลธรรม: จัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และยกเลิกกิจกรรมที่ขัดต่อหลักศีลธรรมอันดีงามและค่านิยมของชุมชน โดยเฉพาะการมีอบายมุขแฝงภายในงาน
- สะท้อนความเป็นเมืองแห่งปัญญา: ให้งานสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการพัฒนาคนและชุมชน ตามแนวทางเมืองแห่งการเรียนรู้และมิตรภาพ
สถานการณ์นี้ถือเป็นบทพิสูจน์ความท้าทายของผู้บริหารท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในการประสาน “กลไกเศรษฐกิจ” เข้ากับ “รากเหง้าทางวัฒนธรรมและศาสนา” เพื่อให้งานของดีเมืองจะนะเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเป็นความภาคภูมิใจของชาวจะนะอย่างแท้จริงต่อไป
คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?
งาน “ของดีเมืองจะนะ” ในอุดมคติของคุณควรเป็นอย่างไร และอยากให้ทางหน่วยงานปรับปรุงจุดไหนเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง?
3,486 total views, 34 views today

More Stories
ลามีน ยามาล: เมื่อ “มารยาทและศรัทธา” คือแชมป์ที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้วยรางวัล บทเรียนสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในการขับเคลื่อนฟุตบอล
ถูกต้องแล้ว ศอ.บต. ตัดสินใจไม่นำภาษีประชาชนไปอุดหนุนการประกอบพิธีฮัจญ์
ทะเลและชายหาดคือห้องเรียนวิทยาศาสตร์: ถอดรหัสการเรียนรู้แบบ Active Learning จาก “ชาวบ้านจะนะ” สู่การปฏิรูปการศึกษาไทย