กรกฎาคม 21, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

เมื่อ กอ.รมน. ปกป้องประชาชนจากถูก IO ว่าแบ่งแยกดินแดนไม่ได้… ก็ยุบ กอ.รมน. เสีย? และเพจอวตารเหล่านี้ยังคงอยู่และนับวันหนักขึ้น

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     ท่ามกลางความพยายามในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพและการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่ดูเหมือนจะเติบโตและทวีความรุนแรงสวนทางกับความสงบเรียบร้อยคือ “สงครามไซเบอร์” (Digital War) ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) ที่มุ่งเป้าโจมตี ใส่ร้ายป้ายสี และตราหน้าประชาชนผู้บริสุทธิ์ นักกิจกรรม สื่อมวลชน และแม้กระทั่งเยาวชนว่าเป็น “แนวร่วม BRN” หรือ “กลุ่มแบ่งแยกดินแดน”

      คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในใจของสังคมวันนี้คือ หากหน่วยงานที่มีหน้าที่รักษาความมั่นคงและสร้างความสามัคคีในชาติอย่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ไม่สามารถปกป้องประชาชนจากการถูกคุกคามทางออนไลน์ หรือแย่ไปกว่านั้นคือ ถูกชี้เป้าว่าเป็นต้นตอเสียเอง… ความจำเป็นในการดำรงอยู่ของหน่วยงานนี้ยังเหลืออยู่อีกหรือไม่?

1. เสียงสะท้อนจากคนทำงาน: เมื่อเยาวชนบริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อ IO

      กรณีล่าสุด (17 กรกฎาคม 2569) ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม คือเสียงสะท้อนจาก “เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา” ศิลปินและนักออกแบบชาวปัตตานี ผู้เลือกกลับคืนสู่บ้านเกิดเพื่อสร้างสรรค์ศิลปะที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยมลายู และเปลี่ยนภาพจำของพื้นที่ความรุนแรงให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ผ่านงานสร้างสรรค์อย่าง Pattani Decoded แต่ทีมงานเยาวชนของเขากลับต้องตกเป็นเป้าหมายความเกลียดชังเพียงเพราะมีภาพถ่ายร่วมเฟรมกับนักการเมือง

“เมื่อครู่นี้ พาหลานแท้ๆ ของผมมาแจ้งความ ที่มีเพจใส่ร้ายเด็กๆ เยาวชนทีมงาน Staff ที่กำลังต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองในงาน Pattani Decoded… นำรูปถ่ายที่มีการถ่ายรูปด้วยกันในงานเมื่อคืนและมีนักการเมือง (รวมทั้งแยม) ร่วมเฟรมด้วย แล้วโพสต์กล่าวหาว่าบุคคลในรูปเป็นแนวร่วม BRN ซึ่งมีรูปหลานๆ ของผมติดไปด้วย โยงเยาวชนกับการเมืองและความมั่นคง สร้างความเข้าใจผิดในโซเชียลกระทบประวัติต่อเยาวชน… และตำรวจก็รับแจ้งแต่บอกทำอะไรไม่ได้นะ… ได้โปรดผู้มีอำนวยในเรื่องนี้อย่าปล่อยความชั่วมารังแกเยาวชนและคนบริสุทธิ์อีกเลย”

     ความอัดอั้นนี้สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า กลไกปกติของรัฐไม่สามารถให้ความคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและชื่อเสียงของประชาชนจากการถูกคุกคามทางไซเบอร์ได้เลย

2. ปฏิบัติการที่เป็นระบบ: จากรายงานวิชาการสู่หลักฐานเชิงประจักษ์

      การสาดโคลนว่าประชาชนเป็น “ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเป็นเพียงความคึกคะนองของเกรียนคีย์บอร์ด แต่มีลักษณะทำกันอย่างเป็นระบบ

      ข้อมูลจากการยื่นหนังสือของ เครือข่ายสามพี่น้องการศึกษาอิสลาม ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ระบุชัดเจนว่า ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) กำลังคุกคามสถาบัน บุคคล นักข่าว นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการสันติภาพ

      ที่น่าตกใจคือ มีการตรวจพบว่าเพจที่ดำเนินการใส่ร้ายเหล่านั้น หลายเพจมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคง เช่น เพจทางการของ ฉก.นราธิวาส รวมถึงเครือข่ายบัญชีอวตารอีกนับพันบัญชี สอดคล้องกับ

  • คำร้องเรียนของ ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่พบการขยายความของเพจ IO ไปไม่ต่ำกว่า 1,000 บัญชี กระจายข่าวปลอม (Fake News) สู่ผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 1 ล้านบัญชี
  • รายงานของ Facebook (กุมภาพันธ์ 2564) ที่เคยสั่งลบบัญชี 77 บัญชี, 18 เพจ, 18 กลุ่ม และ 18 บัญชี Instagram ที่พบว่าเป็นปฏิบัติการ IO ที่เชื่อมโยงกับ กอ.รมน.
  • งานวิจัยของ รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ และ ผศ.ดร.อันวาร์ กอมะ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ชี้ว่าเพจเหล่านี้ เช่น ทันข่าวภาคใต้, เรื่องราวชายแดนใต้, ข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้, ใต้พรมชายแดนใต้, ค้นข่าวชายแดนใต้, เปิดโปงขบวนการ BRN ใช้ “ถ้อยคำอันตราย” (Dangerous Speech) และ Hate Speech ที่จงใจสร้างความเกลียดชังและสามารถนำไปสู่ความรุนแรงในชีวิตจริง
ตัวอย่างเพจที่ถูกตรวจสอบพฤติกรรม IO ลักษณะการปฏิบัติการ ผลกระทบ
เพจเครือข่ายความมั่นคง / เพจอวตารนิรนาม ใช้ชุดข้อความเดียวกัน (Dangerous Speech) หมุนเวียนแชร์ในกลุ่มข่าว ประชาชน/เยาวชนถูกตราหน้าว่าเป็นภัยความมั่นคง
เพจทางการของหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ โพสต์ข้อมูลเชื่อมโยงสร้างความเกลียดชัง โจมตีนักสิทธิฯ และสื่อ ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจในกระบวนการสันติภาพ

3. บรรทัดฐานทางกฎหมาย: เมื่อศาลชี้ชัดว่า “รัฐทำ IO จริง”

     ข้ออ้างที่ว่าหน่วยงานความมั่นคงไม่มีส่วนรู้เห็นกับปฏิบัติการเหล่านี้เริ่มฟังไม่ขึ้น เมื่อกระบวนการยุติธรรมได้มีคำพิพากษาเป็นที่ประจักษ์ จากกรณีที่ ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี (ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล กอ.รมน.) ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ นางอังคณา นีละไพจิตร และ นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ พร้อมสั่งให้ลบโพสต์โจมตีใส่ร้ายภายใน 7 วัน เนื่องจากพิสูจน์ได้ว่าเป็นปฏิบัติการ IO ของรัฐ

คำพิพากษานี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า ภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้ในภารกิจที่หันกลับมาทำลายประชาชนเสียเอง

4. บทสรุป: ปฏิรูป ปรับปรุง หรือ… ยุบเลิก?

     กอ.รมน. ถูกตั้งขึ้นมาภายใต้แนวคิดการบูรณาการเพื่อรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทว่าในยุคปัจจุบัน “ความมั่นคง” ที่แท้จริงคือความปลอดภัยของประชาชน ทั้งในโลกกายภาพและโลกออนไลน์

     หาก กอ.รมน. ยังคงปล่อยให้กลไกในสังกัดหรือเครือข่ายอวตารใช้ข้อหา “แบ่งแยกดินแดน” มาเป็นเครื่องมือทำลายล้างผู้เห็นต่าง ละเมิดสิทธิมนุษยชน และสร้างความหวาดกลัวให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่พยายามพัฒนาบ้านเกิด ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า กอ.รมน. กำลังกลายเป็น “ภัยคุกคามความมั่นคง” เสียเอง

      หากไม่สามารถปรับปรุงโครงสร้างให้มีความโปร่งใส ไม่สามารถยุติการทำ IO สาดโคลน และไม่สามารถทำหน้าที่ปกป้องประชาชนจากความอยุติธรรมทางไซเบอร์ได้… ข้อเสนอของภาคประชาสังคมและประชาชนในการ “ยุบ กอ.รมน. เพื่อคืนอำนาจและงบประมาณให้แก่หน่วยงานพลเรือนปกติที่ตรวจสอบได้” ย่อมเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและมีความชอบธรรมสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย หรือหากไม่ยุบก็ต้องรีบปฏิรูปด่วน

หมายเหตุอ่านประกอบ

“กอ.รมน. กับ 5 ภารกิจหลัก กางงบฯ พบแนวโน้มลดลง ปี 70 หั่นเหลือ 5.7 พันล้าน”

https://www.thaipbs.or.th/news/content/508019

 3,263 total views,  4 views today

You may have missed