อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่ “ซีซั่นใหม่” ที่เน้นการพูดคุยแบบ “Thai Ways of Peace Dialogue” ภายใต้การนำของ คุณฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ คนปัจจุบัน ความหวังของคนในพื้นที่ไม่ได้ฝากไว้เพียงแค่การยุติความรุนแรงบนโต๊ะเจรจาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบ “โครงสร้างสังคม” ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ทำไมต้องเริ่มด้วย “การจัดการศึกษา”?
สำหรับผู้เขียนได้เสนอ ต่อหัวหน้าการพูดคุยฯ ซึ่งสามารถทำได้ทันที โดยเริ่มด้วยการออกแบบร่วมการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับพื้นที่ “สามฝ่าย ผู้เห็นต่าง รัฐ และภาคประชาสังคมด้านการศึกษา”
ข้อเสนอที่ว่า “เราควรออกแบบการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่าง รัฐ ผู้เห็นต่าง และภาคประชาสังคม” ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงวิชาการ แต่เป็นจุดเชื่อมโยงที่สอดคล้องกับกรอบการพูดคุย 3 ประการอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
- การยุติความรุนแรง: เมื่อระบบการศึกษาสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิดและจิตใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้งเชิงอัตลักษณ์และการถูกละเมิดทางวัฒนธรรม ความรุนแรงย่อมลดลงโดยอัตโนมัติจากฐานราก
- การปรึกษาหารือสาธารณะ: การให้ทุกฝ่ายมาร่วมออกแบบหลักสูตรและการบริหารจัดการศึกษา คือรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดของการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วม (Inclusive Process) ที่คุณฐนัตถ์เน้นย้ำ
- การแสวงหาทางออกทางการเมือง: การกระจายอำนาจทางการศึกษาเป็น “ก้าวแรก” และ “รากฐาน” ของการกระจายอำนาจการปกครองในอนาคต ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารจัดการตนเองตามบริบทเฉพาะพื้นที่
การกระจายอำนาจ: จากส่วนกลาง สู่ “ศูนย์กลางท้องถิ่น”
หัวใจสำคัญที่ผู้เขียนเน้นย้ำคือการ “ถ่ายโอนอำนาจ” จากส่วนกลาง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สู่กลไกการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษารูปแบบเฉพาะ เช่น สถาบันปอเนาะและโรงเรียนตาดีกา
- วิสัยทัศน์: การศึกษาระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษาต้องถูกออกแบบให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ ภาษา และวิถีอิสลาม โดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศทั้งทางโลกและทางธรรมอย่างมีดุลยภาพ
- เครื่องมือ: กระจายทั้ง “อำนาจการบริหาร” “บุคลากร” และ “งบประมาณ” เพื่อให้คนในพื้นที่เป็นผู้กำหนดอนาคตการเรียนรู้ของลูกหลานตนเองอย่างแท้จริง
สัญญาณแห่งซีซั่นใหม่: สันติภาพที่จับต้องได้

การที่คุณฐนัตถ์ประกาศว่าตนเองจะทำหน้าที่เป็นคนกลาง “หัวหน้าการพูดคุย” ที่พร้อมรับฟังและนำข้อเสนอจากภาคประชาสังคมไปหารือกับ BRN คือนิมิตหมายที่ดีของการลดเงื่อนไขความไม่ไว้วางใจ และเปลี่ยนจากการเจรจาต่อรอง (Negotiation) มาเป็นการทำงานร่วมกัน (Collaboration)
อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญที่ คุณรอมซี ดอฆอ (ประธาน CAP) และ ผศ.ดร.รุ่งระวี เฉลิมศรีภิญโญรัช ได้ชี้ให้เห็น คือ “เจตจำนงทางการเมือง” ของรัฐบาลที่ต้องชัดเจน ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม (เช่น กฎหมาย SLAPP) และให้ความสำคัญกับรายงานของคณะกรรมาธิการสันติภาพฯ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่กลางให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
บทสรุป: การเดินทางที่ต้องไม่ปลดเกียร์ว่าง
ในห้วงเวลาที่สถานการณ์ดูเหมือนจะล้มลุกคลุกคลานมานานกว่าทศวรรษ ข้อเสนอของผู้เขียนให้ใช้ “การศึกษา” เป็นแกนกลางในการสร้างสันติภาพ จึงน่าจะจุดเริ่มได้ก่อนและเป็นจุดยืนที่ทรงพลัง เพราะหากเราสร้างความเข้าใจและสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันได้สำเร็จ นั่นย่อมหมายถึงการสร้าง “เกราะป้องกัน” ที่แข็งแกร่งที่สุดให้กับกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้
ถึงเวลาที่คนในพื้นที่ต้อง “กระทำการ” หนุนเสริมและเล่นบทบาทเชิงรุก เพราะสันติภาพไม่ใช่สิ่งที่ใครคนใดคนหนึ่งจะหยิบยื่นให้ แต่เป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันออกแบบและลงมือทำ…เพื่อให้แสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เฝ้ารอมานาน กลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้ในทุกตารางนิ้วของปาตานี
หมายเหตุ
อ้างอิงและเรียบเรียงจากเวทีเสวนา “มองสถานการณ์ชายแดนใต้ ซีซั่นใหม่-ข้อท้าทายและความหวัง” วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ณ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
“เสนอหัวหน้าการพูดคุยฯ เริ่มด้วยการออกแบบร่วมการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับพื้นที่ ‘สามฝ่าย ผู้เห็นต่าง รัฐ และภาคประชาสังคมด้านการศึกษา’?”
(https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/56028)
2,772 total views, 2 views today

More Stories
ลามีน ยามาล: เมื่อ “มารยาทและศรัทธา” คือแชมป์ที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้วยรางวัล บทเรียนสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในการขับเคลื่อนฟุตบอล
ถูกต้องแล้ว ศอ.บต. ตัดสินใจไม่นำภาษีประชาชนไปอุดหนุนการประกอบพิธีฮัจญ์
ทะเลและชายหาดคือห้องเรียนวิทยาศาสตร์: ถอดรหัสการเรียนรู้แบบ Active Learning จาก “ชาวบ้านจะนะ” สู่การปฏิรูปการศึกษาไทย