กรกฎาคม 16, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

เงาที่ยังไม่จางหาย: เมื่อฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นสมรภูมิของการเหยียดเชื้อชาติ: กรณีศึกษา

แชร์เลย

มาเรียโน ราฆอย (Mariano Rajoy) อดีตนายกรัฐมนตรีสเปน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงด้อยค่าทีมชาติฝรั่งเศส โดยกล่าวว่า “ทีมชาติฝรั่งเศสไม่มีนักเตะฝรั่งเศสเลย”

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

          ท่ามกลางกระแสการหลอมรวมทางวัฒนธรรมที่โลกยุคใหม่ก้าวไปไกลเกินกว่าจะแบ่งแยกผู้คนด้วยสีผิวหรือเชื้อชาติ แต่ในพื้นที่ของ “ฟุตบอลโลก” เวทีที่ควรจะเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมนุษยชาติ กลับยังมีเงาอันมืดดำของการเหยียดเชื้อชาติแฝงตัวอยู่ ราวกับเป็นมะเร็งร้ายที่ยากจะรักษาให้หายขาด

นิยามของการเหยียดเชื้อชาติในโลกฟุตบอล

      การเหยียดเชื้อชาติ (Racism) ในบริบทของฟุตบอล คือการแสดงออกผ่านคำพูด พฤติกรรม หรือทัศนคติที่มุ่งเป้าไปที่การดูหมิ่น แบ่งแยก หรือลดทอนคุณค่าของบุคคลหรือกลุ่มคน โดยอ้างอิงจากเชื้อชาติ สีผิว สัญชาติ หรือต้นกำเนิดทางชาติพันธุ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายบรรยากาศของกีฬา แต่ยังเป็นการฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ว่าด้วยความเท่าเทียมและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

กรณีศึกษา: วาทกรรมจากอดีตผู้นำสู่ความขัดแย้งร่วมสมัย

      ล่าสุด ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่ควรจะเต็มไปด้วยสีสันและการเฉลิมฉลอง กลับเกิดประเด็นร้อนแรงเมื่อ มาเรียโน ราฆอย (Mariano Rajoy) อดีตนายกรัฐมนตรีสเปน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงด้อยค่าทีมชาติฝรั่งเศส โดยกล่าวว่า

“ทีมชาติฝรั่งเศสไม่มีนักเตะฝรั่งเศสเลย”

      วาทกรรมดังกล่าวไม่ใช่แค่คำวิจารณ์เชิงกีฬา แต่มันคือการตั้งคำถามถึง “สิทธิการเป็นพลเมือง” ของนักเตะที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสยุคใหม่

      การที่อดีตผู้นำระดับประเทศหยิบยกประเด็นสีผิวขึ้นมาโจมตีฝ่ายตรงข้ามก่อนเกมรอบรองชนะเลิศ ส่อให้เห็นถึงการใช้ “การเหยียดเชื้อชาติ” เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือสงครามจิตวิทยาเพื่อหวังผลทางชัยชนะ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจและเสื่อมเสียต่อเกียรติยศของตำแหน่งที่เคยดำรงอยู่

อย่างไรก็ตาม โลกฟุตบอลยังมีความหวังเมื่อคนรุ่นใหม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาโต้กลับ

เปา กูบาร์ซี่ กองหลังดาวรุ่งทีมชาติสเปน ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า

“ถ้าพวกเขาเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศส นั่นหมายความว่าพวกเขาคือชาวฝรั่งเศส”

สิ่งนี้สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับ “ความสามารถและความจงรักภักดี” เหนือกว่า “รูปลักษณ์ภายนอก”

ขณะที่ เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของสเปน ก็ออกมาประณามทัศนคตินี้อย่างตรงไปตรงมา

ปัญหาและทางออกที่ยั่งยืน

      ปัญหาสำคัญคือการที่วาทกรรมเหยียดเชื้อชาติถูกผลิตซ้ำโดยบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด การปล่อยให้การเหยียดเชื้อชาติเป็นเพียง “เรื่องปกติ” ในวงการฟุตบอล จะยิ่งเป็นการบ่มเพาะความเกลียดชังในสังคมวงกว้าง

แนวทางสู่การแก้ไขที่ยั่งยืน

  • มาตรการลงโทษที่เด็ดขาด: สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ต้องยกระดับมาตรการลงโทษผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ทั้งปรับเงิน ตัดสิทธิ์ หรือแบนจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลอย่างจริงจัง
  • บทบาทของผู้นำทางความคิด: บุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะนักการเมือง ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม การใช้เชื้อชาติเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้งต้องถูกประณามจากสังคมอย่างเป็นเอกฉันท์ ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้ในทุกกรณี
  • การศึกษาและความเข้าใจ: โลกฟุตบอลควรเป็นพื้นที่ทดลองทางสังคมที่สอนให้ผู้คนเรียนรู้การยอมรับความแตกต่าง การสร้างแคมเปญที่เน้นย้ำถึง “ความหลากหลายที่งดงาม” ต้องถูกสอดแทรกอยู่ในวัฒนธรรมฟุตบอลอย่างเป็นรูปธรรม
  • พลังของคนรุ่นใหม่: การส่งเสริมให้ผู้เล่นเยาวชนกล้าที่จะปกป้องเพื่อนร่วมวิชาชีพและยืนหยัดในความถูกต้อง เหมือนที่กูบาร์ซี่ได้ทำ คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในฟุตบอล

บทสรุป

      ฟุตบอลโลกคือเวทีที่รวบรวมมนุษย์จากทุกมุมโลกมาอยู่ร่วมกัน หากเรายังไม่สามารถขจัดคราบเปื้อนของการเหยียดเชื้อชาติออกไปได้ ชัยชนะที่ได้รับมาก็อาจไร้ความหมาย เพราะฟุตบอลที่แท้จริงคือการแสดงศักยภาพของมนุษย์ที่ไร้พรมแดน ไม่ใช่สนามรบที่แบ่งแยกสีผิวเพื่อชัยชนะเพียงชั่วคราว

หมายเหตุ

#MainStand: เปา กูบาร์ซี่ ตอบโต้ความเห็นของ มาเรียโน ราฆอย อดีตนายกฯ สเปน ที่บอกว่าทีมชาติฝรั่งเศสไม่มีนักเตะฝรั่งเศส

     เปา กูบาร์ซี่ กองหลังทีมชาติสเปน ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ออกมาเรียกร้องให้ทุกคนมีความเคารพและยอมรับความหลากหลายซึ่งกันและกัน ยืนยันว่านักเตะทุกคนที่ลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศส ล้วนเป็นชาวฝรั่งเศส และสีผิวไม่ใช่เรื่องสำคัญ

      คำตอบโต้ของปราการหลังวัย 19 ปีรายนี้ เกิดขึ้นหลังจาก มาเรียโน ราฆอย อดีตนายกรัฐมนตรีสเปน แสดงความคิดเห็นก่อนเกมรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ที่ฝรั่งเศสจะพบกับสเปน โดยกล่าวว่าทีมชาติฝรั่งเศสนั้น “ไม่มีนักเตะฝรั่งเศสเลย”

      หลังจากที่ มาเรียโน ราฆอย ได้แสดงความคิดเห็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส เปา กูบาร์ซี่ ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นนั้น โดยกล่าวว่า

“ถ้าพวกเขา (นักเตะ) เล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส นั่นหมายความว่าสุดท้ายแล้ว พวกเขาเป็นชาวฝรั่งเศส ไม่ว่าจะมีสีผิวอะไร เราต้องยอมรับซึ่งกันและกัน เราทุกคนเป็นมนุษย์และสมควรได้รับความเคารพ”

      ด้าน เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของสเปน ก็ออกมาประณามความคิดเห็นของ มาเรียโน ราฆอย ผ่าน X ชี้ว่านี่เป็นทัศนคติเหยียดเชื้อชาติ ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศ

 126 total views,  126 views today