พฤษภาคม 21, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

มุมมองก้าวหน้า ที่ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการมองปัญหาผ่านเลนส์ความมั่นคงแบบเดิม (Traditional Security) สู่การสร้างความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security) โดยอ้างอิงจากวิสัยทัศน์ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในฐานะ ประธาน กพต. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ณ ศอ.บต. เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569

ซึ่งท่านกล่าวว่า

“การแก้ปัญหาด้านการศึกษา จชต. ต้องคิดนอกกรอบและเชื่อมโยงการทำงานทุกฝ่ายให้นำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ความมั่นคงของชีวิตของประชาชน ความมั่นคงด้านการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ การศึกษาที่สามารถนำไปสู่สิ่งเหล่านี้ได้”

นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวว่า

“ผมเชื่อมั่นว่า ความมั่นคงและความมั่งคั่ง ต้องเดินไปด้วยกัน และความมั่นคงจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อพื้นที่นั้นมีความมั่งคั่ง”

เปลี่ยนปืนเป็นโอกาส: นิยามใหม่ของ ‘ความมั่นคง’ ในชายแดนใต้ ผ่านมิติการศึกษาและเศรษฐกิจไร้พรมแดน

      เป็นเวลานานนับทศวรรษที่คำว่า “จังหวัดชายแดนภาคใต้” (จชต.) มักถูกผูกติดอยู่กับมิติความมั่นคงทางการทหาร การควบคุมพื้นที่ และการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ทว่าการลงพื้นที่นัดแรกของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธาน กพต. (20 พฤษภาคม 2569) กำลังส่งสัญญาณถึง “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์

      นี่ไม่ใช่แค่การตรวจราชการตามปกติ แต่คือการส่งสัญญาณถึง “มุมมองก้าวหน้า” (Progressive Outlook) ที่กล้าก้าวข้ามกรอบความมั่นคงแบบเดิม ๆ ไปสู่การสร้างความมั่นคงที่แท้จริงและยั่งยืน นั่นคือ “ความมั่นคงของชีวิตประชาชน”

       “การแก้ปัญหาด้านการศึกษา จชต. ต้องคิดนอกกรอบและเชื่อมโยงการทำงานทุกฝ่ายให้นำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ความมั่นคงของชีวิตของประชาชน ความมั่นคงด้านการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ…”
— สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, 20 พฤษภาคม 2569

1. ปลดล็อกการศึกษา: จาก “พื้นที่ควบคุม” สู่ “พื้นที่แห่งโอกาส”

       ในอดีต รัฐมักมองการศึกษาในจชต. ผ่านแว่นตาของความหวาดระแวง มีการสอดส่องและกรอบการศึกษาที่อาจไม่สอดรับกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมในพื้นที่ แต่วิสัยทัศน์ใหม่เน้นย้ำว่า การศึกษาไม่ใช่เครื่องมือในการควบคุม แต่เป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ

  • คิดนอกกรอบ (Think Outside the Box): การศึกษาในชายแดนใต้ต้องไม่ใช่แค่การเรียนตามหลักสูตรแกนกลางเพื่อสอบวัดผลระดับประเทศ แต่ต้องเป็นระบบการศึกษาที่บูรณาการอัตลักษณ์ภาษา มลายู-ไทย-อังกฤษ-อาหรับ ให้กลายเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม”
  • ความมั่นคงด้านการศึกษา: คือการที่เด็กทุกคนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับส่วนกลาง มีทักษะที่ตลาดงานในอนาคตต้องการ และสามารถเติบโตขึ้นมาลบภาพจำเรื่องความรุนแรงด้วยศักยภาพของตนเอง

2. เปลี่ยนโจทย์ชายแดน: จาก “แนวปะทะ” สู่ “ประตูเศรษฐกิจภูมิภาค”

       ความก้าวหน้าที่น่าสนใจที่สุดในวิสัยทัศน์รอบนี้ คือการนำบทบาทของ กระทรวงการต่างประเทศ มาหลอมรวมกับการพัฒนาพื้นที่ โดยมองข้ามพรมแดนรัฐชาติ (Transnational Perspective) ยกระดับความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียให้เกินกว่าแค่ “การเจรจาสันติภาพ” แต่คือการสร้าง “ความมั่งคั่งร่วมกัน” (Shared Prosperity)

มิติความมั่นคงเดิม (Old Paradigm) มิติก้าวหน้าใหม่ (New Paradigm)
มองมาเลเซียเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกด้านความมั่นคง มองมาเลเซียเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ
เน้นการตั้งด่าน ตรวจค้น และจำกัดการเคลื่อนย้าย เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง และท่าเรือเชื่อมโยงภูมิภาค
มองพื้นที่เป็นจุดสิ้นสุดขอบขัณฑสีมาของไทย มองพื้นที่เป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยง (Connectivity Hub) สู่อาเซียน

       การที่ภาคเอกชนมองเห็นศักยภาพของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ติดขัดเรื่องงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน การที่ประธาน กพต. เล็งหนุนระบบรางเพื่อเชื่อมต่อกับระบบรางของมาเลเซียที่กำลังพัฒนาไปทั่วภูมิภาค คือการยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว: แก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ พร้อมกับดึงชายแดนใต้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain)

3. บูรณาการที่แท้จริง: สลัดทิ้งไซโล (Silofication) สู่เอกภาพ

      ความล้มเหลวของการแก้ปัญหาภาคใต้ในอดีต มักเกิดจากการทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silos) หน่วยงานความมั่นคงเดินไปทาง หน่วยงานพัฒนาเดินไปทาง ทว่าการขับเคลื่อนครั้งนี้กำหนดให้ ศอ.บต. เป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการประสานส่วนกลางและท้องถิ่น

      การสร้างเอกภาพเชิงนโยบายจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันว่า “ปากท้อง ความรู้ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน” คือความมั่นคงที่แท้จริง หากประชาชนอิ่มท้อง มีการศึกษาที่ดี และมองเห็นอนาคตที่จับต้องได้ในบ้านเกิดของตนเอง เงื่อนไขของการบ่มเพาะความรุนแรงก็จะหมดไปโดยปริยาย

บทสรุป: สันติภาพที่กินได้

      ถ้อยแถลงของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 จึงเป็นดั่งเข็มทิศใหม่ที่ท้าทายระบบราชการแบบเดิม มันคือการส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกใช้วิธีคิดแบบสงครามเย็นในการแก้ปัญหาศตวรรษที่ 21

       การแก้ปัญหาชายแดนใต้หลังจากนี้ ต้องไม่ใช่เรื่องของการตรึงกำลังทหาร แต่เป็นเรื่องของการ “เชื่อมรางรถไฟ เปิดประตูการค้า และปลดล็อกศักยภาพทางการศึกษา” เพื่อเปลี่ยนให้แผ่นดินปลายด้ามขวาน กลายเป็นพื้นที่แห่งความหวัง ความมั่งคั่ง และสันติภาพที่กินได้ชั่วลูกชั่วหลาน

       จงเขียนบทความใหม่ สั้นกระชับ อ่านหน้าสนใจ สอดคล้องหลักการวิจัย และรายงานกมธ สันติภาพชายแดนใต้ แต่ความท้าทายจะแปลง แนวคิดสู่ปฏิบัติอย่างไร เพราะผ่านมาหลายรัฐบาล ก็ ใช้วาทกรรมสวยหรู

 102 total views,  102 views today

You may have missed