กรกฎาคม 26, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

มุมมองก้าวหน้า ที่ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการมองปัญหาผ่านเลนส์ความมั่นคงแบบเดิม (Traditional Security) สู่การสร้างความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security) โดยอ้างอิงจากวิสัยทัศน์ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในฐานะ ประธาน กพต. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ณ ศอ.บต. เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569

ซึ่งท่านกล่าวว่า

“การแก้ปัญหาด้านการศึกษา จชต. ต้องคิดนอกกรอบและเชื่อมโยงการทำงานทุกฝ่ายให้นำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ความมั่นคงของชีวิตของประชาชน ความมั่นคงด้านการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ การศึกษาที่สามารถนำไปสู่สิ่งเหล่านี้ได้”

นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวว่า

“ผมเชื่อมั่นว่า ความมั่นคงและความมั่งคั่ง ต้องเดินไปด้วยกัน และความมั่นคงจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อพื้นที่นั้นมีความมั่งคั่ง”

เปลี่ยนปืนเป็นโอกาส: นิยามใหม่ของ ‘ความมั่นคง’ ในชายแดนใต้ ผ่านมิติการศึกษาและเศรษฐกิจไร้พรมแดน

      เป็นเวลานานนับทศวรรษที่คำว่า “จังหวัดชายแดนภาคใต้” (จชต.) มักถูกผูกติดอยู่กับมิติความมั่นคงทางการทหาร การควบคุมพื้นที่ และการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ทว่าการลงพื้นที่นัดแรกของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธาน กพต. (20 พฤษภาคม 2569) กำลังส่งสัญญาณถึง “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์

      นี่ไม่ใช่แค่การตรวจราชการตามปกติ แต่คือการส่งสัญญาณถึง “มุมมองก้าวหน้า” (Progressive Outlook) ที่กล้าก้าวข้ามกรอบความมั่นคงแบบเดิม ๆ ไปสู่การสร้างความมั่นคงที่แท้จริงและยั่งยืน นั่นคือ “ความมั่นคงของชีวิตประชาชน”

       “การแก้ปัญหาด้านการศึกษา จชต. ต้องคิดนอกกรอบและเชื่อมโยงการทำงานทุกฝ่ายให้นำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ความมั่นคงของชีวิตของประชาชน ความมั่นคงด้านการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ…”
— สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, 20 พฤษภาคม 2569

1. ปลดล็อกการศึกษา: จาก “พื้นที่ควบคุม” สู่ “พื้นที่แห่งโอกาส”

       ในอดีต รัฐมักมองการศึกษาในจชต. ผ่านแว่นตาของความหวาดระแวง มีการสอดส่องและกรอบการศึกษาที่อาจไม่สอดรับกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมในพื้นที่ แต่วิสัยทัศน์ใหม่เน้นย้ำว่า การศึกษาไม่ใช่เครื่องมือในการควบคุม แต่เป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ

  • คิดนอกกรอบ (Think Outside the Box): การศึกษาในชายแดนใต้ต้องไม่ใช่แค่การเรียนตามหลักสูตรแกนกลางเพื่อสอบวัดผลระดับประเทศ แต่ต้องเป็นระบบการศึกษาที่บูรณาการอัตลักษณ์ภาษา มลายู-ไทย-อังกฤษ-อาหรับ ให้กลายเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม”
  • ความมั่นคงด้านการศึกษา: คือการที่เด็กทุกคนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับส่วนกลาง มีทักษะที่ตลาดงานในอนาคตต้องการ และสามารถเติบโตขึ้นมาลบภาพจำเรื่องความรุนแรงด้วยศักยภาพของตนเอง

2. เปลี่ยนโจทย์ชายแดน: จาก “แนวปะทะ” สู่ “ประตูเศรษฐกิจภูมิภาค”

       ความก้าวหน้าที่น่าสนใจที่สุดในวิสัยทัศน์รอบนี้ คือการนำบทบาทของ กระทรวงการต่างประเทศ มาหลอมรวมกับการพัฒนาพื้นที่ โดยมองข้ามพรมแดนรัฐชาติ (Transnational Perspective) ยกระดับความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียให้เกินกว่าแค่ “การเจรจาสันติภาพ” แต่คือการสร้าง “ความมั่งคั่งร่วมกัน” (Shared Prosperity)

มิติความมั่นคงเดิม (Old Paradigm) มิติก้าวหน้าใหม่ (New Paradigm)
มองมาเลเซียเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกด้านความมั่นคง มองมาเลเซียเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ
เน้นการตั้งด่าน ตรวจค้น และจำกัดการเคลื่อนย้าย เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง และท่าเรือเชื่อมโยงภูมิภาค
มองพื้นที่เป็นจุดสิ้นสุดขอบขัณฑสีมาของไทย มองพื้นที่เป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยง (Connectivity Hub) สู่อาเซียน

       การที่ภาคเอกชนมองเห็นศักยภาพของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ติดขัดเรื่องงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน การที่ประธาน กพต. เล็งหนุนระบบรางเพื่อเชื่อมต่อกับระบบรางของมาเลเซียที่กำลังพัฒนาไปทั่วภูมิภาค คือการยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว: แก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ พร้อมกับดึงชายแดนใต้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain)

3. บูรณาการที่แท้จริง: สลัดทิ้งไซโล (Silofication) สู่เอกภาพ

      ความล้มเหลวของการแก้ปัญหาภาคใต้ในอดีต มักเกิดจากการทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silos) หน่วยงานความมั่นคงเดินไปทาง หน่วยงานพัฒนาเดินไปทาง ทว่าการขับเคลื่อนครั้งนี้กำหนดให้ ศอ.บต. เป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการประสานส่วนกลางและท้องถิ่น

      การสร้างเอกภาพเชิงนโยบายจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันว่า “ปากท้อง ความรู้ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน” คือความมั่นคงที่แท้จริง หากประชาชนอิ่มท้อง มีการศึกษาที่ดี และมองเห็นอนาคตที่จับต้องได้ในบ้านเกิดของตนเอง เงื่อนไขของการบ่มเพาะความรุนแรงก็จะหมดไปโดยปริยาย

บทสรุป: สันติภาพที่กินได้

      ถ้อยแถลงของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 จึงเป็นดั่งเข็มทิศใหม่ที่ท้าทายระบบราชการแบบเดิม มันคือการส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกใช้วิธีคิดแบบสงครามเย็นในการแก้ปัญหาศตวรรษที่ 21

       การแก้ปัญหาชายแดนใต้หลังจากนี้ ต้องไม่ใช่เรื่องของการตรึงกำลังทหาร แต่เป็นเรื่องของการ “เชื่อมรางรถไฟ เปิดประตูการค้า และปลดล็อกศักยภาพทางการศึกษา” เพื่อเปลี่ยนให้แผ่นดินปลายด้ามขวาน กลายเป็นพื้นที่แห่งความหวัง ความมั่งคั่ง และสันติภาพที่กินได้ชั่วลูกชั่วหลาน

       จงเขียนบทความใหม่ สั้นกระชับ อ่านหน้าสนใจ สอดคล้องหลักการวิจัย และรายงานกมธ สันติภาพชายแดนใต้ แต่ความท้าทายจะแปลง แนวคิดสู่ปฏิบัติอย่างไร เพราะผ่านมาหลายรัฐบาล ก็ ใช้วาทกรรมสวยหรู

 458 total views,  2 views today