อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ในยุคโลกาภิวัตน์ที่หมุนไว ท่ามกลางเสียงอึกทึกของโลกดิจิทัลที่มักกลบเสียงของจริยธรรม สังคมมุสลิมกำลังเผชิญกับท้าทายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ค่อยๆ ห่างเหินจากคุณธรรมและอัตลักษณ์ทางศาสนา
แต่ในความสับสนนี้ ปรากฏแสงสว่างที่เชื่อมประสานช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่กับความงดงามของอิสลาม แสงสว่างนั้นคือ อุสตาซ อัซฮัร อิดรุส (Ustaz Azhar Idrus) หรือที่รู้จักกันในชื่อ UAI
ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักวิชาการศาสนาธรรมดา แต่คือปรากฏการณ์ทางสังคมที่แผ่อิทธิพลไปทั่วคาบสมุทรมลายู (Nusantara) ด้วยสไตล์การเผยแผ่ที่ “ซันไต” (Santai – สบายๆ) แต่เปี่ยมด้วย “วาซาฏียะฮ์” (Wasatiah – ทางสายกลาง)
“วาซาฏียะฮ์”: หัวใจแห่งการเผยแผ่
UAI คือผู้ยึดมั่นในแนวทาง “วาซาฏียะฮ์” หรือ “ทางสายกลาง ความสมดุล และความอ่อนโยน” ท่านรณรงค์ให้มุสลิมเข้าใจและปฏิบัติศาสนาอย่างพอดี โดยไม่สุดโต่งจนตึงเครียด และไม่ย่อหย่อนจนเสียหลักการ แนวทางนี้สอดคล้องกับพระดำรัสในคัมภีร์อัลกุรอานที่ว่า
“และในทำนองเดียวกัน เราได้ทำให้พวกเจ้าเป็นประชาชาติสายกลาง”
(ซูเราะฮ์อัล-บะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 143)
ท่านปฏิเสธแนวคิดที่สุดโต่ง และสนับสนุนให้มุสลิมเข้าหาศาสนาด้วย “ฮิกมะฮ์” (วิทยปัญญา) และความรัก ทำให้ศาสนาอิสลามกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน
“ซันไต” และ “ฮิวเมอร์”: อาวุธชนะใจคนรุ่นใหม่
สิ่งที่ทำให้ UAI โดดเด่นและครองใจเยาวชนอย่างมหาศาล คือสไตล์การบรรยายที่หาได้ยากในวงการวิชาการศาสนา
- ภาษาที่เข้าถึงง่ายและเปี่ยมเสน่ห์:
ท่านใช้สำเนียงมลายูรัฐตรังกานูที่เข้มข้น ผสมผสานกับ อารมณ์ขันที่สดใหม่ ทำให้การบรรยายไม่น่าเบื่อ และทำให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย - ไขความยากให้เป็นความง่าย:
ท่านมีความสามารถในการอธิบายประเด็นนิติศาสตร์อิสลาม (Fiqh) และหลักศรัทธา (Akidah) ที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับทุกคน ตั้งแต่นักเรียนไปจนถึงมืออาชีพ - ทันสมัยและตอบโจทย์:
ท่านไม่ลังเลที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาสังคมในปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เยาวชนมักจะประสบปัญหาและต้องการคำชี้แจง
สื่อโซเชียล: ธรรมาสน์แห่งโลกดิจิทัล
UAI เข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ “ใช้ชีวิต” ในโลกดิจิทัล ท่านจึงใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการเผยแผ่ (Dakwah)
การตัดสินใจนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะ
- เข้าถึงถึง “บ้าน”:
บทธรรมส่งตรงถึงมือถือโดยไม่ต้องรอให้ผู้ฟังเดินทางไปที่มัสยิด - ลดความกลัว:
แนวทางที่เป็นกันเองและไม่เป็นทางการจนเกินไป ทำให้เยาวชนรู้สึกปลอดภัยและกล้าที่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับศาสนาโดยไม่ต้องกลัวการถูกตัดสิน - เป็นแบบอย่างที่ดี (Akhlak):
ท่านให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องมารยาท (อัคลาก) ความเป็นเอกภาพ และการเคารพความเห็นที่แตกต่าง (คิลาฟียะฮ์) ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่งดงามและจับต้องได้
บทสรุป: ความสำเร็จที่ไร้พรมแดน
ความสำเร็จในการเผยแผ่ของ อุสตาซ อัซฮัร อิดรุส ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในมาเลเซีย แต่ยังแผ่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ท่านได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การจะดึงเยาวชนให้กลับมาสู่ศาสนาได้นั้น จำเป็นต้องใช้ ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy), สติปัญญาทางอารมณ์ (EQ), และความจริงใจ การฟังและการปฏิบัติตามคำชี้แนะที่เปี่ยมด้วยวิทยปัญญาเช่นนี้ จึงเป็นโชคอันประเสริฐสำหรับสังคมเราในปัจจุบัน
467 total views, 467 views today

More Stories
“ย้อนอดีตปี 62 ที่เชิญ Ustaz Azhar Idrus มาบรรยายธรรม ที่ชายแดนใต้ มีคนนับหมื่นเต็มสนามฟุตบอล เรนโบว์ปัตตานี สร้างประวัติศาสตร์ คนฟังบรรยาธรรมศาสนาน่าจะมากที่สุดในประเทศไทย”
อย่าแชร์! ตรวจสอบแล้ว “ข่าวปลอม” บิดเบือนกล่าวหาอุสตาซดังสนับสนุน BRN อีกทั้งขอเชิญประชาชนทุกคนร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นการตอบโต้ Fake News
เปิดใจชายแดนใต้: เมื่อคลื่นนักวิชาการมลายูซัดฝั่ง สะท้านหรือสมาน? ชายสองคนกับเงาที่สังคมสร้าง