อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

29 เมษายน 2569 ณ กระทรวงศึกษาธิการ หนึ่งในข้อเสนอในการพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้คือ
การรับรองวุฒิอิสลามศึกษา เพื่อต่อมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร
ควรใช้ “มาเลเซียโมเดล” อันเป็นทางออกอย่างยั่งยืนภายใต้การนำของกระทรวงศึกษาธิการไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้
สภาพปัจจุบันการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในประเทศไทย
ผู้เขียนขอกล่าวถึงการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐและเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งได้รับการรับรองและมีเอกสารการจบจากกระทรวงศึกษาธิการ
สำหรับการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐนั้น ใช้ หลักสูตรอิสลามศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน
https://bantalohhalo.thai.ac/client-upload/bantalohhalo/uploads/files/หลักสูตรอิสลามศึกษา(1).pdf)
ในขณะที่การเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จะใช้
หลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช 2546 (ฉบับปรับปรุง 2555)
(https://www.skprivate.go.th/group/detail/96)
และล่าสุด หลักสูตรอิสลามศึกษา ปี 2569
(อ่านเพิ่มเติมใน https://www.facebook.com/story.php)
ซึ่งในอนาคตจะใช้ หลักสูตรอิสลามศึกษา พ.ศ. 2569
การต่อยอดเรียนต่อในมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร
สำหรับการต่อยอดในการเรียนต่อมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรด้านศาสนา ประเทศมาเลเซียใช้ระบบการรับรองผ่านกระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้ประกาศนียบัตร STAM หรือ Sijil Tinggi Agama Malaysia
(https://www.slideshare.net/slideshow/sijil-tinggi-agama-malaysia/261719948)
วุฒิดังกล่าวเทียบเท่ากับซานาวี หรือมัธยมศึกษาตอนปลายด้านศาสนา ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ศึกษาต่อด้านศาสนาอิสลามได้ทุกสาขาวิชา ไม่เพียงเฉพาะมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์ แต่ยังรวมถึงมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
การดำเนินการทั้งหมดกับมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรนั้น ดำเนินการผ่านระบบ One Stop Service โดยกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย เป็นลักษณะ “รัฐต่อรัฐ”
ในขณะที่การเรียนต่อมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรของนักเรียนไทยด้านศาสนา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่ละโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาในประเทศไทยต้องดำเนินการขึ้นตรงกับมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรด้วยตนเอง โดยรวมตัวกันในนาม “ชมรมเครือข่ายซานาวีแห่งประเทศไทย” ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการต่ออายุ และกำลังเผชิญทั้งปัญหาและข้อท้าทายหลายประการ
อะไรคือข้อเสนอแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน?
สำหรับการรับรองวุฒิอิสลามศึกษาเพื่อต่อมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร น่าจะใช้ “มาเลเซียโมเดล” กล่าวคือ ใช้กลไกระหว่างรัฐต่อรัฐ ผ่านกระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลประเทศไทยและประเทศอียิปต์ โดยมีภาคประชาสังคมด้านการศึกษา เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และสำนักจุฬาราชมนตรี ทำหน้าที่เป็น “โซ่ข้อกลาง”
(https://share.csitereport.com/share.php?post_id=0000039560)
ซึ่งแนวทางดังกล่าวน่าจะมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากกว่าระบบเดิมหรือระบบในอดีต ที่โรงเรียนสอนศาสนา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือสถาบันการสอนศาสนาอิสลามในประเทศไทย ต้องรวมตัวกันในนามชมรมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม เพื่อรวบรวมเอกสารและดำเนินการขอ “มุอาดาละห์” หรือเทียบวุฒิกับมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรโดยตรง
5,832 total views, 6 views today

More Stories
รายงานพิเศษ: เสียงสะท้อนความห่วงใยและการร่วมมือป้องกันเพื่ออนาคตเด็กและเยาวชน : จากนายกฯ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
Menghurai Perdamaian di Medan Konflik Selatan Thailand: Pasca Keganasan di Sekatan Jalan Raya Bukit Sami, Daerah Rengae, Wilayah Narathiwat
พลัง “NEW GEN” สงขลา-สตูล ลุก 2 ทิศทาง! ผสานพลังทุกภาคส่วน ปลดล็อกเยาวชนพ้นภัยบุหรี่ไฟฟ้า ชูโมเดล “เลิกบุหรี่เริ่มที่บ้าน” (ขยายผลครอบคลุม 15 โรงเรียนนำร่อง)