สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม และกฎหมายไทย ตามวิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะพลเมืองไทย
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
รายงาน/เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ณ หมู่ที่ 4 บ้านปากบางสะกอม ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา (สำนักงานนักรบผ้าถุง) เมื่อวันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2569
บาบอฮุสนีย์ บินหะยีคอเนาะ ผู้นำศาสนาและที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลาและสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ร่วมตัวแทนชาวบ้านจะนะ ละหมาดขอพรพระเจ้า ขอให้พระองค์ทรงคุ้มครองเครือข่ายใต้-ตะวันออก ที่ปักหลักค้าน ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ และเรียกร้องให้จัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ สอดคล้องกับผลการศึกษาของนักวิชาการ
โดยท่านกล่าวว่า
“การละหมาดขอพรครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ทางสันติวิธี ที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม และกฎหมายไทย ตามวิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะพลเมืองไทย”
ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงการใช้ “พลังศรัทธาควบคู่กับหลักสิทธิพลเมือง” ได้อย่างน่าสนใจ การที่บาบอฮุสนีย์และชาวบ้านจะนะเลือกใช้วิธีการละหมาดขอพร (ดุอาอ์) เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการ SEC-แลนด์บริดจ์ เป็นการยืนยันว่าการคัดค้านดังกล่าวไม่ได้มีรากฐานมาจากความขัดแย้งเชิงอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่มีมิติด้านจิตวิญญาณและวิถีชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

มุมมองที่น่าสนใจจากการเคลื่อนไหวนี้ มีประเด็นหลักที่ควรพิจารณาดังนี้:
1. การต่อสู้ด้วยสันติวิธีและหลักศาสนา
การละหมาดขอพรไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงพิธีกรรม แต่เป็นการแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจในการปกป้องถิ่นฐานและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งในหลักศาสนาอิสลาม การดูแลรักษาแผ่นดินและสิ่งแวดล้อมถือเป็นหน้าที่หนึ่งของมนุษย์ในฐานะ “ตัวแทนของพระเจ้าบนโลก” (คอลีฟะฮ์) การเลือกวิธีนี้จึงเป็นการสร้างความชอบธรรมที่ทรงพลัง เพราะเป็นการแสดงออกในพื้นที่แห่งความศรัทธาที่มุ่งหวัง “ความสันติ” เป็นที่ตั้ง
2. การเรียกร้องเชิงวิชาการและนโยบาย
การที่เครือข่ายฯ ร้องขอให้มีการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ โดยอิงกับ “ผลการศึกษานักวิชาการ” ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก
- ความสมเหตุสมผล: การโต้แย้งด้วยข้อมูลทางวิชาการ (ที่ครอบคลุมถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สังคม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ) ช่วยยกระดับจากการคัดค้านเชิงอารมณ์ มาเป็นการคัดค้านด้วยเหตุผล
- การมีส่วนร่วม: นี่คือหัวใจของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมที่ชาวบ้านกำลังเรียกร้อง คือต้องการให้ “เจ้าของพื้นที่” มีส่วนในการกำหนดทิศทางการพัฒนา ไม่ใช่ให้โครงการจากส่วนกลางตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว
3. สถานะ “พลเมืองไทย” ในระบอบประชาธิปไตย
วาทะของบาบอฮุสนีย์ที่กล่าวถึง “วิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะพลเมืองไทย” เป็นการตอกย้ำว่า
- แม้จะเป็นคนในพื้นที่ชายขอบ หรือเป็นกลุ่มคนที่ถูกผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ แต่พวกเขามีสิทธิโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิชุมชน
- การรวมพลังของ “เครือข่ายใต้-ตะวันออก” ยังแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงความเปราะบางของพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกัน ทำให้เกิดพลังในการต่อรองที่กว้างขวางขึ้น
มุมมองเพิ่มเติม
การที่ภาคประชาชนหันมาใช้แนวทางนี้ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า “ความเชื่อมั่นในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของรัฐ” อาจมีช่องว่าง หรืออาจไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของคนในพื้นที่ครับ การเรียกร้องให้ทบทวนแผนใหม่โดยใช้ข้อมูลวิชาการประกอบ จึงเป็นทางออกที่สร้างสรรค์และเป็นมืออาชีพที่สุดในขณะนี้
หมายเหตุ: อ่านเพิ่มเติม “เครือข่ายใต้-ตะวันออก ปักหลักค้าน ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ ร้องจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่” ใน
https://theactive.thaipbs.or.th/news/social-movement-20260622

957 total views, 957 views today

More Stories
บทสะท้อนความยุติธรรม: กรณีศึกษาคำพิพากษาคดี “เขาตะเว” กับก้าวสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย
“ปืนผีดิบ” ในเงามืด: เมื่ออาวุธรัฐกลายเป็นเครื่องมือลอบสังหาร และคำถามถึงผู้บงการที่เอื้อมไม่ถึง ปัญหาใต้พรมอุตสาหกรรมความมั่นคงชายแดนใต้
จาก “อาวุธ” สู่ “การปกป้องโดยพลเรือน”: ย้อนรอยยุทธศาสตร์สันติภาพชายแดนใต้ท่ามกลางความย้อนแย้ง