อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
การที่ท่านอิหม่ามใหญ่ เชคแห่งอัลอัซฮัร แสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกานั้น สะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของท่าทีอิสลามที่มีต่อประเด็นเรื่องสันติภาพและสงคราม เพราะแท้จริงแล้วศาสนาอิสลามในรากฐานและจุดประสงค์นั้น คือศาสนาที่นำผู้คนออกมาจากความมืดมนของความโกลาหลและการรุกราน ไปสู่แสงสว่างแห่งเสถียรภาพและความปลอดภัย
ต่อไปนี้คือการทบทวนหลักการทางความคิดและทางศาสนา (ชะรีอะฮ์) ที่เป็นที่มาของท่าทีดังกล่าว:
1. สันติภาพคือรากฐานของอิสลาม
ต่างจากภาพจำแบบเหมารวมที่บางคนพยายามยัดเยียดให้กับศาสนาอิสลาม อิสลามกำหนดให้ “สันติภาพ” เป็นหลักการพื้นฐานในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชาติและรัฐต่างๆ
อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงตรัสว่า:
“และหากพวกเขาโน้มเอียงไปสู่การประนีประนอม (สันติภาพ) เจ้าก็จงโน้มเอียงตามไปด้วย และจงมอบหมายต่ออัลลอฮ์” (อัล-อันฟาล: 61)
อายะฮ์อันทรงเกียรตินี้สั่งใช้ให้มุสลิมยอมรับคำเชิญสู่สันติภาพหรือการหยุดรบ หากอีกฝ่ายหนึ่งโน้มเอียงไปทางนั้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการประนีประนอมและการรักษาชีวิตผู้คน
2. การเจรจาคือทางเลือกที่อารยะแทนความขัดแย้ง
ท่าทีของอัลอัซฮัรยืนยันว่า “การเจรจา ความเข้าใจ และการเคารพอธิปไตยของรัฐ” คือหนทางเดียวในการแก้ไขข้อพิพาท
อิสลามปฏิเสธกฎแห่งป่า และสนับสนุนให้ “โต้ตอบด้วยวิธีการที่ดีกว่า” การแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางการเจรจาทางการทูตจะรักษาเกียรติของประชาชน และป้องกันการสูญเสียทรัพยากรที่ควรนำไปใช้เพื่อการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรือง แทนที่จะนำไปใช้เพื่อการทำลายล้าง
3. การรักษาชีวิตมนุษย์คือจุดประสงค์ของชะรีอะฮ์
หนึ่งในหลักการสูงสุด 5 ประการของชะรีอะฮ์อิสลามคือ “การรักษาชีวิต”
สงครามนั้น ตามที่ท่านอิหม่ามใหญ่ได้บรรยายไว้ ไม่ทิ้งสิ่งใดไว้เบื้องหลังนอกจาก “เลือด ความเสียหาย และความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้น”
อิสลามห้ามการรุกรานและเตือนถึงผลกระทบอันร้ายแรงต่อเสถียรภาพของสังคม เนื่องจากผลกระทบของสงครามนั้นขยายวงกว้างไปสู่ความยากจน ความกลัว และความตึงเครียด ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่ขัดกับจุดมุ่งหมายของการสร้างมนุษย์บนหน้าแผ่นดิน นั่นคือ “การพัฒนา (อัล-อิมารอฮ์)”
4. ความรับผิดชอบระดับโลกของอัลอัซฮัร
การที่อัลอัซฮัรแสดงท่าทีเช่นนี้เป็นการสะท้อนบทบาทของสถาบันในฐานะอ้างอิงทางศาสนาอิสลามระดับโลกที่มีความห่วงใยต่อสันติภาพของมวลมนุษยชาติ
อัลอัซฮัรมิได้มองสันติภาพว่าเป็นเพียงทางเลือกทางการเมืองเท่านั้น แต่เป็นความจำเป็นทั้งทางศาสนาและศีลธรรม การที่อัลอัซฮัรต้อนรับข้อตกลงใดๆ ที่ยุติความขัดแย้งจึงเป็นสาส์นแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชาชนที่ต้องทนทุกข์จากผลกระทบของสงคราม และเป็นการเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจทั่วโลกใช้สติปัญญาและยึดถือภาษาแห่งสันติภาพเป็นสำคัญ
5. เสถียรภาพคือเงื่อนไขสู่การพัฒนา
อิสลามเชื่อว่าความรุ่งเรืองและการดำรงอยู่บนแผ่นดินต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมั่นคง ความยากจนและความตึงเครียดที่เกิดจากสงครามเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของประชาชาติ ในขณะที่สันติภาพมอบพื้นฐานที่มั่นคงซึ่งเป็นที่ที่วิทยาการจะเติบโต เศรษฐกิจจะรุ่งเรือง และผู้คนจะปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน
บทสรุป
ท่าทีที่ท่านเชคแห่งอัลอัซฮัรได้นำเสนอนั้น คือตัวอย่างที่มีชีวิตของแนวทาง “สายกลางและสันติวิธี” ซึ่งอัลอัซฮัรยึดถือ และเป็นการประยุกต์ใช้ค่านิยมแห่งสันติภาพที่อิสลามได้นำมาสู่โลกอย่างเป็นรูปธรรม
การสนับสนุนทุกย่างก้าวสู่การหยุดสงครามไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินใจทางการเมืองที่ชาญฉลาด แต่ยังเป็นพันธกิจทางศาสนาเพื่อปกป้องมนุษยชาติจากภัยพิบัติของความขัดแย้ง และเพื่อสร้างรากฐานแห่งความมั่นคงระดับโลกที่ทุกคนปรารถนา
หมายเหตุ
#เชคอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์ ยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่าง #อิหร่าน และ #สหรัฐอเมริกา … “เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ให้สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงสู่เสถียรภาพที่ยั่งยืน และเป็นจุดจบที่เด็ดขาดของสงครามในภูมิภาค”
ท่านอิหม่ามใหญ่ หรือเชคอัลอัซฮัร ศาสตราจารย์ ดร.อะห์มัด อัล-ต็อยยิบ เชคแห่งอัลอัซฮัรและประธานสภาอาวุโสแห่งมุสลิม ได้แสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ผ่านโพสต์บนหน้าโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของท่าน โดยมีใจความว่า:
“อัลอัซฮัรขอต้อนรับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านและสหรัฐอเมริกา และเราขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่ง ให้ก้าวนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงสู่เสถียรภาพที่ยั่งยืน และเป็นจุดจบที่เด็ดขาดของสงครามและความขัดแย้งที่สร้างความเหนื่อยล้าแก่ประชาชนในภูมิภาคและทั่วโลก ซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้ผู้คนต้องแบกรับภาระแห่งความยากจน ความกลัว และความตึงเครียด”
ท่านได้กล่าวเสริมว่า:
“อัลอัซฮัรขอเตือนให้ระลึกถึงสิ่งที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า สงครามนั้นส่งผลกระทบต่อทุกคน และไม่ทิ้งสิ่งใดไว้เบื้องหลังนอกจากเลือด ความเสียหาย และความวุ่นวายที่เพิ่มมากขึ้น และการเจรจา ความเข้าใจ และการเคารพอธิปไตยของรัฐต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือหนทางเดียวในการแก้ไขข้อพิพาทและบรรลุซึ่งความมั่นคงและสันติภาพ และเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสู่เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรือง”
อ้างอิงจาก
https://www.facebook.com/share/p/1BNPHB7wqs/?mibextid=wwXIfr
1,043 total views, 1,043 views today

More Stories
ต้อนรับฮิจเราะห์ศักราช ใหม่ 1448 ถอดบทเรียนจากรอยเท้าแห่งอดีต สู่พลังขับเคลื่อนสังคมในยุคสมัยใหม่ เชิญชวนพี่น้องทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน ละหมาดฮาญัต “ปลอดภัยไว้ก่อน” (Selamatkan Umah) ที่จะจัดขึ้นที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569
นายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่งสาส์นอวยพร “ฮิจเราะห์ศักราชใหม่ 1448 ฮ.ศ.” เน้นย้ำพลังแห่งความสามัคคีและการร่วมมือเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ
แวดวงสังคมมุสลิมด้วยกัน: ประเด็นเรื่องการจำกัดการอภิปรายทางวิชาการที่ละเอียดอ่อน