มกราคม 29, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

เลือกตั้ง 69 : “เสียงจากใต้” ถึงพรรคการเมือง “เมื่อชาติพันธุ์และประชาชนร่วมกำหนดอนาคต บนทางแพร่งของความยั่งยืน”

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      17 มกราคม 2569 – ณ เวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและความขะมักเขม้น เมื่อตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องชาวใต้รวมตัวกันส่งเสียงดังไปถึงบรรดาพรรคการเมืองที่กำลังเตรียมตัวสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 ข้อความนั้นชัดเจน: “ภาคใต้ในฝันไม่ใช่แค่ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเหนือทรัพยากร”

1. ภูมินิเวศชาติพันธุ์: 6 กลุ่ม 73 ชุมชน ที่โลกต้องไม่ลืม
ภาคใต้ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่คือบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายซึ่งอาศัยอยู่ใน 3 เขตภูมินิเวศสำคัญ:

  • ฝั่งอันดามัน: มอแกน, มอแกลน, อุรักลาโว้ย (รวมกว่า 14,000 คน) ผู้เผชิญปัญหาที่ดินทับซ้อนกับอุทยานและเอกชน
  • แนวเทือกเขา: มานิ และมึงฆระ (โอรังอัสลี) ผู้พิทักษ์ป่าบรรพบุรุษ แต่ยังขาดการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน
  • ลุ่มน้ำตาปี: ชาวไทดำ ผู้รักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

2. วิกฤตและความท้าทาย: โจทย์หินที่ “รัฐบาลใหม่” ต้องตอบ
ที่ประชุมสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกินภาคใต้มานาน โดยสรุปเป็น 5 ประเด็นร้อน:

ประเด็นความท้าทาย สถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่ประชาชนต้องการ (โจทย์รัฐบาล)
การท่องเที่ยว กระจุกตัวในเมืองหลัก ทรัพยากรเริ่มเสื่อมโทรม กระจายรายได้สู่เมืองรองและ “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์”
วิกฤตเกษตร พึ่งพายาง/ปาล์ม ราคาผันผวน ดินเสื่อมจากพืชเชิงเดี่ยว แปรรูปมูลค่าสูง และทำระบบ “โฉนดชุมชน” รับรองมาตรฐาน EUDR
เมกะโปรเจกต์ แลนด์บริดจ์ (ระนอง-ชุมพร) ขาดการมีส่วนร่วม กระบวนการรับฟังที่โปร่งใส ไม่ละเมิดสิทธิที่ดินและวิถีชีวิต
ความไม่สงบชายแดน เน้นความมั่นคงทางทหาร เปลี่ยนเป็น “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” และสันติภาพผ่านการเจรจา
โลกร้อน (Climate) กัดเซาะชายฝั่ง น้ำท่วมฉับพลัน กระจายอำนาจจัดการภัยพิบัติสู่ท้องถิ่น วางผังเมืองใหม่

3. พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568: เครื่องมือใหม่สู่ความเท่าเทียม
     หนึ่งในหัวใจสำคัญของเวทีนี้คือการขยับตัวหลัง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประชาชนจึงเรียกร้องให้พรรคการเมืองนำกฎหมายฉบับแรกนี้มาใช้อย่างจริงจัง โดยมีข้อเสนอเร่งด่วน เช่น:

  • ประกาศเขตพื้นที่คุ้มครอง: เพื่อให้ “คนอยู่กับป่าและทะเล” ได้อย่างถูกกฎหมาย (Co-management)
  • นิรโทษกรรมป่าไม้/ที่ดิน: คืนความเป็นธรรมให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในที่ดินทำกินดั้งเดิม
  • สิทธิในสัญชาติและสวัสดิการ: ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม

บทสรุป: ไม่ใช่แค่ดึงเม็ดเงิน แต่ต้อง “ปรับโครงสร้าง”
      ข้อความสุดท้ายจากเวทีสมัชชาฯ ถึงนักการเมืองทุกคนคือ การพัฒนาภาคใต้หลังจากนี้ต้องหลุดพ้นจากวงจรเดิมๆ ที่เน้นเพียงการสกัดทรัพยากรไปขาย แต่ต้องมุ่งสู่ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรม” > “เราไม่ได้ต้องการแค่ทุนใหญ่เข้ามาลง แต่เราต้องการนโยบายที่เห็นหัวประชาชน และรักษาเอกลักษณ์ของคนใต้ไปพร้อมกับความเป็นธรรมทางสังคม”

 333 total views,  333 views today

You may have missed