อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

17 มกราคม 2569 – ณ เวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและความขะมักเขม้น เมื่อตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องชาวใต้รวมตัวกันส่งเสียงดังไปถึงบรรดาพรรคการเมืองที่กำลังเตรียมตัวสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 ข้อความนั้นชัดเจน: “ภาคใต้ในฝันไม่ใช่แค่ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเหนือทรัพยากร”
1. ภูมินิเวศชาติพันธุ์: 6 กลุ่ม 73 ชุมชน ที่โลกต้องไม่ลืม
ภาคใต้ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่คือบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายซึ่งอาศัยอยู่ใน 3 เขตภูมินิเวศสำคัญ:
- ฝั่งอันดามัน: มอแกน, มอแกลน, อุรักลาโว้ย (รวมกว่า 14,000 คน) ผู้เผชิญปัญหาที่ดินทับซ้อนกับอุทยานและเอกชน
- แนวเทือกเขา: มานิ และมึงฆระ (โอรังอัสลี) ผู้พิทักษ์ป่าบรรพบุรุษ แต่ยังขาดการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน
- ลุ่มน้ำตาปี: ชาวไทดำ ผู้รักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

2. วิกฤตและความท้าทาย: โจทย์หินที่ “รัฐบาลใหม่” ต้องตอบ
ที่ประชุมสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกินภาคใต้มานาน โดยสรุปเป็น 5 ประเด็นร้อน:
| ประเด็นความท้าทาย | สถานการณ์ปัจจุบัน | สิ่งที่ประชาชนต้องการ (โจทย์รัฐบาล) |
|---|---|---|
| การท่องเที่ยว | กระจุกตัวในเมืองหลัก ทรัพยากรเริ่มเสื่อมโทรม | กระจายรายได้สู่เมืองรองและ “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์” |
| วิกฤตเกษตร | พึ่งพายาง/ปาล์ม ราคาผันผวน ดินเสื่อมจากพืชเชิงเดี่ยว | แปรรูปมูลค่าสูง และทำระบบ “โฉนดชุมชน” รับรองมาตรฐาน EUDR |
| เมกะโปรเจกต์ | แลนด์บริดจ์ (ระนอง-ชุมพร) ขาดการมีส่วนร่วม | กระบวนการรับฟังที่โปร่งใส ไม่ละเมิดสิทธิที่ดินและวิถีชีวิต |
| ความไม่สงบชายแดน | เน้นความมั่นคงทางทหาร | เปลี่ยนเป็น “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” และสันติภาพผ่านการเจรจา |
| โลกร้อน (Climate) | กัดเซาะชายฝั่ง น้ำท่วมฉับพลัน | กระจายอำนาจจัดการภัยพิบัติสู่ท้องถิ่น วางผังเมืองใหม่ |
3. พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568: เครื่องมือใหม่สู่ความเท่าเทียม
หนึ่งในหัวใจสำคัญของเวทีนี้คือการขยับตัวหลัง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประชาชนจึงเรียกร้องให้พรรคการเมืองนำกฎหมายฉบับแรกนี้มาใช้อย่างจริงจัง โดยมีข้อเสนอเร่งด่วน เช่น:
- ประกาศเขตพื้นที่คุ้มครอง: เพื่อให้ “คนอยู่กับป่าและทะเล” ได้อย่างถูกกฎหมาย (Co-management)
- นิรโทษกรรมป่าไม้/ที่ดิน: คืนความเป็นธรรมให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในที่ดินทำกินดั้งเดิม
- สิทธิในสัญชาติและสวัสดิการ: ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม
บทสรุป: ไม่ใช่แค่ดึงเม็ดเงิน แต่ต้อง “ปรับโครงสร้าง”
ข้อความสุดท้ายจากเวทีสมัชชาฯ ถึงนักการเมืองทุกคนคือ การพัฒนาภาคใต้หลังจากนี้ต้องหลุดพ้นจากวงจรเดิมๆ ที่เน้นเพียงการสกัดทรัพยากรไปขาย แต่ต้องมุ่งสู่ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรม” > “เราไม่ได้ต้องการแค่ทุนใหญ่เข้ามาลง แต่เราต้องการนโยบายที่เห็นหัวประชาชน และรักษาเอกลักษณ์ของคนใต้ไปพร้อมกับความเป็นธรรมทางสังคม”
333 total views, 333 views today

More Stories
บันทึกประวัติศาสตร์ 8 กุมภาฯ: ปลุกพลังประชามติ “ปลดล็อกอนาคตไทย” ก้าวข้ามวาทกรรมแบ่งแยก-ล้มสถาบัน
เลือกตั้ง 69 : “มัสยิดท่าอิฐ นนทบุรี” แบบอย่างอีกหนึ่งมัสยิด ต้านซื้อสิทธิ์ขายเสียงถึงขั้น “ปลดออกจากสับปุรุษมัสยิด ไม่ได้รับสิทธิ์สวัสดิการต่างๆ”
เลือกตั้ง 69: “เศรษฐวัฒนธรรม” สู่สันติภาพกินได้: ข้อเสนอจากพรรคเป็นธรรม