รายงานโดย: อับดุลสุโก ดินอะ / เรียบเรียงจากทัศนะของ: ตูแวดานียา ตูแวแมแง

เมื่อ 5 มกราคม 2568 ครบรอบ 22 ปีไฟใต้ ท่ามกลางความเงียบสงบของชายแดนใต้ คำว่า “Patani Merdeka” มักถูกมองว่าเป็นถ้อยคำต้องห้ามหรือสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกดินแดน แต่สำหรับ ตูแวดานียา ตูแวแมแง เขามองเห็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น มันคือ “ภาษาของความเจ็บปวด” ที่ขยับขยายพื้นที่จากความเงียบในใจ สู่การปรากฏตัวบนผืนผ้าและกำแพงริมถนน
เรามาเจาะลึกเบื้องหลังผ่านบทสัมภาษณ์เชิงสรุปที่เปลี่ยน “ความมั่นคง” ให้กลายเป็น “คำถามถึงความเท่าเทียม”
Q: ทำไมคำว่า “Patani Merdeka” ถึงดูมีพลังและปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในช่วงนี้?
ตูแวดานียา: ก่อนที่มันจะไปอยู่บนป้ายผ้าหรือผนังกำแพง มันถือกำเนิดขึ้นใน “หัวใจ” ของผู้คนมาก่อนครับ มันไม่ใช่ความคึกคะนอง แต่คือผลลัพธ์ของการถูกกดทับมานาน เด็กที่เห็นพ่อถูกคุมตัว แม่ที่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ซ้ำซาก หรือการที่ภาษาและอัตลักษณ์ถูกมองว่าเป็นปัญหา สิ่งเหล่านี้สร้างความรู้สึกว่าเรา “ไม่เท่ากัน” เมื่อไม่มีพื้นที่ในระบบให้พูด คำนี้จึงกลายเป็นทางออกของการสื่อสาร
Q: การที่ข้อความเหล่านี้มาปรากฏบนท้องถนน แทนที่จะอยู่ในป่าเหมือนเมื่อก่อน สะท้อนอะไร?
ตูแวดานียา: นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากครับ มันคือการเคลื่อนย้ายจาก “อาวุธ” มาสู่ “สัญลักษณ์” จากการสู้รบในป่ามาสู่การสื่อสารในพื้นที่สาธารณะ ท้องถนนไม่ใช่สนามรบ แต่เป็นพื้นที่บอกว่า “เรามีตัวตน เราคิด และเราควรถูกฟัง” นี่คือความพยายามลดระดับความรุนแรงและเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นสนามการเมืองของประชาชนครับ
Q: รัฐควรรับมือกับปรากฏการณ์นี้อย่างไร? การลบข้อความหรือจับกุมคือทางออกไหม?
ตูแวดานียา: การลบข้อความไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุครับ โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การถามว่าจะลบคำนี้อย่างไร แต่คือจะทำอย่างไรให้เหตุผลที่ทำให้คำนี้เกิดขึ้น “หมดความจำเป็นลง” รัฐต้องกล้าตอบคำถามเรื่องโครงสร้างความยุติธรรมและการกระจายอำนาจที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้จริง
4 เสาหลักสู่ทางออก: “ทำให้คำนี้หมดความจำเป็น”
เพื่อให้เกิดสันติภาพที่แท้จริง บทสนทนานี้สรุปข้อเสนอแนะถึงรัฐไทยไว้ 4 ประการ
| หัวใจสำคัญ | แนวทางปฏิบัติ |
|---|---|
| การกระจายอำนาจ | ให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตตัวเองได้จริง ไม่ใช่เพียงในนาม |
| กระบวนการยุติธรรม | ต้องตรวจสอบได้ โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ |
| การยอมรับอัตลักษณ์ | เคารพในภาษา ศาสนา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างจริงใจ |
| สันติภาพที่ยั่งยืน | มีกฎหมายรองรับและให้ประชาชนเป็น “เจ้าของ” กระบวนการ |
บทส่งท้ายจากผู้สัมภาษณ์
หากรัฐสามารถพิสูจน์ได้ว่า ภายใต้รัฐไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีและอนาคตที่เท่าเทียม ความฝันเรื่อง “อิสรภาพจากรัฐ” จะแปรเปลี่ยนเป็น “อิสรภาพในการอยู่ร่วมกัน” อย่างสันติ คำว่า Patani Merdeka จึงไม่ใช่คำต้องห้าม แต่มันคือกระจกสะท้อนว่ารัฐไทยกล้าพอที่จะปรับปรุงโครงสร้างเพื่อความยุติธรรมหรือไม่
#เสียงจากชายแดนใต้ #PataniMerdeka #สันติภาพ #ความเท่าเทียม #ตูแวดานียา_ตูแวแมแง
6,265 total views, 4 views today

More Stories
“ตรรกะวิบัติ” เมื่อผู้ใหญ่สอนให้รับเงินซื้อเสียง: บทเรียนจากเด็กจริยธรรมศึกษาถึงนักการเมืองรุ่นใหญ่ ดังนั้น เมื่อพูดพลาดแล้วขออภัยอัลลอฮ์ ขอโทษสังคม
จากห้องเรียนสู่ลานศาล: เมื่อเสียง “ปอเนาะ” ลุกขึ้นสู้เพื่อลมหายใจและผืนป่าเขาโต๊ะกรัง
เปลี่ยนปืนเป็นกฎหมาย: ดับไฟใต้ด้วย “พรบ.สันติภาพ” ข้อเสนอหยุดวงจรความรุนแรง 22 ปี จากเวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช