มกราคม 29, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

Exclusive Interview: เจาะลึกความหมาย “Patani Merdeka” เมื่อเสียงจากหัวใจเคลื่อนสู่ท้องถนน

แชร์เลย

รายงานโดย: อับดุลสุโก ดินอะ / เรียบเรียงจากทัศนะของ: ตูแวดานียา ตูแวแมแง

      เมื่อ 5 มกราคม 2568 ครบรอบ 22 ปีไฟใต้ ท่ามกลางความเงียบสงบของชายแดนใต้ คำว่า “Patani Merdeka” มักถูกมองว่าเป็นถ้อยคำต้องห้ามหรือสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกดินแดน แต่สำหรับ ตูแวดานียา ตูแวแมแง เขามองเห็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น มันคือ “ภาษาของความเจ็บปวด” ที่ขยับขยายพื้นที่จากความเงียบในใจ สู่การปรากฏตัวบนผืนผ้าและกำแพงริมถนน
เรามาเจาะลึกเบื้องหลังผ่านบทสัมภาษณ์เชิงสรุปที่เปลี่ยน “ความมั่นคง” ให้กลายเป็น “คำถามถึงความเท่าเทียม”

Q: ทำไมคำว่า “Patani Merdeka” ถึงดูมีพลังและปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในช่วงนี้?
ตูแวดานียา: ก่อนที่มันจะไปอยู่บนป้ายผ้าหรือผนังกำแพง มันถือกำเนิดขึ้นใน “หัวใจ” ของผู้คนมาก่อนครับ มันไม่ใช่ความคึกคะนอง แต่คือผลลัพธ์ของการถูกกดทับมานาน เด็กที่เห็นพ่อถูกคุมตัว แม่ที่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ซ้ำซาก หรือการที่ภาษาและอัตลักษณ์ถูกมองว่าเป็นปัญหา สิ่งเหล่านี้สร้างความรู้สึกว่าเรา “ไม่เท่ากัน” เมื่อไม่มีพื้นที่ในระบบให้พูด คำนี้จึงกลายเป็นทางออกของการสื่อสาร

Q: การที่ข้อความเหล่านี้มาปรากฏบนท้องถนน แทนที่จะอยู่ในป่าเหมือนเมื่อก่อน สะท้อนอะไร?
ตูแวดานียา: นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากครับ มันคือการเคลื่อนย้ายจาก “อาวุธ” มาสู่ “สัญลักษณ์” จากการสู้รบในป่ามาสู่การสื่อสารในพื้นที่สาธารณะ ท้องถนนไม่ใช่สนามรบ แต่เป็นพื้นที่บอกว่า “เรามีตัวตน เราคิด และเราควรถูกฟัง” นี่คือความพยายามลดระดับความรุนแรงและเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นสนามการเมืองของประชาชนครับ

Q: รัฐควรรับมือกับปรากฏการณ์นี้อย่างไร? การลบข้อความหรือจับกุมคือทางออกไหม?
ตูแวดานียา: การลบข้อความไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุครับ โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การถามว่าจะลบคำนี้อย่างไร แต่คือจะทำอย่างไรให้เหตุผลที่ทำให้คำนี้เกิดขึ้น “หมดความจำเป็นลง” รัฐต้องกล้าตอบคำถามเรื่องโครงสร้างความยุติธรรมและการกระจายอำนาจที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้จริง

4 เสาหลักสู่ทางออก: “ทำให้คำนี้หมดความจำเป็น”
เพื่อให้เกิดสันติภาพที่แท้จริง บทสนทนานี้สรุปข้อเสนอแนะถึงรัฐไทยไว้ 4 ประการ

หัวใจสำคัญ แนวทางปฏิบัติ
การกระจายอำนาจ ให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตตัวเองได้จริง ไม่ใช่เพียงในนาม
กระบวนการยุติธรรม ต้องตรวจสอบได้ โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ
การยอมรับอัตลักษณ์ เคารพในภาษา ศาสนา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างจริงใจ
สันติภาพที่ยั่งยืน มีกฎหมายรองรับและให้ประชาชนเป็น “เจ้าของ” กระบวนการ

บทส่งท้ายจากผู้สัมภาษณ์
      หากรัฐสามารถพิสูจน์ได้ว่า ภายใต้รัฐไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีและอนาคตที่เท่าเทียม ความฝันเรื่อง “อิสรภาพจากรัฐ” จะแปรเปลี่ยนเป็น “อิสรภาพในการอยู่ร่วมกัน” อย่างสันติ คำว่า Patani Merdeka จึงไม่ใช่คำต้องห้าม แต่มันคือกระจกสะท้อนว่ารัฐไทยกล้าพอที่จะปรับปรุงโครงสร้างเพื่อความยุติธรรมหรือไม่

#เสียงจากชายแดนใต้ #PataniMerdeka #สันติภาพ #ความเท่าเทียม #ตูแวดานียา_ตูแวแมแง

 6,265 total views,  4 views today