มกราคม 29, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

จากห้องเรียนสู่ลานศาล: เมื่อเสียง “ปอเนาะ” ลุกขึ้นสู้เพื่อลมหายใจและผืนป่าเขาโต๊ะกรัง

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     การศึกษาท่ามกลางเสียงระเบิดหินและฝุ่นควัน คืออนาคตที่เราต้องการจริงหรือ? นี่คือคำถามสำคัญที่ดังก้องไปทั่วจังหวัดสตูล เมื่อเหล่านักเรียน ครู และชาวบ้านนาปริก ไม่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่ “นายทุน” ขีดเส้นให้ แต่เลือกที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนสิทธิใน “สถานศึกษาสร้างสุขภาวะ”

เมื่อ “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” ถูกคุกคามโดยสัมปทาน

      ในพื้นที่ อ.ควนโดน จ.สตูล “เขาโต๊ะกรัง” ไม่ใช่เพียงแค่ภูเขาหินปูนลูกหนึ่ง แต่มันคือป่าต้นน้ำและหัวใจของชุมชนนาปริก ทว่าโครงการสัมปทานเหมืองหินที่กำลังคืบหน้า กลับกลายเป็นเมฆหมอกดำที่ปกคลุมทั้งวิถีชีวิตและการศึกษา

      จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ ระยะห่างระหว่างเหมืองกับ โรงเรียนปอเนาะ และเส้นทางสัญจรหลักของชุมชนนั้น ใกล้ไม่ถึง 500 เมตร ซึ่งหมายความว่า:

  • เสียงระเบิดหิน จะรบกวนสมาธิและการเรียนการสอนของนักเรียนและครู
  • ฝุ่นละออง PM 10 และ PM 2.5 จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อระบบทางเดินหายใจของเยาวชน
  • ความปลอดภัย จากรถบรรทุกหนักและเศษหินที่อาจกระเด็นจากการทำเหมือง

รวมพลังฟ้องศาลปกครอง: ทวงคืนความยุติธรรม 20 ม.ค. 2569

     เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการต่อสู้ภาคพลเมืองในสตูลได้เกิดขึ้น เมื่อตัวแทนชาวบ้านและนักเรียนรวม 30 ชีวิต เดินทางไปยัง ศาลปกครองสงขลา เพื่อยื่นฟ้องเพิกถอนรายงาน EIA โครงการเหมืองหินเขาโต๊ะกรัง โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:

  • ขาดการมีส่วนร่วมที่แท้จริง: รายงาน EIA ถูกระบุว่าไม่ได้บรรจุความเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบลงไปอย่างครบถ้วน
  • ผิดกฎหมายแร่ (ม.17 วรรค 4): พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็น “ป่าต้นน้ำ” และมีแหล่งน้ำซับตามธรรมชาติ ซึ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ต้องได้รับการคุ้มครองและห้ามทำเหมือง
  • ความปลอดภัยของเยาวชน: การอนุญาตให้มีเหมืองใกล้สถานศึกษา ขัดต่อหลักการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับเด็กและเยาวชน

เปลี่ยนจาก “พื้นที่เสี่ยง” เป็น “สถานศึกษาสร้างสุขภาวะ”

     การลุกขึ้นสู้ของนักเรียนและครูในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการคัดค้านเหมืองหิน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า “การศึกษาต้องมาพร้อมกับสุขภาวะ” โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ สามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ เรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ และไม่ต้องหวาดระแวงกับภัยอันตรายจากอุตสาหกรรมหนัก

“เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตำราเรียน แต่เราต้องการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต สิทธิในอากาศสะอาดและแหล่งน้ำป่าต้นน้ำ คือวิชาชีวิตที่นายทุนไม่มีสิทธิมาพรากไปจากเรา”

ก้าวต่อไปของชาวนาปริก

      การยื่นฟ้องศาลปกครองคือจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ความจริงระหว่าง “ผลกำไรของกลุ่มทุน” กับ “ความอยู่รอดของชุมชนและสิ่งแวดล้อม” พลังของคนรุ่นใหม่ในปอเนาะและครูผู้เสียสละกำลังแสดงให้เห็นว่า ชาวสตูลพร้อมที่จะปกป้องเขาโต๊ะกรังให้เป็นมรดกทางธรรมชาติและเป็นรั้วที่ปลอดภัยให้กับลูกหลานสืบไป

#Saveเขาโต๊ะกรัง #สตูล #ศาลปกครอง #หยุดเหมืองหินใกล้โรงเรียน #ป่าต้นน้ำนาปริก

 25,954 total views,  840 views today