อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

การศึกษาท่ามกลางเสียงระเบิดหินและฝุ่นควัน คืออนาคตที่เราต้องการจริงหรือ? นี่คือคำถามสำคัญที่ดังก้องไปทั่วจังหวัดสตูล เมื่อเหล่านักเรียน ครู และชาวบ้านนาปริก ไม่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่ “นายทุน” ขีดเส้นให้ แต่เลือกที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนสิทธิใน “สถานศึกษาสร้างสุขภาวะ”
เมื่อ “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” ถูกคุกคามโดยสัมปทาน
ในพื้นที่ อ.ควนโดน จ.สตูล “เขาโต๊ะกรัง” ไม่ใช่เพียงแค่ภูเขาหินปูนลูกหนึ่ง แต่มันคือป่าต้นน้ำและหัวใจของชุมชนนาปริก ทว่าโครงการสัมปทานเหมืองหินที่กำลังคืบหน้า กลับกลายเป็นเมฆหมอกดำที่ปกคลุมทั้งวิถีชีวิตและการศึกษา
จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ ระยะห่างระหว่างเหมืองกับ โรงเรียนปอเนาะ และเส้นทางสัญจรหลักของชุมชนนั้น ใกล้ไม่ถึง 500 เมตร ซึ่งหมายความว่า:
- เสียงระเบิดหิน จะรบกวนสมาธิและการเรียนการสอนของนักเรียนและครู
- ฝุ่นละออง PM 10 และ PM 2.5 จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อระบบทางเดินหายใจของเยาวชน
- ความปลอดภัย จากรถบรรทุกหนักและเศษหินที่อาจกระเด็นจากการทำเหมือง
รวมพลังฟ้องศาลปกครอง: ทวงคืนความยุติธรรม 20 ม.ค. 2569
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการต่อสู้ภาคพลเมืองในสตูลได้เกิดขึ้น เมื่อตัวแทนชาวบ้านและนักเรียนรวม 30 ชีวิต เดินทางไปยัง ศาลปกครองสงขลา เพื่อยื่นฟ้องเพิกถอนรายงาน EIA โครงการเหมืองหินเขาโต๊ะกรัง โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:
- ขาดการมีส่วนร่วมที่แท้จริง: รายงาน EIA ถูกระบุว่าไม่ได้บรรจุความเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบลงไปอย่างครบถ้วน
- ผิดกฎหมายแร่ (ม.17 วรรค 4): พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็น “ป่าต้นน้ำ” และมีแหล่งน้ำซับตามธรรมชาติ ซึ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ต้องได้รับการคุ้มครองและห้ามทำเหมือง
- ความปลอดภัยของเยาวชน: การอนุญาตให้มีเหมืองใกล้สถานศึกษา ขัดต่อหลักการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับเด็กและเยาวชน
เปลี่ยนจาก “พื้นที่เสี่ยง” เป็น “สถานศึกษาสร้างสุขภาวะ”
การลุกขึ้นสู้ของนักเรียนและครูในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการคัดค้านเหมืองหิน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า “การศึกษาต้องมาพร้อมกับสุขภาวะ” โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ สามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ เรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ และไม่ต้องหวาดระแวงกับภัยอันตรายจากอุตสาหกรรมหนัก
“เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตำราเรียน แต่เราต้องการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต สิทธิในอากาศสะอาดและแหล่งน้ำป่าต้นน้ำ คือวิชาชีวิตที่นายทุนไม่มีสิทธิมาพรากไปจากเรา”
ก้าวต่อไปของชาวนาปริก
การยื่นฟ้องศาลปกครองคือจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ความจริงระหว่าง “ผลกำไรของกลุ่มทุน” กับ “ความอยู่รอดของชุมชนและสิ่งแวดล้อม” พลังของคนรุ่นใหม่ในปอเนาะและครูผู้เสียสละกำลังแสดงให้เห็นว่า ชาวสตูลพร้อมที่จะปกป้องเขาโต๊ะกรังให้เป็นมรดกทางธรรมชาติและเป็นรั้วที่ปลอดภัยให้กับลูกหลานสืบไป
#Saveเขาโต๊ะกรัง #สตูล #ศาลปกครอง #หยุดเหมืองหินใกล้โรงเรียน #ป่าต้นน้ำนาปริก
32,322 total views, 2 views today

More Stories
รายงานพิเศษ: สงครามจริยธรรมชายแดนใต้! โลกโซเชียลเดือด ตอกยับวาทกรรม “กินเหยื่อ อย่ากินเบ็ด” หรือ “รับมือซ้าย กามือขวา” (รับเงินแต่ไม่เลือก)ชี้ทำลายรากฐานอิสลาม พร้อมวาทกรรม “ริสกีเดือนรอมฎอน”: การฟอกขาวที่น่ากลัว
ศุกร์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งเมื่อมัสยิดทั่วไทยจุดกระแส “ตื่นรู้”: ปกป้องอมานะห์ สร้างคนรุ่นใหม่ สานพลังพัฒนาชาติ
การซื้อสิทธิขายเสียงร้ายแรงกว่า ในมิติของจริยธรรมและการทำลายรากฐานสังคม