รายงานวิเคราะห์: มายาคติของการแทรกแซงและการยึดครองในยุคใหม่
ถอดบทเรียนจากทัศนะ ดร.ไฟรูซ อยู่เป็นสุข (5 มกราคม 2568)

1. การกลายพันธุ์ของการยึดครอง (The Evolution of Conquest)
ดร.ไฟรูซ ชี้ให้เห็นว่าโลกไม่ได้พัฒนาขึ้นในเชิงศีลธรรม แต่พัฒนาขึ้นในเชิง “วิธีการ” จากเดิมที่ใช้ดาบและสงครามในการยึดครองทรัพยากรตรง ๆ (Hard Power) ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยคำศัพท์ที่ดูดีเพื่อสร้างความชอบธรรม (Soft Power & Legal Warfare) เช่น:
- การแทรกแซงเพื่อมนุษยธรรม
- การฟื้นฟูเสถียรภาพ
- การบริหารจัดการทรัพยากร
ใจความสำคัญ: แม้ถ้อยคำจะเปลี่ยนไป แต่หากผลลัพธ์คือทรัพยากรของเจ้าของบ้านตกไปอยู่ในมือของบริษัทข้ามชาติ สิ่งนั้นยังคงมีแก่นแท้คือ “การปล้น” เช่นเดิม
2. มุมมองทางศาสนศาสตร์: “น้ำมันคือของฝากจากพระเจ้า”
รายงานระบุถึงหลักการของศาสนาอิสลามที่นำมาจับกับกรณีพิพาทระดับโลก โดยมีคีย์เวิร์ดสำคัญ 2 คำ คือ:
- ซุ้ลมฺ (Zulm): การกดขี่ — หากการแทรกแซงนำมาซึ่งความอดอยากและการแตกสลายของสังคม ไม่ว่าจะอ้างเจตนาดีเพียงใด ศาสนาถือว่านั่นคือการกดขี่
- ฆอศบ์ (Ghasb): การยึดทรัพย์โดยอธรรม — การใช้อำนาจหรือกฎหมายฝ่ายเดียวเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากผู้อื่น
“ทรัพยากรไม่ใช่ของผู้ชนะ แต่เป็น ‘อามานะฮ์’ (ของฝากที่ต้องดูแล) เพื่อประชาชนเจ้าของแผ่นดิน”
3. วงจรซ้ำรอย: อิรัก ลิเบีย สู่เวเนซุเอลา
บทวิเคราะห์ชี้ให้เห็น “พิมพ์เขียว” ของมหาอำนาจที่กระทำต่อประเทศที่มีทรัพยากรสูงแต่โครงสร้างอ่อนแอ โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้:
- สร้างปัญหา: สร้างภาพลักษณ์ความไม่มั่นคงหรือวิกฤต
- แทรกแซง: ส่งกำลังหรือใช้อำนาจกดดันภายใต้หน้ากากคุณธรรม
- ครอบครอง: จบลงที่การถ่ายโอนทรัพยากรออกไปเลี้ยงผู้อื่น
4. บทเรียนต่อสังคม: ภูมิคุ้มกันทางศีลธรรมและโครงสร้าง
ดร.ไฟรูซ เตือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเวเนซุเอลาไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกประเทศ:
- อย่าฝากความหวังไว้กับทรัพยากรเพียงอย่างเดียว: ประเทศที่พึ่งพาทรัพยากรเดี่ยวโดยไม่มีโครงสร้างที่เข้มแข็ง มักตกเป็นเป้าหมาย
- พลังเงียบคือส่วนหนึ่งของปัญหา: การนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรม หรือการใช้ชีวิตโดยไม่ตั้งคำถามถึงที่มาของทรัพยากร (น้ำมัน/พลังงาน) คือการเลือกข้างโดยปริยาย
บทสรุป
โลกในทัศนะของ ดร.ไฟรูซ คือโลกที่ “ไม่เคยเลิกปล้น แค่เปลี่ยนวิธี” อำนาจอาจเปลี่ยนกฎหมายได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยน “ความผิด” ให้เป็น “ความถูก” ตามหลักศีลธรรมได้ ประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่การถามว่ามหาอำนาจมีสิทธิ์ทำไหม แต่คือการถามว่า “ถ้าวันหนึ่งเราโดนกระทำแบบเดียวกัน เราจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร?”
4,905 total views, 2 views today

More Stories
“ตรรกะวิบัติ” เมื่อผู้ใหญ่สอนให้รับเงินซื้อเสียง: บทเรียนจากเด็กจริยธรรมศึกษาถึงนักการเมืองรุ่นใหญ่ ดังนั้น เมื่อพูดพลาดแล้วขออภัยอัลลอฮ์ ขอโทษสังคม
จากห้องเรียนสู่ลานศาล: เมื่อเสียง “ปอเนาะ” ลุกขึ้นสู้เพื่อลมหายใจและผืนป่าเขาโต๊ะกรัง
เปลี่ยนปืนเป็นกฎหมาย: ดับไฟใต้ด้วย “พรบ.สันติภาพ” ข้อเสนอหยุดวงจรความรุนแรง 22 ปี จากเวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช