อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

จากปี2560 การอุดหนุนของศอ.บต. 50 ล้านบาทแก่องค์กรพัฒนาเอกชน ที่เรียกว่าประชาสังคมชายแดนใต้ CSO2 ที่ผ่านการคัดเลือก จากคณะกรรมการที่หลากหลายแม้ว่าจะมีข้อครหาบ้างแต่คณะกรรมการพิจารณาทุนที่มาจากทุกภาคส่วนสามารถตอบข้อสงสัย สำหรับองค์กรประชาสังคมใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และมีการลงประเมิน ถอดบทเรียนทำให้งบอุดหนุนจากรัฐแก่กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมได้รับการสานต่อโครงการอีกในปีงบประมาณ 2562 เพียงแต่หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงเปลี่ยนจากศอ.บต.สู่ในอ้อมกอด กอ.รมน.ภาคสี่ แก่หลายองค์กรภาคประชาสังคมเพียงบางส่วนเท่านั้น หลายองค์กรที่เคยได้กลับไม่ได้ไม่รู้ในการพิจารณายื่นโครงการครั้งนี้ หลายองค์กรเริ่มมีข้อสงสัย ผ่านปากต่อปาก ผ่านไลน์กลุ่ม ไลน์ส่วนตัวบ้าง
(ซึ่งผู้เขียนไม่ขอระบุชื่อแต่เจตนาเขียนเพื่อให้นำข้อสังเกตุนี้หากจริงจะได้ปรับปรุงสู่เป้าหมายสันติภาพอย่างยั่งยืนตามเจตนารมณ์ของงบประมาณ)
คำถามที่หนาหู เช่นกันคือ อะไรคือหลักเกณฑ์การอุดหนุน เหมือนหรือต่างกับครั้งที่แล้วอย่างไรสำหรับงบอุดหนุนนี้ และสำหรับกลุ่มองค์กร ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และผ่านการได้รับรางวัลเดิมหรือองค์กรภาคประชาสังคม 500 กว่าองค์กร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดิมที่ลงทะเบียนกับ ศอ.บต.ส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับการประสาน เพื่อรับทราบข้อมูลการเสนอโครงการเพื่อการพัฒนา และแก้ไข ปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ข้อสังเกตอีกข้อคือ
ในส่วนของการขับเคลื่อน ภาคประชาสังคม CSO2 หรือ NGO ซึ่งจะเห็นเฉพาะกลุ่มหน้าเดิม ที่วนเวียน และจะได้รับเรียกประสาน เพื่อรับงบประมาณ การขับเคลื่อน นั้นทำไมเขาทราบได้ ไปยื่นโครงการและอนุมัติโครงการเมื่อไรอย่างไร
ดังนั้นมีข้อเสนอว่าการหนุนเสริมภาคประชาสังคม ครั้งต่อไปจำเป็นที่ผู้มีอำนาจต้องทบทวน ในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสมดุล ในการบริหารจัดการ กับกลุ่มองค์กร ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส ครอบคลุมตรวจสอบได้ เพื่อนำการพัฒนาและการแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์ให้ตรงจุด และสู่สันติภาพอย่างยั่งยืนมิฉะนั้นมันจะเป็นดาบสองคมสู่ความขัดแย้ง
ในขณะเดียวกันหากมีข้อซุบซิบนินทาถึงความโปร่งใสในโครงการ เช่นข้อครหาว่ามีเงินทอนหรือเปล่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า
ที่ดีสุดสำหรับผู้เขียนคือควรจัดเป็นกองทุนพัฒนาองค์กรเอกชน/ประชาสังคมเพื่อสันติภาพที่มีคณะทำงานที่หลากหลายยึดโยงกับประชาชนทุกภาคส่วนจะทำให้ลดความขัดแย้งหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพและที่สำคัญอีกอันคือ กองทุนไม่ควรอยู่ภายใต้กอ.รมน.ภาคสี่ส่วนองค์กรใดกระทรวงใดนั้นน่าจะพิจารณาอย่างมีส่วนร่วมให้มากที่สุด
หมายเหตุ
โปรดดู
ข้อเสนอสภาประชาสังคมชายแดนต่อกองทุนพัฒนาชายแดนใต้ต่อภาคประชาชน/สังคม
http://www.thaingo.in.th/news/?p=content&act=detail&id_content=1952
1,946 total views, 6 views today

More Stories
ต้อนรับฮิจเราะห์ศักราช ใหม่ 1448 ถอดบทเรียนจากรอยเท้าแห่งอดีต สู่พลังขับเคลื่อนสังคมในยุคสมัยใหม่ เชิญชวนพี่น้องทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน ละหมาดฮาญัต “ปลอดภัยไว้ก่อน” (Selamatkan Umah) ที่จะจัดขึ้นที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569
แวดวงสังคมมุสลิมด้วยกัน: ประเด็นเรื่องการจำกัดการอภิปรายทางวิชาการที่ละเอียดอ่อน
แม้ไม่เห็นด้วยกับโรงไฟฟ้า แต่เราก็ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง: ถอดบทเรียนจากเหตุบุกรุกโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดชายแดนภาคใต้