มิถุนายน 21, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ภาคประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สสป.) กับภารกิจขับเคลื่อนงานภาคประชาสังคม: สู่หุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ

      ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบและการพัฒนาพื้นที่ไม่อาจเป็นภารกิจของภาครัฐฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป “การมีส่วนร่วม” จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

      ล่าสุด ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนแผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนฯ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2567–2570) พร้อมวางรากฐานสำคัญสู่การจัดตั้ง “สถาบันส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สสป.)” เพื่อเป็นกลไกกลางในการขับเคลื่อนงานภาคประชาสังคมให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

พลวัตความร่วมมือและการขยายตัวของภาคประชาสังคม

      ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้าง “หุ้นส่วนการพัฒนา” อย่างเป็นรูปธรรม เห็นได้จากการเติบโตของเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมงานกับ ศอ.บต. จากเดิมในปี 2567 ที่มี 51 องค์กร เพิ่มขึ้นเป็น 204 องค์กรในปี 2569

      ข้อมูลนี้สะท้อนว่ากระบวนการมีส่วนร่วมไม่ใช่เรื่องเชิงสัญลักษณ์อีกต่อไป แต่เป็นการสร้างกลไกที่ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางพัฒนาพื้นที่ ผ่านโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจริง

ความท้าทายและการนำแนวคิด “ความเมตตา” สู่การปฏิบัติ

      ความท้าทายสูงสุดภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบ คือการทำอย่างไรให้ “นโยบายรัฐ” กับ “วิถีชีวิตประชาชน” หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

     แนวคิด “ความเมตตาต่อโลกทั้งมวล” (Rahmatan lil-‘Alamin) จึงถูกนำมาเป็นเข็มทิศเชิงยุทธศาสตร์ โดยเปลี่ยนจากนโยบายที่เน้นความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ ไปสู่ “ความมั่นคงเชิงมนุษย์” ที่รัฐทำหน้าที่คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม

ความท้าทายที่สำคัญคือการเปลี่ยนผ่านแนวคิดนี้ไปสู่การปฏิบัติ โดยมีประเด็นหลัก คือ

  • การลดช่องว่างของความไว้วางใจ: ความเชื่อมั่น (Trust) จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนโยบายรัฐสัมผัสได้จริงถึงความต้องการของครัวเรือน
  • การสร้างสมดุล: การบริหารความแตกต่างทางอัตลักษณ์ให้กลายเป็นความมั่งคั่งทางสังคม แทนที่จะมองว่าเป็นความขัดแย้ง

การแปลงทฤษฎีสู่การปฏิบัติผ่าน “สสป.”

     การจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สสป.) ถือเป็นยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ (Transition) โดยมีกลไกการทำงาน ดังนี้

  1. จากผู้รับฟัง สู่หุ้นส่วนร่วมตัดสินใจ (Co-creation): สสป. จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลาง (Neutral Space) ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมมีอำนาจต่อรองและร่วมกำหนดนโยบาย
  2. กลไกที่ไร้รอยต่อ (Seamless Operation): การมีสถาบันที่มีสถานะมั่นคง จะช่วยป้องกันภาวะ “สุญญากาศ” ในการทำงาน เมื่อแผนงานระยะสั้นสิ้นสุดลง
  3. ความเมตตาเชิงนโยบาย: ใช้ สสป. เป็นเครื่องมือในการสะท้อนเสียงของกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้นโยบายพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตอบโจทย์มนุษยธรรมอย่างแท้จริง

ข้อเสนอแนะ

เพื่อให้ภารกิจของ สสป. บรรลุผลในระยะ 5 ปีข้างหน้า ควรพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

  • สร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย: พัฒนาศักยภาพขององค์กรประชาสังคมให้มีทักษะในการบริหารจัดการโครงการและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงนโยบาย
  • บูรณาการข้อมูล: ใช้ข้อมูลการมีส่วนร่วมจากภาคสนามเป็นฐานในการปรับปรุงนโยบายแบบ Real-time
  • ความโปร่งใสและตรวจสอบได้: การจัดสรรทรัพยากรต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม และเน้นผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนเป็นที่ตั้ง

สรุป

     การขับเคลื่อนภาคประชาสังคมผ่าน สสป. ไม่ใช่เพียงการทำแผนพัฒนา แต่คือการสร้าง “สัญญาประชาคมใหม่” ที่ใช้ “ความเมตตา” เป็นเครื่องมือในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน

     เมื่อรัฐเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้แสดงบทบาทอย่างจริงจัง สันติสุขที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่ใช่เพียงอุดมคติ แต่เป็นความจริงที่ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างขึ้นได้

     คำถามเพื่อการแลกเปลี่ยน: ในมุมมองของคุณ อะไรคืออุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้ “ความเมตตา” และ “การมีส่วนร่วม” ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และ สสป. จะสามารถเข้ามาปลดล็อกปัญหานี้ได้อย่างไร?

หมายเหตุ

ศอ.บต. เดินหน้าจัดเวทีการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน กำหนดทิศทางพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมวางกรอบแผนระยะต่อไป

     วันนี้ (20 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมกลางชล ชั้น 8 โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หัวข้อ

“จากความมั่นคงของมนุษย์สู่ความยั่งยืนของผืนพิภพ : พลวัตความร่วมมือภาครัฐและภาคประชาสังคมกับการสร้างความเป็นหุ้นส่วน บทเรียนจากภูมิภาคสู่ชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้”

     การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อทบทวนผลการดำเนินงานตามแผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2567–2570) พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจากหลากหลายพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

     นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในฐานะ “หุ้นส่วนการพัฒนา” ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง สันติสุข และยั่งยืน โดย ศอ.บต. มีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกเชื่อมประสานการทำงาน สร้างกระบวนการมีส่วนร่วม และส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

     ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้ขับเคลื่อนงานตามแผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

     ปัจจุบันมีองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับ ศอ.บต. จำนวน 459 องค์กร ขณะที่จำนวนองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการร่วมกับ ศอ.บต. เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 51 องค์กร ในปีงบประมาณ 2567 เป็น 111 องค์กร ในปีงบประมาณ 2568 และเพิ่มเป็น 204 องค์กร ในปีงบประมาณ 2569 สะท้อนถึงการขยายตัวของภาคประชาสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาพื้นที่อย่างชัดเจน

     โอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียน ประสบการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบายจากหลากหลายมิติ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนฉบับใหม่ และกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นการสร้างความไว้วางใจ การมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมั่นคง สงบสุข และยั่งยืนต่อไป

 1,432 total views,  1,432 views today