กันยายน 30, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

รายงานพิเศษ: ชาวบ้านจะนะใช้สันติวิธี ปกป้องกุโบร์ประวัติศาสตร์บ้านท่ายาง นาทับ สงขลา

แชร์เลย

อุตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้/รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ :รายงาน

สถานการณ์ความขัดแย้งและการเคลื่อนไหว (23 กันยายน 2569)

     เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา กลุ่มพิทักษ์นาทับ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและ “นักรบผ้าถุง” ได้รวมตัวกันเดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจเชิงสัญลักษณ์ด้วยการ ละหมาดและขอดุอาร์ (ขอพรจากพระเจ้า) บริเวณหน้าศาลากลาง

     การเคลื่อนไหวนี้จัดขึ้นเพื่อกดดันและติดตามการประชุมของ คณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินของรัฐจังหวัดสงขลา (คพร.) กรณีข้อพิพาทสำคัญ: เอกชน 3 แปลงออกโฉนดซ้อนทับกับที่ดินกุโบร์สาธารณะท่ายาง ซึ่งเป็นสุสานโบราณและศาสนสมบัติสาธารณะ (ใช้ฝังศพทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมมาเป็นเวลานานกว่า 70 ปี) ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ที่มาที่ไปและการประชุม คพร. จังหวัดสงขลา (23 กันยายน 2569)

     ในการประชุมคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินของรัฐจังหวัดสงขลา (คพร.จังหวัดสงขลา) ซึ่งจัดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ณ ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการได้อนุญาตให้ผู้แทนกลุ่มพิทักษ์นาทับเข้าร่วมสังเกตการณ์จำนวน 5 คน

     ที่ประชุมได้หยิบยกกรณีการตรวจสอบที่ดินกุโบร์ท่ายางตามที่มีการรังวัดไว้ตั้งแต่ปี 2523 และการนำชี้รังวัดใหม่โดยกลุ่มพิทักษ์นาทับและชุมชนบ้านท่ายางเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งพบเนื้อที่กุโบร์ซ้อนทับกับที่ดินโฉนดของเอกชน 3 แปลง จนนำมาสู่การกลั่นกรองของอนุกรรมการ คพร. ระดับอำเภอ (อำเภอจะนะ) ที่ได้แสวงหาข้อเท็จจริง สอบถามพยานบุคคล และตรวจสอบภาพถ่าย 5 ชั้นปี ก่อนจะส่งเรื่องต่อมายัง คพร.จังหวัด ซึ่งเดิมมีแนวทางให้พิจารณาออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) สำหรับพื้นที่ที่ไม่ซ้อนทับไปพลางก่อน จำนวน 18 ไร่ จากทั้งหมด 21 ไร่เศษ

ข้อเสนอและเหตุผลของกลุ่มพิทักษ์นาทับในการประชุม

     ผู้แทนกลุ่มพิทักษ์นาทับที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ยืนยันต่อที่ประชุมว่า กระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ของเอกชนอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้:

  • ความผิดปกติของเอกสารสิทธิ์: หนังสือสำคัญสำหรับแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน (น.ส.3) ตัวจริงสูญหายและมีการออกใบแทนขึ้นมาใหม่ รวมถึงการขอออกโฉนดที่มีการแจ้งสภาพการทำประโยชน์ว่าเป็น “ที่นา” ทั้งที่สภาพจริงเป็นชายทะเลและป่าชายหาด
  • หลักฐานประวัติศาสตร์และพยานบุคคล: มีพยาน 1 ใน 7 ปากที่ให้ถ้อยคำยืนยันชัดเจนว่า ในที่ดินแปลงดังกล่าวมีการฝังร่างของบรรพบุรุษตนไว้ถึง 2 กุโบร์ ซึ่งปรากฏอยู่ในบันทึกถ้อยคำตรวจสอบของอนุกรรมการ คพร. อำเภอจะนะ นอกจากนี้ การรังวัดขอออก น.ส.ล. ในปี 2523 ไม่พบว่ามีแปลงข้างเคียงคัดค้านแนวเขตจนรังวัดสมบูรณ์ นำไปสู่การขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ประเภทกุโบร์
  • ข้อกังวลเรื่องความเชื่อมโยงทางการเมือง: การตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ในสมัยที่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีนักการเมือง “น.” ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของที่ดิน 2 แปลงในคดีพิพาทนี้

ข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อ คพร. จังหวัดสงขลา

เพื่อความชัดเจนและสร้างความเป็นธรรมในการตรวจสอบอย่างรอบด้าน ทางกลุ่มพิทักษ์นาทับจึงได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุม คพร. จังหวัดสงขลา จำนวน 3 ข้อ ได้แก่:

  • ไม่รับหลักการการออก น.ส.ล. บางส่วนก่อน: จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจนสิ้นสงสัยและสิ้นกระบวนการทางกฎหมายเสียก่อน จึงค่อยออก น.ส.ล. ตามผลการตรวจสอบที่แท้จริง
  • ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติอ่านและแปลภาพถ่ายทางอากาศ: เพื่อระบุการทำประโยชน์และสภาพที่ดินที่ซ้อนทับทั้ง 3 แปลงทั้งหมดอย่างครบถ้วน นำกลับมาประกอบการพิจารณาของ คพร.
  • ขอคัดถ่ายเอกสารและผลการตรวจสอบ: ให้ทางกลุ่มพิทักษ์นาทับได้รับเอกสารหลักฐาน และขอให้กลุ่มได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมสังเกตการณ์ทุกครั้งที่มีการประชุมในกรณีนี้

บทสรุปและมติของที่ประชุม (คพร. รับทุกข้อเรียกร้อง)

     ภายหลังการเจรจาพูดคุยและรับฟังข้อเสนอ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และประธาน คพร. จังหวัดสงขลา ได้สรุปมติที่ประชุมโดยรับรองตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อของกลุ่มพิทักษ์นาทับทุกประการ

     นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลากล่าวเน้นย้ำว่า ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และในภายหลังการประชุม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ลงมาแจ้งผลมติของ คพร. จังหวัดสงขลา กรณี “กุโบร์ท่ายาง” ให้แก่กลุ่มพี่น้องประชาชนที่ปักหลักชุมนุมด้วยตนเองบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา สร้างความพึงพอใจแก่พี่น้องประชาชนที่ใช้สันติวิธีในการทวงคืนผืนแผ่นดินและศาสนสมบัติของชุมชนในครั้งนี้

(#ทวงคืนที่ดินกุโบร์ท่ายาง #ที่ดินกุโบร์ท่ายาง #ที่ดิน #จังหวัดสงขลา)

หมายเหตุ อ่านรายงานก่อนหน้านี้

““ทวงคืนที่ดินสาธารณะ “กุโบร์ท่ายาง” นาทับ จะนะ พลังศรัทธา กฎหมาย และหลักการอิสลาม ปกป้องแผ่นดินวะกัฟและประวัติศาสตร์ชุมชน”ใน

https://spmcnews.com/?p=62183

 15,463 total views,  6,109 views today

You may have missed