อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

“การลอยนวลพ้นผิดคือเชื้อมูลชั้นดีที่สนับสนุนให้รัฐบาลอำนาจนิยมของไทยกล้าที่จะใช้ความรุนแรง ละเมิดสิทธิ์ของประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
— ศ.พวงทอง ภวัครพันธุ์
สังคมไทยผ่านพ้นโศกนาฏกรรมและความรุนแรงมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519, กรณีถีบลงเขาเผาลงถังแดง, การสลายการชุมนุมปี 2553 รวมถึงโศกนาฏกรรมตากใบ แต่สิ่งที่เราพบเจอร่วมกันในทุกเหตุการณ์คือ “การลอยนวลพ้นผิด” ซึ่งผู้เกี่ยวข้องไม่เคยถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น คนส่วนใหญ่ในสังคมยังขาดความตระหนักรู้ เนื่องจากประวัติศาสตร์ถูกปล่อยให้เลือนหาย
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ศ.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ปาฐกถาในหัวข้อ “ท้าทายการลอยนวลพ้นผิดด้วยพลังของเรื่องเล่า (Narrative)” ในเทศกาลสันติภาพ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยสะท้อนถึงแนวทางในการต่อสู้กับวัฒนธรรมการเมืองด้านมืดของไทยผ่านการใช้ข้อเท็จจริงและพลังของประชาชน
พลังของเรื่องเล่าและการท้าทายความอยุติธรรม
ศ.พวงทอง ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้และอาร์เจนตินา ที่ใช้เรื่องเล่าจากปากคำของประชาชนและหลักฐานข้อเท็จจริง เป็นชนวนสำคัญในการนำผู้ใช้ความรุนแรงมาลงโทษ พร้อมทั้งย้อนมองประเทศไทยผ่าน “โครงการบันทึก 6 ตุลา” ซึ่งมุ่งเน้นการทลายภาวะความจำเสื่อมทางประวัติศาสตร์
- สร้างความตระหนักรู้: เพื่อให้สังคมเห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์ และเข้าใจความเจ็บปวดของเหยื่อรวมถึงครอบครัว
- ยึดมั่นในข้อเท็จจริง: การสร้างเรื่องเล่าเพื่อท้าทายความอยุติธรรมต้องตั้งอยู่บนความจริง ห้ามใช้ข่าวปลอม (Fake news) หรือสร้างความเกลียดชังต่อผู้มีความเห็นต่าง
- บทบาทของสถาบันการศึกษา: สถาบันการศึกษาควรมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมเอกสารหลักฐานและศึกษาอาชญากรรมโดยรัฐ ความนิ่งเฉยของสถาบันการศึกษาถือเป็นความล้มเหลวที่ปล่อยให้วงจรความรุนแรงดำเนินต่อไป

จดจำเพื่อนผู้จากไป: กรณีศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล
ในโครงการบันทึก 6 ตุลา มีบันทึกเรื่องราวของนักศึกษามมหาวิทยาลัยมหิดล 5 คนที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่หน่วยพยาบาล หนึ่งในนั้นคือตัวแทนจากชายแดนใต้:
- อับดุลรอเฮง สาตา (อายุ 23 ปี): นักศึกษาปี 2 คณะสาธารณสุขศาสตร์ จาก อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เป็นความหวังของครอบครัวและคนในตำบลในการกลับมาพัฒนาระบบสาธารณสุขบ้านเกิด
- สุรสิทธิ์ สุภาภา (อายุ 24 ปี): นักศึกษาปี 3 คณะสาธารณสุขศาสตร์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นคนเรียบร้อย เรียนดี และเป็นที่รักของเพื่อนฝูง
- วิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ (อายุ 20 ปี): นักศึกษาปี 3 คณะพยาบาลศาสตร์ รามาธิบดี ผู้กล่าวคำพูดสุดท้ายก่อนลงน้ำนำทางเพื่อนๆ ว่า “เราเป็นคนแม่กลอง ชีวิตผูกพันกับน้ำมาตลอด ว่ายน้ำได้ ไม่ต้องห่วง ดูแลตัวเองได้”
- สัมพันธ์ เจริญสุข และ วีระพล โอภาสวิไล: นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะเทคนิคการแพทย์ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกับอับดุลรอเฮงและเสียชีวิตในจุดเดียวกัน
บทสรุปและคำถามสู่อนาคต
แม้หลายคนจะตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ผ่านพ้นมานานและผู้เกี่ยวข้องบางส่วนเสียชีวิตหรือได้รับนิรโทษกรรมไปแล้ว การจดจำประวัติศาสตร์เหล่านี้ยังจะมีประโยชน์อันใด? ศ.พวงทองชี้ว่า การสืบทอดประวัติศาสตร์คือการบอกเล่าตัวตนของสังคมไทย และช่วยท้าทายมายาคติที่เรามีต่ออำนาจรัฐ
จากบทเรียนดังกล่าว จึงนำมาสู่ข้อคิดและคำถามสำคัญสำหรับสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะบทบาทของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน—โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมตากใบ—ว่าจะสามารถขับเคลื่อนหรือทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อไม่ให้ความรุนแรงและโศกนาฏกรรมจากมือรัฐกลายเป็นเรื่องที่ถูกลืมเลือนตามกาลเวลา
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทเรียน 21 ปี ตากใบ ได้ที่ ThaiNGO
คำถามชวนคิด: คุณคิดว่าสถาบันการศึกษาในปัจจุบันควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการบันทึกและเยียวยาบาดแผลทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย?

174 total views, 174 views today

More Stories
สัมภาษณ์พิเศษ :บทสนทนาเพื่อสันติภาพ: รำลึกถึง “ดร.นอร์เบิรต์ โรเปอร์ส”, กว่า 20 ปีไฟใต้ และการเปิดพื้นที่ทางการเมือง
บาดแผลของประชาชนทั้ง กทม. และชายแดนใต้: สะท้อนเส้นทางสันติภาพที่ยากลำบาก แต่เสียงของพวกเราต้องดังไปถึงโครงสร้างอำนาจ
พลังแห่งความยุติธรรม: เมื่อโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและชุมชนสตูลลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้อง “เขาโต๊ะกรัง” ด้วยพลังกฎหมายและวิชาการ