สิงหาคม 22, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

สัมภาษณ์พิเศษ: เจาะลึก 20 ปีไฟใต้ ถอดรหัส “โรคยุติธรรมบกพร่อง” และบทบาทใหม่ภาคประชาสังคม สู่ทางออกสันติภาพชายแดนใต้

แชร์เลย

ผู้สัมภาษณ์: อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ผู้ตอบสัมภาษณ์: อาจารย์ฆอซาลี อาแว นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

บทเปิด: 20 ปีไฟใต้ กับแผลเป็นที่ชื่อว่า “ความยุติธรรมบกพร่อง”

      อุสตาซอับดุชชะกูรฺ: อาจารย์ครับ เราเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครบรอบสองทศวรรษพอดิบดี (ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกว่า 23,000 ครั้ง สูญเสียชีวิตและบาดเจ็บนับหมื่นราย) ในมุมมองของนักวิชาการ อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ไฟใต้ยังคงดำรงอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ?

      อาจารย์ฆอซาลี: ถ้ามองผ่านกรอบคิดของ ดันแคน แม็คคาร์โก (Duncan McCargo) ปัจจัยหลักไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนทรัพยากรหรือการศึกษาอย่างที่หลายคนเข้าใจครับ แต่ปัญหาใหญ่คือ “โรคบกพร่องของกระบวนการยุติธรรม” และ “โรคความชอบธรรมบกพร่อง”

      กรณีตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือโศกนาฏกรรมตากใบ แม้เวลาจะผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่อดีตอันทรงพลังนี้ไม่เคยถูกลบเลือน มันกลับกลายเป็น “น้ำทิพย์” ที่เติมพลังให้กลุ่มต้านรัฐมีความชอบธรรมในการต่อสู้ เมื่อกระบวนการยุติธรรมซึ่งควรเป็นที่พึ่งสุดท้ายเกิดความพร่องพรละ คนที่สูญเสียจึงไร้ทางเลือก หันไปพึ่งพาการใช้ความรุนแรง จนเกิดวงจรของ “แนวร่วมมุมกลับ” ที่เติบโตและได้รับความเห็นใจทั้งในและนอกพื้นที่ครับ

สมรภูมิยุคใหม่: เมื่อโลกออนไลน์ลุกเป็นไฟด้วย AI, IO และอุตสาหกรรมความชัง

      อุสตาซอับดุชชะกูรฺ: นอกจากความขัดแย้งเชิงกายภาพแล้ว ทุกวันนี้เรายังเห็นการปะทะกันอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ อาจารย์มองปรากฏการณ์ “สงครามสื่อ” นี้อย่างไรครับ?

      อาจารย์ฆอซาลี: น่ากลัวมากครับ เพราะตอนนี้เรากำลังเผชิญกับ “อุตสาหกรรมความชัง” ที่ขับเคลื่อนด้วยปฏิบัติการข่าวสาร (IO), ข่าวปลอม (Fake News) และเทคโนโลยี AI ที่จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริง มีความพยายามสร้างวาทกรรมเหมารวม เช่น “มุสลิมคือโจร” หรือ “เด็กปอเนาะคือบีอาร์เอ็น” เพื่อกระตุ้นกระแสเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobia)

      แต่ถ้าเราดูสถิติจาก Deep South Watch ในช่วง 6 เดือนล่าสุด (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) จากผู้ได้รับผลกระทบ 145 คน เป็นพี่น้องมุสลิม 99 คน และพุทธ 34 คน ตัวเลขนี้ฟ้องชัดเจนว่า กระสุนและระเบิดไม่เคยเลือกศาสนา ทุกคนทุกความเชื่อต่างตกเป็นเหยื่อความรุนแรงเหมือนกัน การเอาศาสนามาเป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยกจึงทำลายบรรยากาศพหุวัฒนธรรมอย่างยิ่งครับ

พลวัตภาคประชาสังคม: จากผู้บรรเทาทุกข์สู่ “ตัวแสดงเชิงการเมือง”

      อุสตาซอับดุชชะกูรฺ: ท่ามกลางวิกฤตที่ซับซ้อนนี้ บทบาทขององค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) ในพื้นที่ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไรบ้างครับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน?

      อาจารย์ฆอซาลี: งานวิจัยของเราแบ่งพัฒนาการของภาคประชาสังคมออกเป็น 4 ยุคสำคัญครับ จากเดิมที่เป็นยุคต่อสู้เชิงอัตลักษณ์ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเยียวยาหลังปี 2547 และเข้าสู่ยุคสร้าง “พื้นที่กลาง” เมื่อมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพ จนถึงปัจจุบันที่เรายกระดับเป็น “โครงสร้างเครือข่ายองค์รวม” เช่น สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และ CAP

“ภาคประชาสังคมในพื้นที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่หน่วยงานสงเคราะห์หรือผู้ช่วยงานพัฒนาเชิงเทคนิคอีกต่อไป แต่ได้สั่งสมสถานะจนกลายเป็น ‘ตัวแสดงเชิงการเมืองในพื้นที่ทางสังคม’ (Political Actors in Social Space) ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความยั่งยืนของกระบวนการสันติภาพครับ”

ส่องกระจกดูตัวเอง: SWOT Analysis ของเครือข่ายภาคประชาสังคม

      อุสตาซอับดุชชะกูรฺ: ถ้าเราประเมินความพร้อมของเครือข่ายภาคประชาสังคมในปัจจุบันผ่านมุมมอง SWOT เรามีจุดแข็ง จุดอ่อน และความท้าทายอะไรบ้างครับ?

      อาจารย์ฆอซาลี: เราสรุปจาก 20 องค์กรเครือข่ายหลักได้ดังนี้ครับ:

ปัจจัยภายใน (Internal) ปัจจัยภายนอก (External)
จุดแข็ง (Strengths):
• มีทุนทางสังคมและความไว้วางใจสูงจากชุมชนฐานราก
• มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา
• มีพลังในการขับเคลื่อนนโยบาย (Policy Advocacy)
โอกาส (Opportunities):
• การเปิดพื้นที่กลางในกระบวนการพูดคุยสันติภาพระดับนโยบาย
• การได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ
• กระแสการเรียกร้องสันติภาพจากฐานราก (Everyday Peacebuilding)
จุดอ่อน (Weaknesses):
• ขาดความต่อเนื่องของงบประมาณ ส่งผลต่อความเป็นอิสระ
• มีช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดงาน
• ระบบจัดการข้อมูลและงานวิจัยยังไม่เป็นเอกภาพ
อุปสรรค (Threats):
• ข้อจำกัดจากกฎหมายพิเศษและความหวาดระแวงจากรัฐ
• ความพยายามแทรกแซงหรือควบคุมจากอำนาจรัฐ
• ความแปรปรวนและความรุนแรงในสถานการณ์จริง

ทางออกสู่อนาคต: Roadmap 20 ปีหลังไฟใต้

      อุสตาซอับดุชชะกูรฺ: สุดท้ายนี้ อาจารย์มีข้อเสนอเชิงนโยบายหรือ Roadmap อย่างไรบ้าง เพื่อพาชายแดนใต้ก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน?

       อาจารย์ฆอซาลี: คณะผู้วิจัยเสนอ 4 แนวทางหลักที่ต้องทำอย่างจริงจังครับ:

  • ยกระดับสู่ Party C: ผลักดันให้ภาคประชาสังคมมีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์หรือตัวแทนภาคประชาชนที่เป็นทางการในโต๊ะพูดคุยสันติภาพ เพื่อนำเสียงจากพื้นที่ไปสู่การปฏิบัติจริง
  • สร้างความยั่งยืนทางการเงิน (Social Enterprise): พัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อลดการพึ่งพางบประมาณภายนอก รักษาความเป็นอิสระทางการเมืองในการขับเคลื่อนประเด็นอ่อนไหว
  • ส่งต่อพลังสู่คนรุ่นใหม่ (Peace Innovation): สร้างหลักสูตรและพื้นที่การเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในวาระของตนเอง เพื่อปิดช่องว่างระหว่างวัย
  • บูรณาการข้อมูลและงานวิจัย: พัฒนาระบบจัดการข้อมูลที่เป็นเอกภาพ แปลงข้อมูลดิบในพื้นที่ให้เป็นงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์เพื่อนำเสนอนโยบายต่อภาครัฐอย่างมีน้ำหนัก

       บทสรุป: สันติภาพชายแดนใต้หลังผ่านพ้น 20 ปี จะสำเร็จไม่ได้ด้วยมาตรการความมั่นคงหรือปลายกระบอกปืน หัวใจสำคัญคือการ “คืนความยุติธรรม” แก้ไขความพร่องของกระบวนการยุติธรรม ยุติสงครามสื่อที่สร้างความเกลียดชัง และหนุนเสริมพลังของภาคประชาสังคมให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานสันติภาพ” ที่แท้จริง

หมายเหตุ

การตอบบทสัมภาษณ์นั้นอาจารย์ฆอซาลี อาแว นำมาจาก: บทความวิจัย(ที่ท่านได้ศึกษาลงพื้นที่) ในหัวข้อ “การถอดบทเรียนเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้” วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (2569)

 160 total views,  160 views today

You may have missed