สิงหาคม 19, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

รายงานพิเศษ: รศ.ดร.โคทม อารียา “วิศวกรสันติวิธี” ผู้เดินทางไกลเพื่อสันติภาพไทยและชายแดนใต้

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569

       ได้มีโอกาสเข้าพบ รศ.ดร.โคทม อารียา และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฟังข้อเสนอแนะท่าน ที่มูลนิธิเพื่อการพัฒาเด็ก ที่สำโรง สมุทปราการ บอกได้คำเดียวว่า ท่านคือ “วิศวกรสันติวิธี” ผู้เดินทางไกลเพื่อสันติภาพไทยและชายแดนใต้ และยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานนี้ต่อ แม้จะอายุมากและสุขภาพไม่เอื้ออำนวยมากนัก

       กล่าวได้ว่า ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองภาคประชาสังคมและการขับเคลื่อนสันติวิธีของประเทศไทย ชื่อของ รศ.ดร.โคทม อารียา มักยืนหยัดเป็นหลักหมุดสำคัญในฐานะผู้ใช้ “หัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตา” และ “มันสมองของวิศวกร” อุทิศตนถักทอเส้นทางแห่งความสงบสุขให้กับสังคมไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

        แม้ในปัจจุบัน รศ.ดร.โคทม จะก้าวเข้าสู่วัยอาวุโส (เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2486) ทว่าประกายแห่งความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ความขัดแย้งระลอกยาวนานอย่าง จังหวัดชายแดนภาคใต้ และความขัดแย้งทางการเมืองระดับชาติ กลับมิได้ลดน้อยถอยลงตามสังขาร ทว่ากลับเปี่ยมล้นด้วยความลึกซึ้งและมุมมองที่ผ่านการตกผลึกจากกาลเวลา

1. จาก “วิศวกรไฟฟ้า” สู่ “วิศวกรสังคม” ด้วยพลังแห่งสันติวิธี

      พื้นฐานชีวิตของ รศ.ดร.โคทม เริ่มต้นจากเส้นทางวิชาการสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากประเทศฝรั่งเศส และเคยดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

      จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงที่ศึกษาต่อต่างประเทศ เมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศประชาธิปไตยและการต่อสู้ทางความคิด ท่ามกลางกระแสการเมืองไทยในยุคเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและการกดขี่ การได้อ่านวรรณกรรมชิ้นสำคัญอย่าง Les Justes (ผู้เที่ยงธรรม) ของ อัลแบรต์ กามูส์ หล่อหลอมให้ท่านตั้งคำถามต่อการใช้ความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตมนุษย์ ก่อนจะเลือกเดินบนเส้นทาง “สันติวิธี” อย่างแน่วแน่ โดยถือคติว่า การเปลี่ยนแปลงสังคมที่ยั่งยืนไม่อาจสร้างขึ้นได้บนคราบเลือดและการพรากชีวิตผู้อื่น

2. บทบาทสำคัญในการเมืองภาคประชาสังคมและธรรมาภิบาล

     เส้นทางของ รศ.ดร.โคทม มิได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนหรือรั้วมหาวิทยาลัย แต่ท่านกระโจนลงสู่สนามจริงเพื่อพยุงประชาธิปไตยไทยในยามวิกฤตผ่านบทบาทหลากหลาย:

  • กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดแรก (พ.ศ. 2540–2544): ทำหน้าที่บุกเบิกวางรากฐานการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมและโปร่งใส
  • ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล (และปัจจุบันในฐานะที่ปรึกษา): เป็นศูนย์กลางในการอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในหลากหลายมิติ
  • การคลี่คลายวิกฤตการเมืองระดับชาติ: อาทิ เหตุการณ์ความรุนแรงปี 2553 ที่ท่านได้ร่วมรณรงค์ผลักดันพื้นที่วัดปทุมวนารามให้เป็น “เขตอภัยทาน” เพื่อปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์

3. เสียงสะท้อนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้: “ความไว้วางใจที่เปราะบาง”

      ความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่ รศ.ดร.โคทม ให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

      ท่านมักเน้นย้ำเสมอว่า หัวใจหลักของการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ไม่ใช่เพียงแค่มาตรการความมั่นคงทางทหาร แต่คือการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” และ “ความไว้วางใจ” (Trust) ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างยากและเปราะบางอย่างยิ่ง

       ในวัยที่ล่วงเลยสู่วัยชรา รศ.ดร.โคทม ยังคงเดินหน้าเป็นสะพานเชื่อมความคิด พูดคุยกับภาคประชาสังคม เยาวชนในพื้นที่ และกลุ่มผู้มีความเห็นต่างอย่างไม่ถือตัว ท่านมักชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ “สันติวัฒนธรรม” (Culture of Peace) ที่ประกอบด้วยการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การรับฟังเสียงของ “คนชายขอบ” และการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนาว่าเป็นพลังเชิงบวก ไม่ใช่ภัยคุกคาม

4. คุณค่าและมรดกทางความคิดในวัยอาวุโส

      แม้ว่าสังขารจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา แต่จิตวิญญาณความเป็น “ครูผู้สร้างสันติภาพ” ของ รศ.ดร.โคทม อารียา ยังคงส่องทางให้คนรุ่นหลังเห็นว่า การต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความยุติธรรมนั้นไม่จำเป็นต้องใช้กำลังหรือความเกลียดชังเสมอไป

      เรื่องราวชีวิตและการทำงานของท่านสะท้อนให้เห็นว่า “สันติวิธีไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือความกล้าหาญขั้นสูงสุดในการอดทนอดกลั้นเพื่อรักษาชีวิตและศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์”

       ในยามที่ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายและความขัดแย้งระลอกใหม่ ๆ เสียงสะท้อน บทเรียน และรอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยความเมตตาของ รศ.ดร.โคทม อารียา จึงยังคงเป็นเข็มทิศทางศีลธรรมอันทรงคุณค่า ที่คอยเตือนสติสังคมไทยให้ก้าวเดินต่อไปบนวิถีแห่งสันติภาพและความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

ข้อคิดช่วงท้ายการเสวนา:

ในช่วงท้ายของการแลกเปลี่ยน ท่านได้ฝากข้อคิดสำคัญว่า การสร้างสันติภาพนั้นต้องเริ่มด้วยตัวเราและกลุ่มของเรา ซึ่งถือเป็นปัจจัยและกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจต่อคู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่สังคมต้องเผชิญหน้ากับปัญหาการโจมตีด้วย Hate Speech และข่าวปลอม (Fake News) ที่บั่นทอนความเข้าใจอันดีระหว่างกัน

 232 total views,  232 views today