สิงหาคม 19, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

แก้ผังเมืองจะนะ เอื้อประชาชนหรือนายทุน?

แชร์เลย

แก้ผังเมืองจะนะ เอื้อประชาชนหรือนายทุน?

ชัดเจน

แก้ผังเมืองจะนะ เอื้อทุน TPI ไม่ใช่ประชาชน

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ

       สถานการณ์การพัฒนาพื้นที่ในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงและอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง เมื่อกระแสการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตกลับมาเดินหน้าอย่างเต็มตัว หลัง ครม. มีมติเห็นชอบผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ท่ามกลางคำถามตัวโต ๆ จากภาคประชาชนว่า การแก้ไขผังเมืองเฉพาะส่วนในครั้งนี้ แท้จริงแล้วทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนท้องถิ่น หรือเป็นการ “ปลดล็อก” ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่กันแน่?

ทีพีไอแจงยิบ: เดินหน้าเมกะโปรเจกต์ 6 ด้านผ่าน “ผังเมืองเฉพาะ”

      จากข้อมูลและข้อเรียกร้องของภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) (TPIPL) และ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (TPIPP) ที่ร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ระบุว่าโครงการพัฒนาเมืองต้นแบบที่ 4 อ.จะนะ จ.สงขลา ยังคงมีความจำเป็นต้องเดินหน้าต่อเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของสงขลา โดยมี 6 กิจกรรมหลักในการลงทุน ได้แก่:

  • โครงการท่าเรือน้ำลึก
  • โครงการอุตสาหกรรม (สวนอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต)
  • โครงการอุตสาหกรรมเกษตร
  • โครงการโรงไฟฟ้า (รวมพลังความร้อนร่วมใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว 1,700 เมกะวัตต์, ชีวมวลขยะอุตสาหกรรม 200 เมกะวัตต์, แสงอาทิตย์ 1,000 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 800 เมกะวัตต์)
  • โครงการศูนย์กระจายสินค้า และขนส่งสินค้า
  • โครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City)

อธิบาย: ข้อเสนอการแก้ผังเมืองเพื่อรองรับทุนใหญ่ (มาตรา 35)

      เนื่องจากแผนแม่บทเดิมและกฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา กำหนดให้พื้นที่ตำบลจะโหนง ตำบลนาทับ ตำบลสะกอม และตำบลตลิ่งชัน เป็น พื้นที่สีเขียว (เขตชนบทและเกษตรกรรม) และพื้นที่สีฟ้า ซึ่งไม่อนุญาตให้ดำเนินกิจการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทางภาครัฐและเอกชนจึงผลักดันการใช้ มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 เพื่อแก้ไขผังเมืองเฉพาะส่วน โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนสีผังเมืองที่ชัดเจนดังนี้:

  • พื้นที่สีเขียว และสีเขียวคาดขาว: เปลี่ยนเป็น พื้นที่สีม่วง สำหรับกิจการนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม อาคารขนาดใหญ่ และท่าเรือนำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวพร้อมถังเก็บก๊าซ
  • พื้นที่สีเขียวบริเวณตำบลนาทับ: เปลี่ยนเป็น พื้นที่สีแดง สำหรับโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
  • พื้นที่สีฟ้า: เปลี่ยนเป็น พื้นที่สีม่วง เพื่อใช้ก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกและสิ่งล่วงล้ำทางน้ำ

กฎหมายและข้ออ้างของรัฐ: เร่งรัดเพื่อไม่ให้โครงการสะดุด

      ฝ่ายสนับสนุนและหน่วยงานรัฐระบุว่า หากต้องรอการแก้ไขผังเมืองรวมฉบับปกติจะต้องใช้เวลานานอีกกว่า 5 ปี ซึ่งจะทำให้การลงทุนสะดุดและเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องอาศัยกลไกตาม พ.ร.บ. ศอ.บต. (มาตรา 10) ร่วมกับ พ.ร.บ.ผังเมือง (มาตรา 35) ในการเร่งรัดออกประกาศแก้ไขข้อกำหนดท้ายผังเมืองทันทีหลังผลการศึกษา SEA ผ่านความเห็นชอบ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มทุนสามารถขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน ท่าเรือ และโรงไฟฟ้าได้ทันที

เสียงสะท้อนจากภาคประชาชน “เอื้อทุน TPI หรือดูแลชีวิตคนจะนะ?”

ในมุมมองของ เครือข่ายประชาชนจะนะรักษ์ถิ่น และภาคประชาสังคม มองปรากฏการณ์นี้ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง โดยชี้ว่า:

  • การเร่งรัดข้ามขั้นตอนชุมชน: การใช้ช่องทางกฎหมายเฉพาะส่วนเพื่อเปลี่ยนสีผังเมืองจาก “สีเขียว/สีฟ้า” (อนุรักษ์และเกษตรกรรม) ให้กลายเป็น “สีม่วง/สีแดง” (อุตสาหกรรมหนัก) เป็นการตอบสนองความต้องการของกลุ่มทุน TPI โดยตรง มากกว่าการฟังเสียงสะท้อนของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านและเกษตรdกรรมดั้งเดิม
  • ความคุ้มค่าและความยั่งยืน: แม้รัฐจะอ้างเรื่องการสร้างงานและแก้ปัญหาความไม่สงบ แต่การสร้างนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และท่าเรือน้ำลึกในพื้นที่เปราะบางทางนิเวศ อาจทำลายฐานทรัพยากรธรรมชาติที่เป็น “ความมั่นคงทางอาหาร” ที่แท้จริงของคนในพื้นที่

สรุป

     การขับเคลื่อนแก้ไขผังเมืองจะนะในครั้งนี้ จึงกลายเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า รัฐบาลจะเลือกยืนอยู่ข้าง “ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ (TPI)” หรือ “สิทธิและวิถีชีวิตของประชาชนเจ้าของพื้นที่” ซึ่งทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมกันจับตาและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป

 434 total views,  434 views today