กรกฎาคม 23, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ผ่าทางตันชายแดนใต้: จากรอยร้าวที่ด่านระแงะ สู่ทางออกด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการสันติภาพ/สันติสุขเชิงรุก

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ (Introduction)

        เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงสร้างความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจากเหตุกราดยิงและขว้างไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะสามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานและประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งองค์ภาคประชาสังคมหลากหลายองค์กร รวมทั้งสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ออกมาแสดงความเสียใจและประณาม (อ้างอิงจาก

https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/56125)

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมผ่านเสียงสะท้อนที่ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของรัฐ เช่น

“ตลอด 20 กว่าปี ด่านและงบมากมายทำหน้าที่อย่างไร นอกจากกีดขวาง อุบัติเหตุ และสร้างภาพลักษณ์ไม่สงบ…? #ด่านรั่ว #รอดได้ไง”

       ซึ่งผู้เขียนขอเจาะลึกในสองประเด็นสำคัญ ได้แก่ ข้อกังขาทางยุทธวิธีกรณีรถคนร้ายหลบหนีลอยนวลผ่านด่านตรวจ พร้อมข้อเสนอแนะในการยกระดับด่านตรวจสู่ยุคดิจิทัล และการขับเคลื่อนกระบวนการสันติสุขเชิงรุกที่โปร่งใส

1. ปมด่านระแงะ: เมื่อช่องโหว่ทางยุทธวิธีสะท้อนความล้มเหลวเชิงระบบ ซึ่งมิใช่ครั้งแรกในด่านอื่น ๆ เมื่อมีเหตุร้าย โดยคดีลอบสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ตามที่เป็นข่าวดัง

      เหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายสามารถก่อเหตุโจมตีแล้วขับรถหลบหนีเป็นระยะทางไกลกว่า 20 กิโลเมตร ผ่านด่านตรวจความมั่นคงไปได้จนกระทั่งสามารถเผารถเพื่อทำลายหลักฐาน เป็นเครื่องสะท้อนปัญหาใหญ่ของยุทธศาสตร์การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

     แม้ในมิตินิติวิทยาศาสตร์ ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องหลักฐานหรือภาพถ่ายจะสามารถตรวจสอบได้ (เช่น กรณีภาพถ่ายที่ผ่านการปรับแต่งด้วย AI จนเกิดความผิดเพี้ยนบางจุด แต่เหตุการณ์เป็นเรื่องจริง) แต่สิ่งที่เป็นคำถามใหญ่ของสังคมคือ ประสิทธิภาพของ “ด่านความมั่นคง” แบบเดิม ที่มักสร้างความล่าช้าและสร้างภาระให้ประชาชน แต่กลับปล่อยให้ยานพาหนะของคนร้ายเล็ดลอดผ่านไปได้ง่ายดาย สะท้อนถึงปัญหาการบูรณาการข้อมูลและการตอบสนองทางยุทธวิธีที่ยังขาดความแม่นยำ

2. ทางออกเชิงโครงสร้าง: เปลี่ยนผ่าน “ด่านกายภาพ” สู่ยุคเทคโนโลยี AI

จากเสียงสะท้อนและปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องทบทวนและยกระดับด่านความมั่นคงแบบดั้งเดิม ให้ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ดังนี้

  • ปัญหาด่านรูปแบบเดิม: ด่านกายภาพมักสร้างความล่าช้า การจราจรติดขัด สร้างภาระต่อวิถีชีวิตและการท่องเที่ยวของประชาชน รวมถึงเคยมีข้อครหาเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การบังคับถ่ายภาพบัตรประชาชนคู่กับใบหน้า
  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และ Blockchain: ภาครัฐควรนำ AI Predictive Analysis เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมหรือป้ายทะเบียนรถต้องสงสัย แทนการใช้การสุ่มตรวจแบบเดิม ควบคู่กับการใช้กล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อเทคโนโลยี Blockchain เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ป้องกันการทุจริต และตรวจสอบได้
  • ลดจุดอ่อนและความเสี่ยง: การใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างแม่นยำขึ้น ปิดช่องโหว่การลักลอบขนอาวุธสงคราม และลดผลกระทบเชิงลบต่อวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่

3. ขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ/สันติสุขเชิงรุก: ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม

     นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีแล้ว ในมิติทางการเมืองและความมั่นคง การตอบโต้ด้วยอารมณ์หรือมาตรการที่รุนแรงอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ยั่งยืน รัฐต้องยึดมั่นแนวทางการพูดคุยทางการเมือง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยอาศัยกลไกที่มีอยู่ (เช่น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทุกภาคส่วน

สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion & Recommendations)

     โศกนาฏกรรมที่อำเภอระแงะเป็นบทเรียนราคาแพงที่ชี้ให้เห็นว่า ระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน การปรับปรุงประสิทธิภาพของด่านตรวจด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

  • ยกระดับด่านตรวจอัจฉริยะ (Smart Checkpoints): นำระบบ AI และกล้องวงจรปิดอัจฉริยะมาใช้คัดกรองยานพาหนะ เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นภัยความมั่นคงแบบเรียลไทม์
  • บูรณาการมาตรการความมั่นคงกับการเมือง: ดำเนินคดีอย่างโปร่งใสเด็ดขาด ควบคู่กับการเปิดพื้นที่เจรจาพูดคุยสันติสุข และสร้างสภาพแวดล้อมให้พื้นที่สาธารณะ รวมถึงสถานศึกษา เป็น “พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)” อย่างแท้จริง เพื่อคืนความสงบสุขและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 2,236 total views,  2,236 views today

You may have missed