อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
บทนำ

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดงาน “Mega Halal Bangkok 2026” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการประกาศจุดยืนของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฮาลาลของอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ภาครัฐมองเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล กลับปรากฏกระแสคัดค้านจากภาคประชาชน นำโดยองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของประเด็นฮาลาลที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอาหาร แต่ยังเกี่ยวข้องกับมิติทางวัฒนธรรมและความเชื่อของคนในชาติ
สถานการณ์
รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็น “หุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกที่ได้รับความเชื่อถือ” โดยชู “เศรษฐกิจฮาลาล” เป็นเสาหลักสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันมาตรฐานฮาลาลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิม แต่เป็นมาตรฐานสากลที่การันตีถึงคุณภาพ ความสะอาด และความโปร่งใสในห่วงโซ่การผลิต ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทยในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี
ในทางตรงกันข้าม ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนนำโดย องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.) ได้ออกเคลื่อนไหวเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และก่อนหน้านี้ ทั้งรัฐบาล รัฐสภา และอื่นๆโดยอ้างเหตุผลเรื่องการปกป้องสถาบันหลักของชาติและผลประโยชน์ของประชาชน โดยมองว่านโยบายเศรษฐกิจฮาลาลบางประการอาจไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและความเชื่อทางศาสนาส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและผลกระทบในระยะยาวต่อความมั่นคงทางวัฒนธรรม
ทำไมและอย่างไร?
- ทำไมต้องเป็นฮาลาล? ในมุมมองของภาครัฐและภาคธุรกิจ ฮาลาลคือ “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การยกระดับมาตรฐานฮาลาลจะช่วยดึงดูดนักลงทุน เปิดช่องทางส่งออกไปยังประเทศมุสลิม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตอาหารที่ได้มาตรฐานระดับสากล
- ทำไมถึงเกิดการคัดค้าน? ในมุมมองของกลุ่ม อปพส. ประเด็นนี้ไม่ได้มองแค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของอัตลักษณ์และความเชื่อ การตีตราสินค้าหรือการกำหนดมาตรฐานในเชิงศาสนาเข้ามาในโครงสร้างทางเศรษฐกิจในวงกว้าง อาจทำให้เกิดความกังวลว่าเป็นการแทรกแซงหรือสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงความเกรงกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมไทยที่เน้นรากฐานจากศาสนาพุทธ
ความท้าทาย
ความท้าทายสำคัญที่สุดคือ “การหาจุดสมดุล” ระหว่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกับการรักษาความละเอียดอ่อนทางสังคมและวัฒนธรรม
ประเทศไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความหลากหลายทางศาสนา การสื่อสารนโยบายที่ไม่ครอบคลุมหรือสร้างความเข้าใจที่ผิดพลาด อาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคมได้ รัฐบาลจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจฮาลาลคือผลประโยชน์ของ “ทุกคน” ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ทางออก
การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่รอบด้าน
- การสื่อสารเชิงรุก: รัฐบาลต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “ฮาลาล” ในบริบทของไทยคือ “มาตรฐานคุณภาพ” ที่มีวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งยกระดับความปลอดภัยทางอาหารให้กับผู้บริโภคทุกศาสนา
- การมีส่วนร่วม (Inclusive Process): การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อทำความเข้าใจถึงความกังวลและหาแนวทางที่ไม่กระทบต่อวิถีปฏิบัติของผู้อื่น
- การแยกส่วนอย่างชัดเจน: การดำเนินการด้านธุรกิจต้องเป็นไปตามกลไกตลาดและคุณภาพมาตรฐานที่เป็นกลาง โดยเน้นย้ำว่าเป็นนโยบายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มิใช่การเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางศาสนา
- ความโปร่งใส: การบริหารจัดการการรับรองฮาลาลต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม เพื่อลบภาพความสงสัยว่ามีการเอื้อประโยชน์หรือทุจริตในระบบ
บทสรุป
บทสรุปของเรื่องนี้จึงไม่ใช่การเลือกว่าจะ “ทำ” หรือ “ไม่ทำ” แต่คือการหาทางออกที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของความเข้าใจและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้โดยที่ความสามัคคีในชาติยังคงอยู่
6,517 total views, 4 views today

More Stories
ศอ.บต. ขอเชิญชวนเขียนแผนปฏิบัติการ 5 ปี ตามมาตรา 9: ปัญหา และทางออก จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ
เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น บุกขอเอกสารผังเมืองสงขลา หวั่นเอื้อทุนใหญ่ดันอุตสาหกรรม-ศูนย์ข้อมูล ซ้ำเติมวิกฤตสิ่งแวดล้อม
แววตาที่รอคอย ความจริงที่หล่นหาย — เมื่อ “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ต้องทวงถามสัญญากว่า 40 ปี กลางห้องประชุม ม.อ.ปัตตานี