อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

หลังจากที่ “เครือข่ายสามพี่น้อง” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 3 เสาหลักทางการศึกษาอิสลามในพื้นที่ ได้แก่ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้, มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา (ตาดีกา) จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ สมาคมสถาบันปอเนาะจังหวัดชายแดนใต้ ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง “สภาการศึกษาชายแดนใต้” เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการนั้น (อ่านรายละเอียดใน https://spmcnews.com/?p=58110)
ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกลไกขับเคลื่อนการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และการพัฒนามนุษย์อย่างสมดุล โดยเน้นย้ำไปที่การกระจายอำนาจการบริหารจัดการ และการสร้างระบบแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้รับปากผ่านสื่อ พร้อมขานรับแนวคิดการตั้ง “บอร์ดหรือสภาพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน
ศอ.บต. ขยับรับลูก: บูรณาการทุกฝ่ายสู่การปฏิบัติจริง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ความคืบหน้าของข้อเสนอนี้ได้ถูกนำเข้าสู่โต๊ะประชุมระดับปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม โดย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการเดินหน้า “ผนึกกำลังทุกฝ่าย” เพื่อตอบรับเสียงสะท้อนจากพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลักคือ:
- สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อระบบการศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ซึ่งเป็นรากแก้วทางวัฒนธรรมของชุมชน
- ลดความหวาดระแวง ระหว่างหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษาในพื้นที่
- ขจัดภาพลักษณ์เชิงลบ ที่เคยมองสถาบันเหล่านี้ในแง่ความมั่นคง ให้กลับมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างแท้จริง
ถอดรหัสกลไกขับเคลื่อนในอนาคต
ศอ.บต. ได้เสนอแนวทางผ่าน คณะกรรมการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาการศึกษาระดับพื้นที่ เพื่อเป็นเวทีกลางในการบูรณาการ และเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายบริหาร (ศอ.บต., จังหวัด, สช., ศึกษาธิการส่วนหน้า) และฝ่ายความมั่นคง (ตำรวจภูธรภาค 9, กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เพื่อผลักดันให้เกิดบรรยากาศแห่งความเชื่อมั่น

ความท้าทาย: บูรณาการอย่างไรไม่ให้สูญเสียอัตลักษณ์?
แม้ภาพการร่วมมือกันระหว่าง ศอ.บต. และหน่วยงานต่างๆ จะเป็นสัญญาณที่ดีในการ “ร่วมกันพัฒนา” และ “ปกป้อง” สถาบันการศึกษาจากการถูกมองในแง่ลบ แต่สิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักร่วมกันคือ “การรักษาสมดุล” ระหว่างการจัดระเบียบของรัฐกับการรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมของสถาบันปอเนาะและตาดีกา
การดึงฝ่ายความมั่นคงเข้ามามีส่วนร่วมในคณะทำงาน เป็นอาจดาบสองคมที่ต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เป้าหมายต้องไม่ใช่การควบคุมหรือสอดส่อง แต่ต้องเป็นการสนับสนุนและสร้าง “เกราะป้องกัน” เพื่อให้สถาบันการศึกษาเหล่านี้สามารถทำหน้าที่บ่มเพาะเยาวชนได้อย่างสบายใจ ปราศจากความหวาดระแวง
บทสรุป
การขยับตัวจากข้อเสนอ “สามพี่น้อง” ในวันนั้น สู่การจับมือร่วมกันของ ศอ.บต. และภาคส่วนต่างๆ ในวันนี้ คือก้าวแรกที่เปี่ยมด้วยความหวัง หาก “บอร์ดพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้” หรือ “สภาการศึกษาชายแดนใต้” สามารถเกิดขึ้นและทำงานได้จริงโดยยึดวิถีวัฒนธรรมของคนในพื้นที่เป็นตัวตั้ง การศึกษาจะไม่เป็นเพียงแค่เรื่องของตำราเรียน แต่จะเป็น “สะพานเชื่อมสันติภาพ” ที่ลดความหวาดระแวง และคืนความภาคภูมิใจให้แก่พี่น้องประชาชนในชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน
15,563 total views, 2 views today

More Stories
สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ประณามเหตุรุนแรงระแงะ จี้คุ้มครองสถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย
Southern Private Schools Confederation Association (SPS) Partners with Universiti Utara Malaysia (UUM), Ranked 11th in ASEAN, to Elevate Islamic Private Education to International Standards
โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ จะนะ ร่วมกับ ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา จัดโครงการซ้อมแผนเผชิญเหตุ ประจำปี 2569 สร้างภูมิคุ้มกันความปลอดภัยในสถานศึกษา