อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

จากที่วันพฤหัสบดี 14 พฤษาภาคม 2569 นี้ ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปัตตานี ตั้งแต่เวลา:19.00น. เป็นต้นไป Ustaz Azhar Idrus จากประเทศมาเลเซีย จะมาบรรยายธรรม คู่กับ Ustaz Abdulsomad จากประเทศอินโดนีเซีย ท่ามกลางเรื่องดราม่า มากมายด้านความมั่นคง อย่างไรก็แล้วแต่ คาดว่า ปีนี้ น่าจะมีคนมาร่วมฟัง อย่างแน่นขนัด มากกว่า ปี 62 Insyaalah ทำไมอย่างไร ลองย้อน
ย้อนอดีต ปี 62 ผ่านบทความ
“ชายแดนใต้ : ปรากฏการณ์ฝูงชนนับหมื่นแม้ค่ำคืน (ถึงดึก) สะท้อนนัยยะอะไรบ้าง”
ชาวมุสลิมจังหวัดชายแดนใต้นับหมื่นคน (บางรายงานบอกว่าถึงแสน) ร่วมรับฟังบรรยายธรรมต้อนรับรอมฎอนโดยอุสตาซอัซฮัร อิดรุส นักบรรยายธรรมศาสนาอิสลามชื่อดังโลกมลายูอาเซียนจากมาเลเซีย เต็มสนามฟุตบอล 2 แห่ง (นราธิวาสและปัตตานี) สองคืนติดๆ 27-28 เมษายน 2562
สะท้อนนัยยะมากมายหลังเหตุการณ์ไฟใต้ 15 ปี
1.วัฒนธรรมฟังบรรยายธรรม
การเชิญคนทำความดี ละเว้นความชั่ว เป็นคำสั่งในศาสนาอิสลาม เปรียบเสมือนหัวใจของศาสนาอิสลามในการทำให้คนมุสลิมสะท้อนและยังคงอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรม จนบางคนใช้คำว่าสังคมอนุรักษนิยม ที่ยากแนวคิดภายนอกจะไปแปลเปลี่ยนสังคมโดยเฉพาะวิถีวัฒนธรรมตะวันตกหรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมส่วนกลางจากกรุงเทพมหานครหรือวิถีวัฒนธรรมสยามหรือไทยที่ยึดโยงกับบูรณาการกันอย่างลงตัวในศาสนาพุทธ พรามณ์ ฮินดู
การเชิญคนทำความดี ละเว้นความชั่ว มีหลากหลายวิธีการในสังคมมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้
เช่น การแสดงธรรมเทศนาทุกวันศุกร์ในทุกมัสยิดในชุมชนไม่ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่รุนแรงเพียงแต่เนื้อหาปรับตามยุค ตามสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นพลังหลักของคนเห็นต่างจากรัฐและรัฐในการช่วงชิงมวลชนคนชายแดนใต้ หรือการลงคะแนนเลือกตั้งหลังสุดการใช้เวทีนี้ของทุกพรรคโดยเฉพาะพรรคประชาชาติที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนรวมมากที่สุด
นอกจากธรรมเทศนาวันศุกร์ยังมีธรรมเทศนา ตามเทศกาล งานบุญต่างๆ เพื่อระดมทุนสร้างสาธารณกุศลโดยเฉพาะศาสนสถานและสถาบันการศึกษา
การสอนศาสนาในทุกมัสยิดประจำวัน ประจำสัปดาห์ แต่ที่มีผู้คนมากที่สุด คือ มัสยิดกลาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยบาบออิสมาอีล สะปันยัง และอิสมาอีลุตฟี จะปะกียา อธิการบดี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ซึ่งการสอนนี้ใช้เวลากลางวันเป็นหลักซึ่งในอดีต ก่อนความรุนแรงชายแดนใต้ (15 ปี) การสอนศาสนาแบบนี้มีทั้งกลางวันและกลางคืน
สำหรับการฟังการบรรยายธรรม จากวิทยากร ผู้นำศาสนามีทั้งในพื้นที่และจากส่วนกลาง (เช่น ชัยค์ริฎอ จาก whitechannel.tv) มาตลอดแต่ผู้คนไม่มากเรือนหมื่นเรือนแสนเหมือนครั้งนี้ท่ามกลางกฎหมายพิเศษ 3-4 ฉบับ อันแสดงถึงวิถีวัฒนธรรมคนพื้นที่แม้มีเหตุการณ์รุนแรงไม่ปกติที่ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้านในเวลากลางคืน
แต่ถ้าเรื่องนี้มันสามารถแหวกม่านความกลัวได้
2.อิทธิพลผู้นำศาสนา
ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นผู้นำศาสนายังคงเป็นชนชั้นนำในการนำสังคม หากดูโครงสร้างการขับเคลื่อนชุมชน ไม่ว่าด้านสังคม ศาสนา การศึกษาและวัฒนธรรมพบว่ายังมีโครงสร้างการบังคับบัญชาชุมชนที่เป็นทางการควบคู่กับรัฐผ่าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานราชการอื่นๆ
คือผู้นำศาสนาระดับมัสยิดทุกชุมชน เรียกว่าอิหม่าม โดยอิหม่ามเหล่านี้จะเลือกตัวแทนเขา 30 คน เป็นคณะกรรมการอิสลาม คณะกรรมการอิสลามก็จะเลือกประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดโดยทุกจังหวัดก็ส่งตัวแทนเป็นคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางชุมชนมุสลิมหรือแม้กระทั่งหน่วยงานราชการระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคต้องฟังส่วนในพื้นที่ชายแดนใต้ หน่วยความมั่นคงก็จะตั้งบุคคลเหล่านี้เป็นคณะกรรมการต่างๆ ในชุมชนจนถึงระดับจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผู้นำศาสนาอิสลามระดับแกนนำ จำนวนมากเป็นเจ้าของปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งจะมีบุคลากรไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน และนักเรียนไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ตั้งแต่อายุ 3 ปีถึง 20 ปี ทำให้มีอิทธิพลมากๆ ในการกำหนดทิศทางสังคมแม้แต่ผลการเลือกตั้งที่พรรคประชาชาติชนะการเลือกตั้งได้คะแนนมากที่สุด
(จึงไม่แปลกในเวทีบรรยายธรรมครั้งนี้ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา และแกนนำพรรค รวมทั้งว่าที่ ส.ส.ในพื้นที่ปรากฏตัวหน้าเวที)
ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของเหตุการณ์ล่าสุดการกดดันของเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในนามสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ทำหนังสือพร้อมแถลงการณ์ให้ยกเลิกคำสั่งตรวจสอบทุจริตในสถานศึกษาที่เรียกว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
และในที่สุดแม่ทัพภาคที่สี่ต้องยอมถอยยกเลิกคำสั่งดังกล่าว พร้อมตั้งนายกสมาคมโรงเรียนเอกชนดังกล่าวเป็นกรรมการตรวจการละเมิดสิทธิมนุษยชนชายแดนใต้ รวมทั้งอีกหลายกรรมการ หลายที่ปรึกษาของหน่วยความมั่นคงโดยเฉพาะกรรมการคณะพูดคุยระดับพื้นที่
3.บทบาทผู้นำศาสนาต่อการแก้ปัญหาชายแดนใต้
ทำไม? ปรากฏการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สังเวยชีวิตคนไทยไปแล้วไม่ต่ำกว่า 8,000 คน และยังไม่มีวี่แววความรุนแรงจะลดลง ตรงกันข้าม (ความรู้สึกมวลชน) เหตุการณ์รุนแรงที่ได้ปรากฏให้เป็นที่ประจักษ์มาตลอด เป็นสิ่งยืนยันบ่งบอกให้เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากว่า วิกฤตการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงยืดเยื้อและความรุนแรงขึ้นลงอย่างนี้อีก
เมื่อผู้นำศาสนามีอิทธิพลต่อสังคม ดังนั้น ปัจจุบัน รัฐควรมีวิทยปัญญานำผู้นำศาสนามาร่วมแก้ปัญหา ผ่านการพูดคุย ก่อนจะปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ภายใต้รัฐบาลยุค คสช. ความมั่นใจในอำนาจของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ยิ่งสร้างความร้าวฉานกับผู้นำศาสนา ที่นับวันค่อยรุนแรง
การเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้มากขึ้น หลังการเลือกตั้ง ต้องทำมากกว่านี้ ปรากฏการณ์ไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามแบบที่ทำกับธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องไม่เกิดขึ้นที่ชายแดนใต้ ในทางกลับกันด้วยนโยบายการจัดการปัญหายาเสพติดของแม่ทัพภาคที่ 4 และนโยบายการพูดคุยของท่านอุดมชัยที่จะทำกับชาวบ้านมากขึ้นยิ่งต้องใช้โซ่ข้อกลางจากผู้นำศาสนา
หมายเหตุอ่านบทความทั้งหมดใน https://www.matichon.co.th/weekly/special/article_191619

337 total views, 337 views today

More Stories
อย่าแชร์! ตรวจสอบแล้ว “ข่าวปลอม” บิดเบือนกล่าวหาอุสตาซดังสนับสนุน BRN อีกทั้งขอเชิญประชาชนทุกคนร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นการตอบโต้ Fake News
เปิดใจชายแดนใต้: เมื่อคลื่นนักวิชาการมลายูซัดฝั่ง สะท้านหรือสมาน? ชายสองคนกับเงาที่สังคมสร้าง
อุสตาซ อัซฮัร อิดรุส: “ครูผู้บริบาล” ที่ใช้ทางสายกลางและอารมณ์ขัน ชนะใจคนรุ่นใหม่