พฤษภาคม 9, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

“ย้อนอดีตปี 62 ที่เชิญ Ustaz Azhar Idrus มาบรรยายธรรม ที่ชายแดนใต้ มีคนนับหมื่นเต็มสนามฟุตบอล เรนโบว์ปัตตานี สร้างประวัติศาสตร์ คนฟังบรรยาธรรมศาสนาน่าจะมากที่สุดในประเทศไทย”

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     จากที่วันพฤหัสบดี 14 พฤษาภาคม 2569 นี้ ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปัตตานี ตั้งแต่เวลา:19.00น. เป็นต้นไป Ustaz Azhar Idrus จากประเทศมาเลเซีย จะมาบรรยายธรรม คู่กับ Ustaz Abdulsomad จากประเทศอินโดนีเซีย ท่ามกลางเรื่องดราม่า มากมายด้านความมั่นคง อย่างไรก็แล้วแต่ คาดว่า ปีนี้ น่าจะมีคนมาร่วมฟัง อย่างแน่นขนัด มากกว่า ปี 62 Insyaalah ทำไมอย่างไร ลองย้อน

ย้อนอดีต ปี 62 ผ่านบทความ

“ชายแดนใต้ : ปรากฏการณ์ฝูงชนนับหมื่นแม้ค่ำคืน (ถึงดึก) สะท้อนนัยยะอะไรบ้าง”

     ชาวมุสลิมจังหวัดชายแดนใต้นับหมื่นคน (บางรายงานบอกว่าถึงแสน) ร่วมรับฟังบรรยายธรรมต้อนรับรอมฎอนโดยอุสตาซอัซฮัร อิดรุส นักบรรยายธรรมศาสนาอิสลามชื่อดังโลกมลายูอาเซียนจากมาเลเซีย เต็มสนามฟุตบอล 2 แห่ง (นราธิวาสและปัตตานี) สองคืนติดๆ 27-28 เมษายน 2562

สะท้อนนัยยะมากมายหลังเหตุการณ์ไฟใต้ 15 ปี

1.วัฒนธรรมฟังบรรยายธรรม

      การเชิญคนทำความดี ละเว้นความชั่ว เป็นคำสั่งในศาสนาอิสลาม เปรียบเสมือนหัวใจของศาสนาอิสลามในการทำให้คนมุสลิมสะท้อนและยังคงอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรม จนบางคนใช้คำว่าสังคมอนุรักษนิยม ที่ยากแนวคิดภายนอกจะไปแปลเปลี่ยนสังคมโดยเฉพาะวิถีวัฒนธรรมตะวันตกหรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมส่วนกลางจากกรุงเทพมหานครหรือวิถีวัฒนธรรมสยามหรือไทยที่ยึดโยงกับบูรณาการกันอย่างลงตัวในศาสนาพุทธ พรามณ์ ฮินดู

การเชิญคนทำความดี ละเว้นความชั่ว มีหลากหลายวิธีการในสังคมมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้

     เช่น การแสดงธรรมเทศนาทุกวันศุกร์ในทุกมัสยิดในชุมชนไม่ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่รุนแรงเพียงแต่เนื้อหาปรับตามยุค ตามสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นพลังหลักของคนเห็นต่างจากรัฐและรัฐในการช่วงชิงมวลชนคนชายแดนใต้ หรือการลงคะแนนเลือกตั้งหลังสุดการใช้เวทีนี้ของทุกพรรคโดยเฉพาะพรรคประชาชาติที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนรวมมากที่สุด

     นอกจากธรรมเทศนาวันศุกร์ยังมีธรรมเทศนา ตามเทศกาล งานบุญต่างๆ เพื่อระดมทุนสร้างสาธารณกุศลโดยเฉพาะศาสนสถานและสถาบันการศึกษา

     การสอนศาสนาในทุกมัสยิดประจำวัน ประจำสัปดาห์ แต่ที่มีผู้คนมากที่สุด คือ มัสยิดกลาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยบาบออิสมาอีล สะปันยัง และอิสมาอีลุตฟี จะปะกียา อธิการบดี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ซึ่งการสอนนี้ใช้เวลากลางวันเป็นหลักซึ่งในอดีต ก่อนความรุนแรงชายแดนใต้ (15 ปี) การสอนศาสนาแบบนี้มีทั้งกลางวันและกลางคืน

      สำหรับการฟังการบรรยายธรรม จากวิทยากร ผู้นำศาสนามีทั้งในพื้นที่และจากส่วนกลาง (เช่น ชัยค์ริฎอ จาก whitechannel.tv) มาตลอดแต่ผู้คนไม่มากเรือนหมื่นเรือนแสนเหมือนครั้งนี้ท่ามกลางกฎหมายพิเศษ 3-4 ฉบับ อันแสดงถึงวิถีวัฒนธรรมคนพื้นที่แม้มีเหตุการณ์รุนแรงไม่ปกติที่ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้านในเวลากลางคืน

แต่ถ้าเรื่องนี้มันสามารถแหวกม่านความกลัวได้

2.อิทธิพลผู้นำศาสนา

      ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นผู้นำศาสนายังคงเป็นชนชั้นนำในการนำสังคม หากดูโครงสร้างการขับเคลื่อนชุมชน ไม่ว่าด้านสังคม ศาสนา การศึกษาและวัฒนธรรมพบว่ายังมีโครงสร้างการบังคับบัญชาชุมชนที่เป็นทางการควบคู่กับรัฐผ่าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานราชการอื่นๆ

       คือผู้นำศาสนาระดับมัสยิดทุกชุมชน เรียกว่าอิหม่าม โดยอิหม่ามเหล่านี้จะเลือกตัวแทนเขา 30 คน เป็นคณะกรรมการอิสลาม คณะกรรมการอิสลามก็จะเลือกประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดโดยทุกจังหวัดก็ส่งตัวแทนเป็นคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางชุมชนมุสลิมหรือแม้กระทั่งหน่วยงานราชการระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคต้องฟังส่วนในพื้นที่ชายแดนใต้ หน่วยความมั่นคงก็จะตั้งบุคคลเหล่านี้เป็นคณะกรรมการต่างๆ ในชุมชนจนถึงระดับจังหวัดชายแดนภาคใต้

     ผู้นำศาสนาอิสลามระดับแกนนำ จำนวนมากเป็นเจ้าของปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งจะมีบุคลากรไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน และนักเรียนไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ตั้งแต่อายุ 3 ปีถึง 20 ปี ทำให้มีอิทธิพลมากๆ ในการกำหนดทิศทางสังคมแม้แต่ผลการเลือกตั้งที่พรรคประชาชาติชนะการเลือกตั้งได้คะแนนมากที่สุด

(จึงไม่แปลกในเวทีบรรยายธรรมครั้งนี้ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา และแกนนำพรรค รวมทั้งว่าที่ ส.ส.ในพื้นที่ปรากฏตัวหน้าเวที)

      ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของเหตุการณ์ล่าสุดการกดดันของเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในนามสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ทำหนังสือพร้อมแถลงการณ์ให้ยกเลิกคำสั่งตรวจสอบทุจริตในสถานศึกษาที่เรียกว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม

     และในที่สุดแม่ทัพภาคที่สี่ต้องยอมถอยยกเลิกคำสั่งดังกล่าว พร้อมตั้งนายกสมาคมโรงเรียนเอกชนดังกล่าวเป็นกรรมการตรวจการละเมิดสิทธิมนุษยชนชายแดนใต้ รวมทั้งอีกหลายกรรมการ หลายที่ปรึกษาของหน่วยความมั่นคงโดยเฉพาะกรรมการคณะพูดคุยระดับพื้นที่

(โปรดดู https://www.publicpostonline.net/25651?fbclid=IwAR3rD1VEdOPj5ganNnT8cRK6h-To2JHjewZYDcAnXIgakc9mqsPdngGodGg)

3.บทบาทผู้นำศาสนาต่อการแก้ปัญหาชายแดนใต้

       ทำไม? ปรากฏการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สังเวยชีวิตคนไทยไปแล้วไม่ต่ำกว่า 8,000 คน และยังไม่มีวี่แววความรุนแรงจะลดลง ตรงกันข้าม (ความรู้สึกมวลชน) เหตุการณ์รุนแรงที่ได้ปรากฏให้เป็นที่ประจักษ์มาตลอด เป็นสิ่งยืนยันบ่งบอกให้เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากว่า วิกฤตการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงยืดเยื้อและความรุนแรงขึ้นลงอย่างนี้อีก

      เมื่อผู้นำศาสนามีอิทธิพลต่อสังคม ดังนั้น ปัจจุบัน รัฐควรมีวิทยปัญญานำผู้นำศาสนามาร่วมแก้ปัญหา ผ่านการพูดคุย ก่อนจะปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ภายใต้รัฐบาลยุค คสช. ความมั่นใจในอำนาจของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ยิ่งสร้างความร้าวฉานกับผู้นำศาสนา ที่นับวันค่อยรุนแรง

     การเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้มากขึ้น หลังการเลือกตั้ง ต้องทำมากกว่านี้ ปรากฏการณ์ไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามแบบที่ทำกับธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องไม่เกิดขึ้นที่ชายแดนใต้ ในทางกลับกันด้วยนโยบายการจัดการปัญหายาเสพติดของแม่ทัพภาคที่ 4 และนโยบายการพูดคุยของท่านอุดมชัยที่จะทำกับชาวบ้านมากขึ้นยิ่งต้องใช้โซ่ข้อกลางจากผู้นำศาสนา

หมายเหตุอ่านบทความทั้งหมดใน https://www.matichon.co.th/weekly/special/article_191619

 337 total views,  337 views today

You may have missed