โดย: อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: อัตลักษณ์นำการเมืองและหมุดหมายใหม่แห่งสันติภาพ
ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ กิจกรรม “Melayu Raya 2026” ณ หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกทางวัฒนธรรมผ่านชุดกายมลายูที่งดงามเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ “กระบวนทัศน์ใหม่” ในการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การรวมตัวของมวลชนภายใต้แนวคิด “มลายูคุณภาพ ศักดิ์ศรีที่ถูกยกย่อง ชายแดนใต้หรือคนพื้นที่เรียกตัวเองว่าปาตานีเป็นที่เคารพ” โดยเฉพาะหน่วยความมั่นคง ซึ่งต่างจากอดีต สะท้อนให้เห็นว่าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไม่ใช่ปัจจัยแห่งความขัดแย้ง แต่คือ “สะพาน” ที่เชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
การวิเคราะห์: จากการเผชิญหน้าสู่การบูรณาการที่สร้างสรรค์
ความสำเร็จของ Melayu Raya ในปี 2569 นี้ มีประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณาในฐานะตัวแบบของการปรับกระบวนการสันติภาพ ดังนี้:
• การเปลี่ยนบทบาทของรัฐจาก “ผู้ควบคุม” เป็น “ผู้สนับสนุน”
การที่หน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ CAP และผู้นำท้องถิ่นเพื่อวางมาตรการอำนวยความสะดวก ถือเป็นการก้าวข้ามเส้นแบ่งความระแวงในอดีต รัฐได้แสดงเจตนารมณ์ในการเป็น “ฟันเฟือง” ที่ช่วยขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ให้ประชาชนได้แสดงออกอย่างเสรีภายใต้กรอบของกฎหมาย
• การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ผ่าน “พื้นที่กลาง”
ทัศนะจากภาคการเมืองอย่าง คุณกัณวีร์ สืบแสง ที่ชื่นชมการตั้งบูทของกรมทหารพรานที่ 44 เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า รัฐเริ่มเข้าใจการใช้ Soft Power โดยการนำเสนอเรื่องราวของบุคคลสำคัญที่เป็นความภูมิใจของคนในพื้นที่ เช่น คุณพาตีเมาะ สะดียามู, ร้อยตรีมุสตากีม มาเจ๊ะมะ และคุณวาเด็ง ปูเต๊ะ (พระสหายแห่งสายบุรี) สิ่งนี้คือการสร้าง “จุดร่วม” ทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของชาติอย่างมีเกียรติ
• นิยามใหม่ของ “มลายูคุณภาพ” (Melayu berkualiti)
การชูคำขวัญที่มุ่งเน้นคุณภาพและศักดิ์ศรี สะท้อนถึงความพยายามของภาคประชาสังคมในการยกระดับการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมให้สอดรับกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต กิจกรรมนี้ไม่ได้มีเพียงความสวยงามของเสื้อผ้า แต่คือการสร้าง พลังอำนาจละมุน ที่ทำให้ปัตตานีได้รับความเคารพผ่านความสงบเรียบร้อยและพลังทางความคิดของคนรุ่นใหม่
• ความไว้วางใจในฐานะรากฐานสันติภาพ
การที่รองประธานสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพออกมาแสดงความขอบคุณหน่วยงานรัฐ เป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อรัฐเปิดพื้นที่และให้เกียรติในคุณค่าที่ประชาชนยึดถือ ความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยและการสร้างมิตรภาพย่อมเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
บทสรุป: บทเรียนสู่อนาคตที่ยั่งยืน
กิจกรรม Melayu Raya 2026 คือบทพิสูจน์ว่า “สันติภาพที่กินได้และสัมผัสได้” เริ่มต้นจากการยอมรับในความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างจริงใจ การปรับกระบวนทัศน์จากการใช้อำนาจนำมาเป็นการใช้ “ความร่วมมือนำ” ระหว่างรัฐ ภาคการเมือง และประชาชน คือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในยุคปัจจุบัน
หากทุกภาคส่วนยังคงรักษา “พื้นที่กลาง” ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจเช่นนี้ไว้ได้ และต่อยอดไปสู่การพูดคุยในมิติอื่นๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการศึกษา เชื่อแน่ว่าภาพรอยยิ้ม ณ หาดวาสุกรีในครั้งนี้ จะไม่ใช่เพียงภาพจำชั่วคราว แต่จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและยั่งยืนสืบไป
24,533 total views, 4 views today

More Stories
CAP ร่วมกับ 21 องค์กรชายแดนใต้ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ อนุทิน จี้หยุด ‘Hate Speech’ คุ้มครองความปลอดภัย-สร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
“กฎโรงเรียน” ต้องไม่ล้ำเส้น “กฎพระเจ้า” ถอดบทเรียนกรณีศึกษาการยึดโทรศัพท์นักเรียนในโรงเรียนสอนศาสนา
สงขลาเตรียมรับ ครม.สัญจร 8-9 มิ.ย. นี้ ภาคประชาชนเตรียมเกาะติด “จะนะเมืองต้นแบบฯ” หลังจบ SEA