อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: เมื่อการตั้งคำถามกลายเป็นความเสี่ยง
ในสังคมประชาธิปไตย “สื่อมวลชน” เปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนความจริงและเป็นกระบอกเสียงที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐแทนประชาชน อย่างไรก็ตาม เนื่องในโอกาส วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day) 3 พฤษภาคม สังคมไทยกลับต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ที่น่ากังวล เมื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของคุณ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย จากสำนักข่าว The Reporters ในการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในคดีสำคัญที่ชายแดนใต้ กลับถูกตอบโต้ด้วยปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และการคุกคามอย่างเป็นระบบ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการโจมตีตัวบุคคล แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่ชี้ให้เห็นว่า “เสรีภาพในการพูด” และ “ความจริง” กำลังถูกทำให้มีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่สังคมจะนิ่งเฉยได้
อธิบาย: สงครามข้อมูลข่าวสารและความรุนแรงเชิงโครงสร้าง
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณฐปณีย์สะท้อนให้เห็นถึงกลไกการใช้อำนาจในยุคดิจิทัลผ่าน 3 มิติสำคัญ ดังนี้:
1. ปฏิบัติการ IO: อาวุธทำลายล้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อคำถามเรื่อง “ใครอยู่เบื้องหลังการลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” พุ่งตรงเข้าสู่โครงสร้างอำนาจ สิ่งที่ตามมาไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจน แต่คือการสร้าง “โลกคู่ขนาน” ผ่านเพจไอโอกว่า 30 แห่ง ที่ประสานงานกันป้ายสีสื่อมวลชนว่าเป็น “นักข่าวโจร” หรือ “โฆษกผู้ก่อความไม่สงบ” นี่คือกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อเปลี่ยนเป้าจาก “ผู้มีอำนาจที่ถูกตรวจสอบ” ไปสู่ “ผู้ตั้งคำถาม” ทำให้สังคมเกิดความสับสนจนความจริงถูกลดทอนน้ำหนักลง
2. การใช้ชาตินิยมทางเพศเป็นเครื่องมือลงโทษผู้หญิง
ความรุนแรงครั้งนี้มีมิติเรื่องเพศสภาพเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อผู้หญิงลุกขึ้นตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจ ระบบกลับตอบโต้ด้วยการโจมตีตัวตนและศักดิ์ศรี เพื่อสร้างแรงกดดันและลดทอนความน่าเชื่อถือของผู้หญิงในพื้นที่สาธารณะ
3. ผลกระทบต่อกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้
การใช้เทคโนโลยี AI และ IO ผลิตข้อมูลบิดเบือนในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ทำลายเพียงชื่อเสียงของสื่อ แต่ยังบั่นทอน “พื้นที่กลาง” ในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน หากเสียงของผู้แสวงหาความจริงถูกทำให้เงียบลง ความหวาดกลัวจะเข้ามาแทนที่ และความขัดแย้งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น
สรุป: ยืนหยัดเคียงข้างความจริง เพื่อสังคมที่เห็นต่างได้
แถลงการณ์ร่วมจากภาคประชาสังคมและนักวิชาการกว่า 30 องค์กร รวมถึงเครือข่ายทางการศึกษาในพื้นที่ จึงเป็นเสียงยืนยันว่า “การตั้งคำถามไม่ใช่ความผิด” แต่เป็นหน้าที่พื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย
ข้อเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการ IO และการผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบและลดการคุกคาม เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษา “ลมหายใจของความจริง”
หากปล่อยให้ความเงียบจากความกลัวกลายเป็นบรรทัดฐาน สื่อมวลชนจะไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจได้อีกต่อไป และสังคมจะสูญเสียกลไกสำคัญในการปกป้องความจริง
การปกป้องเสรีภาพสื่อในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปกป้องบุคคลหนึ่ง แต่คือการปกป้องสิทธิของประชาชนทุกคนในการเข้าถึงความจริง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม
เรียบเรียงโดย:
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
2,573 total views, 2,573 views today

More Stories
กิจกรรม “Melayu Raya 2026” กับกระบวนทัศน์ใหม่ในการปรับกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ “ของหน่วยความมั่นคง
รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา ส่วนหน้า ประชุมติดตามการขับเคลื่อนศูนย์ปฏิบัติการระดับอำเภอเบตง ตามแผนสร้างสันติสุขชายแดนใต้
แม่ทัพภาคที่ 4 ยันเดินหน้า “ซีลชายแดนทุกมิติ” เร่งรัดแผนสร้างรั้วความมั่นคงเพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย