อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี กล่าวหลังเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่งในพื้นที่อำเภอสายบุรี และอำเภอยะหริ่ง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมสั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ว่า
“คุณทำลายทรัพย์สินต่างๆ เท่ากับคุณทำลายชีวิตผู้คนไปด้วย คุณไม่ได้ทำร้ายแค่คนเดียว แต่คุณทำร้ายทั้งครอบครัวเค้า ทำร้ายทั้งจังหวัด
มันควรจะยุติได้แล้ว มันน่าจะเพียงพอได้แล้ว เพราะมันไม่เกิดประโยขน์กับใครทั้งสิ้น มีแต่ทำให้สูญเสีย ไม่ว่าจะชีวิต หรือทรัพย์สิน
โดยเฉพาะเมื่อคุณพุ่งเป้ามาที่เป้าหมายเศรษฐกิจ ที่มาลงทุนกระจายในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด คนที่ได้ประโยชน์โดยตรงคือลูกหลานเรา ที่ถูกจ้างงาน การทำแบบนี้ก็เท่ากับทำลายลูกหลานของเราเอง”
โองการที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน
โองการที่ชัดเจนและมักถูกอ้างถึงในบริบทของการห้ามการก่อวินาศกรรมหรือสร้างความเสียหาย คือ
ซูเราะห์ อัล-มาอิดะฮ์ (Al-Ma’idah) บทที่ 5 โองการที่ 32
“ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้บัญญัติแก่ลูกหลานของอิสรออีลว่า ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยที่เขาไม่ได้ฆ่าชีวิตอื่น หรือไม่ได้ก่อความเสียหายขึ้นในแผ่นดิน ก็เสมือนกับว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล และผู้ใดช่วยรักษาชีวิตหนึ่งไว้ ก็เสมือนกับว่าเขาได้ช่วยรักษาชีวิตมนุษย์ทั้งมวล…”
ความเชื่อมโยงกับสถานการณ์
- การปกป้องชีวิต: โองการนี้วางรากฐานว่าการทำลายชีวิตหนึ่งคนเปรียบเสมือนการทำลายมนุษยชาติทั้งมวล ซึ่งสะท้อนกับคำพูดของท่านผู้ว่าฯ ที่ว่าการทำลายทรัพย์สินคือการทำลายชีวิตและครอบครัวของผู้อื่น
- การห้ามก่อความเสียหาย (Al-Fasad): คำว่า “ก่อความเสียหายในแผ่นดิน” (Fasad fil-ard) ในทางอิสลามครอบคลุมถึงการทำลายสาธารณูปโภค ทรัพย์สินของส่วนรวม และการสร้างความหวาดกลัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นบาปใหญ่
โองการที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบและประโยชน์ของสังคม
นอกจากนี้ ยังมีโองการที่สนับสนุนการสร้างประโยชน์และความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งตรงข้ามกับการทำลายเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อปากท้องของคนในพื้นที่
ซูเราะห์ อัล-กอศอศ (Al-Qasas) บทที่ 28 โองการที่ 77
“…และจงทำความดีเถิด เช่นเดียวกับที่อัลลอฮ์ทรงทำความดีแก่เจ้า และจงอย่าแสวงหาความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงรักบรรดาผู้ก่อความเสียหาย”
บทสรุปทางหลักการ
การที่ท่านผู้ว่าฯ พาตีเมาะ สะดียามู เน้นย้ำเรื่องการทำลายเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น คือการชี้ให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการตัดช่องทางทำมาหากินของพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งขัดกับหลักการที่อิสลามส่งเสริมให้มุสลิมเป็น “ผู้สร้างประโยชน์” (Muslih) ไม่ใช่ “ผู้ก่อความเสียหาย” (Mufsid) เพราะการทำลายโอกาสของลูกหลานในพื้นที่ ก็คือการทำลายอนาคตของชุมชนตนเองตามที่ท่านผู้ว่าฯ ได้กล่าวไว้
1,023 total views, 1,023 views today

More Stories
ไฟใต้ที่ไม่มีใครอยากให้ถึงคิวตนเอง: จดหมายจากหัวใจผู้ประกอบการชายแดนใต้
ทำไมคนในพื้นที่ “ชายแดนใต้” ลุกขึ้นมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ. SEC ทั้งที่จุดโฟกัสหลักของโครงการแลนด์บริดจ์ดูเหมือนจะอยู่ที่ระนองและชุมพร ?
ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎเหล็กความมั่นคง: วิกฤตศรัทธาและความเป็นส่วนตัวในชายแดนใต้