“ดูแลอย่างดี เต่าอัลลิเกเตอร์ ชีวิตดึกดำบรรพ์ที่เหลืออยู่2ตัว ใน จ.สตูล”
https://www.facebook.com/taluikao4/videos/615960028763216/
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจรัญ หลีหมัน เจ้าหน้าที่ประมงน้ำจืด สำนักงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล พาไปดูเต่าอัลลิเกเตอร์ ในบ่อเลี้ยงเต่าในศูนย์ฯ โดยเต่าอัลลิเกเตอร์ นอนเงียบๆอยู่ในน้ำจืด โดยลักษณะเต่าอัลลิเกเตอร์ แตกต่างเต่าไทยและตัวอื่นๆอย่างมาก ซึ่งมีสภาพคลายสัตว์ดึกดำบรรพ์
ด้านนายจรัญ หลีหมัน เจ้าหน้าที่ประมงน้ำจืดฯ กล่าวว่า เต่าอัลลิเกเตอร์ เป็นการส่งต่อมาจากเจ้าหน้าที่ระหว่างชายแดนที่ผู้รู้นำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย แต่ไม่ผ่านในเรื่องนำเข้าจึงได้นำมาเลี้ยงดูแลต่อที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้ ส่วนการที่ประชาชนจะเข้ามาดูศึกษาได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ในช่วงเวลาราชการ ส่วนการเลี้ยงดูเราให้ของสดคือปลาเลี้ยงดูแลเขามา
เต่าอัลลิเกเตอร์เป็นเต่าน้ำจืดที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีอาวุธคือพลังกรามกัดชนิดดุเดือดและรุนแรง โดยประมาณว่าเต่าขนาดตัว 1 ฟุต จะมีอัตราแรงกัดมากถึง 1,000 ปอนด์ ด้วยแรงขนาดนี้เมื่อจัดอันดับสารพัดสัตว์ในโลกถือว่ามีแรงกัดเป็นอันดับ 3 ของโลกเป็นรองจากจระเข้น้ำเค็ม และไฮยีน่า การกัดของอัลลิเกเตอร์ จะกัดแล้วล็อค อย่าได้คิดจะง้างปากเต่าออกเชียวหากคุณโดนกัด เพราะคุณไม่ได้รับสิทธิ์นั้น
ลักษณะรูปร่างของเต่าอัลลิเกเตอร์ มีหัวใหญ่ตัน ขากรรไกรเหมือนจะงอยปาก ส่วนกระดองยาวหนามีสันแหลม สีกระดองเป็นสีเทาเข้ม น้ำตาล หรือดำ บางทีอาจจะพบสีเขียวมะกอกเข้ม หลายครั้งอาจจะพบมีตะไคร่น้ำเกาะกระดอง เป็นวิธีการพรางตัวอย่างหนึ่งของเต่า ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ตัวผู้จะมีน้ำหนักมากสุดได้ 80 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียจะมีน้ำหนักประมาณ 23 กิโลกรัม สามารถแยกเพศของเต่าได้จากการสังเกตุความหนาของโคนหาง ที่ตัวผู้จะมีโคนหางหนากว่าตัวเมีย สาเหตุที่หนากว่าเพราะมันเป็นที่ซ่อนของอวัยวะสืบพันธุ์นั่นเอง เต่าอัลลิเกเตอร์จะอาศัยในแหล่งน้ำจืด วิธีการหาอาหารของมันคือการอ้าปาก ความลับอยู่ที่ลิ้นค่ะ เต่าอัลลิเกเตอร์มีลิ้น 2 แฉกที่ปลายลิ้นมีสีแดงระเรื่อ ที่จะหลอกล่อปลาให้เข้าใจผิดว่าเป็นหนอน เมื่อปลาว่ายน้ำมาเพื่อกินหนอน
ทีมข่าว ตะลุยข่าว 4 ภาค รายงาน
1,739 total views, 4 views today

More Stories
พลังเยาวชนจริยธรรม ฯ จะนะ! ผนึกกำลัง สป.กห. ปลุกชีพ “ส้มจุก” สู่ Soft Power สร้างเศรษฐกิจใหม่ภาคใต้ ท่ามกลางผู้เข้าร่วม 1,000 คน
นายอำเภอเบตง เยี่ยมชมการดำเนินงานของผู้ประกอบสวนทุเรียน กม.16 ตำบลตาเนาะแมเราะ พร้อมรณรงค์ส่งเสริมการทำเกษตรสีเขียว (Green Agriculture) ระบบการเกษตรที่เน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เกิดเหตุไฟไหม้ป่าหญ้าและสวนทุเรียนเพิ่งปลูกของชาวบ้าน เสียหาย 5 ไร่ ด้านนายกเทศมนตรีเมืองเบตงขอความร่วมมือชาวบ้านพี่น้องเกษตรกร งดการเผาในช่วงหน้าแล้ง