มกราคม 29, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

2569: ควรเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่การเมืองสร้างสรรค์ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” เลือกตั้งและประชามติ

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: รอยต่อสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย
       เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ปี 2569 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่เข้มข้นด้วยการปะทะทางความคิดระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายเสรีนิยมก้าวหน้า ท่ามกลางกระแสวาทกรรมที่รุนแรงและข่าวลือที่แพร่กระจาย การเลือกตั้งและประชามติในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการเลือกขั้วอำนาจ แต่คือการ “เลือกหลักการ” เพื่อวางรากฐานใหม่ให้กับบ้านเมืองที่ต้องการการพัฒนาร่วมกัน โดยมีหัวใจสำคัญคือการมองข้ามความเกลียดชังเพื่อรักษาเป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคืออนาคตของประเทศ

กฎทองแห่งความต่างและการสร้างสมดุลใหม่
“เราจะร่วมมือกันในสิ่งที่เราเห็นพ้อง และเราจะผ่อนปรนให้กันในสิ่งที่เราเห็นต่าง”

ในสถานการณ์ที่ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย หลักการทางสายกลางที่ว่า “เราจะร่วมมือกันในสิ่งที่เราเห็นพ้อง และเราจะผ่อนปรนให้กันในสิ่งที่เราเห็นต่าง” หรือพูดง่ายๆ แตกต่างแต่ไม่แตกแยก คือเข็มทิศทางการเมืองที่สำคัญ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทปี 69 ได้ดังนี้:

  • การหาจุดร่วม (Common Ground): แม้จุดยืนทางการเมืองจะต่างกัน แต่ทุกฝ่ายล้วนมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างเสถียรภาพ การทำงานแบบมุ่งเป้าหมาย (Goal-Oriented) จะช่วยให้ประเทศเดินหน้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาวงจรการรัฐประหารแบบเดิม
  • การบริหารความต่าง (Tolerance in Diversity): การเลือกตั้งปี 69 ที่ไม่มี สว. มากำหนดทิศทางโหวตนายกฯ ทำให้เสียงของประชาชนมีน้ำหนักสูงสุด การเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในประเด็นประชามติควรเป็นเรื่องของ “ดุลพินิจ” ไม่ใช่เหตุให้โกรธแค้นหรือดูถูกกัน เราต้องเปลี่ยนจาก “ศัตรู” ให้เป็น “คู่ขนานทางการเมือง” ที่พร้อมพูดคุยในพื้นที่ปลอดภัย

ศีลธรรม อมานะห์ และความท้าทายของพลเมือง
ท่ามกลางการปะทะกันของอุดมการณ์ มีประเด็นที่คนไทยทุกคนต้องยึดมั่นเป็นบรรทัดฐานเดียวกันโดยไม่มีข้อยกเว้น:

  • ริชวะห์ (สินบน) คือ “บาปใหญ่”: ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด การทุจริตหรือการซื้อสิทธิ์ขายเสียงคือสิ่งที่เป็นความผิดโดยธรรมชาติ (Mala in se) และไม่มีพื้นที่สำหรับการตีความเพื่อสร้างความชอบธรรม การยำเกรงต่อพระเจ้าและซื่อสัตย์ต่อ “อมานะห์” (ความไว้วางใจ) คือเกราะป้องกันการเมืองที่เสื่อมทราม
  • เห็นชอบด้วยความรับผิดชอบ: หากเราตัดสินใจ “เห็นชอบ” ต่อประเด็นใดในประชามติ จะต้องเป็นการเห็นชอบที่มาพร้อมกับการกำกับและตรวจสอบ ไม่ใช่การมอบอำนาจเช็คเปล่าให้ใครคนใดคนหนึ่ง พลเมืองต้องไม่กลัวเสียงของประชาชนจนลืมที่จะกลัวปัญหาในอนาคตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
  • การรับมือกับสงครามข่าวสาร: ในปี 2569 เฟคนิวส์จะเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม การเมืองที่สร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเลือก “ข้อเท็จจริง” เหนือ “อารมณ์” และไม่ตกเป็นเครื่องมือของวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง

สรุป: จากความขัดแย้งสู่พลังบวก (Synergy)
      สถานการณ์ปี 2569 คือโอกาสทองที่คนไทยจะเปลี่ยนความขัดแย้ง (Conflict) ให้เป็นพลังบวก การเมืองเชิงนโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาระดับโครงสร้างจะช่วยสร้างความมั่นคงในสังคมพหุวัฒนธรรมได้ดีกว่าการโจมตีตัวบุคคล
“กฎทอง” นี้เรียกร้องให้เราวางทิฐิส่วนตัวลง แล้วยกผลประโยชน์ส่วนรวมขึ้นตั้ง เพื่อให้ความต่างในรายละเอียดไม่กลายเป็นอุปสรรคในการสร้างชาติร่วมกัน หากเราทุกคนก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวังและความบริสุทธิ์ใจ การเมืองไทยจะสามารถบรรลุ “สมดุลใหม่” ที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

 1,715 total views,  2 views today