Breaking News
Download http://bigtheme.net/joomla Free Templates Joomla! 3
Home / คอลัมน์ / #เกาะติดCovid-19 :การพาดหัวข่าวต้องไม่ซ้ำเติมปัญหา “จรรยาบรรณสื่อที่ควรตระหนัก”

#เกาะติดCovid-19 :การพาดหัวข่าวต้องไม่ซ้ำเติมปัญหา “จรรยาบรรณสื่อที่ควรตระหนัก”

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)Shukur2003@yahoo.co.uk
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

หลังจากมีข่าวว่านักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ประเทศปากีสถาน จะกลับไทยซึ่งภูมิลำเนาเขาส่วนใหญ่เป็นมุสลิม(ทุกคน)อยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสื่อหนึ่ง “เรื่องเล่าเช้านี้”จากส่วนกลางพาดหัวข่าวอย่างไร้จรรยาบรรณยิ่งด้วยการใช้คำว่า
“ชายแดนใต้ขวัญผวา!กักตัวนศ.111ชีวิต กลับจากปากีสถาน หวั่นแพร่ระบาดโควิด-19 “ ผลการพาดหัวข่าวดังกล่าวหากดูคอมเมนท์จำนวนมากทำให้ คนไทยที่ไม่ใช่คนพื้นที่ (ไม่ใช่ทั้งหมด) กล่าวคำไม่สุภาพ ดูถูก เหยียดหยาม นศ.เหล่านี้ ต่างๆนานา บางส่วนไม่รวมคนช่วยเหลือ อีกหลายคนก็เข้าใจ สถานการณ์ ไม่เหมารวม และกล่าวโทษ การพาดหัวข่าวดังกล่าว รับฟังข่าวอย่างมีสติ รับทราบการรายงานข่าวจากส่วนราชการว่าได้มีมาตราการการป้องกัน การกักตัวตามมาตรฐานทางการการแพทย์ รับทราบข่าวที่น้องๆนศ.ยอมปฏิบัติตามทุกขั้นตอนที่รัฐกำหนด
ผู้เขียนขอนำความรู้สึกที่น้องนักศึกษาคนหนึ่ง
ขอสงวนนาม น้องจากนักศึกษา จาก
คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอาหรับ
มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ อิสลามาบัด
(International islamamic university Islamabad, Pakistan -IIUI)
น้องได้กรุณาอธิบาย (ซึ่งผู้เขียนได้พูดคุยกับเขาและขออนุญาตลงในสื่อเพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้เข้าใจมากขึ้น) ”

ไม่ต้องผวาพวกเราหรอกครับ พวกเรากลับมีหนังสือ Fit to fly และหนังสือรับรองจากสถานทูตก่อนจะบินกลับ กลับอย่างถูกกฏหมาย และทำตามมาตราการของรัฐบาลและทำตามคณะที่เกี่ยวข้องที่ได้เตรียมไว้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นแหละ ที่รู้ที่มาที่ไปของพวกเราดี ข่าวบางข่าว และเพจบางเพจ เขียนเชิงลบ ทำให้ผู้อ่านและฟังข่าว เข้าใจเราผิด อยากจะเเจ้งให้ทราบว่า

ประเทศปากีสถานยังไม่ได้รุนแรง พอๆกับประเทศไทยนี่แหละ และเมืองที่ผมเรียนอยู่ยังไม่ได้จัดเป็นเมืองที่เสี่ยง หลังจากที่รัฐบาลปากีสถาน ประกาศปิดเมือง Lockdown ทำให้ยมหาวิทยาลัย(University)ต้องปิดไปด้วย (ปิดยาว) ทางมหาวิทยาลัยสั่งให้นศ.ปากีสถานกลับบ้าน และให้นศ.ต่างประเทศ กักตัวอยู่หอพักใน กักตัวก่อนจะบินกลับนานกว่าสองสัปดาห์ ซึ่งมีทีมแพทย์ค่อยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และมีผู้คุมหอพักโดยมีกฏ ห้ามออกไปข้างนอก และคนนอกก็ห้ามเข้า นศ.ต้องสวม Mask หากมีอะไรต้องการ ให้แจ้งผู้คุมหอ แล้วเขาจะจัดมาให้

ก่อนบินกลับที่สนามบินปากีสถานมีการคัดกรอง ตรวจไข้ และตรวจหนังสือ Fit to fry ถ้าใครไม่มีหนังสือนี้ เขาจะไม่ให้เช็คอิน ซึ่งที่ผมเห็นเจ้าหน้าที่เขาตรวจเข้มมากๆ มีชาวต่างชาติไม่มีหนังสือ Fit to Fly เข้าไม่ให้เช็คอิน

พอถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็มีทีมแพทย์ไทยคัดกรองตรวจเข้มมาก ตรวจไข้ ตรวจเอกสาร ใครที่มีอุณหภูมิร่างกายสูง เจ้าหน้าที่ก็จะตรวจอย่างละเอียดอีกที ก่อนจะเข้า ตม.

จากนั้นก็มีทีมพี่ๆ จาก AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รอรับพวกเราที่ทางออกของสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วไปส่งพวกเราที่สำนักงานบริษัท AOT เพื่อแยกส่งกลับตามจังหวัดต่างๆ โดยใช้รถบัส คันละ20คน ซึ่งบริษัท AOT พี่ๆเจ้าหน้าที่ใจดีทุกคน ขนาดพาพวกเรากลับระหว่างทาง ยังจับดู ติดตาม GPS ว่าคนขับรถบัสได้จอดที่ไหนบ้าง ขับเร็วไหม คือผมจะบอกว่าเขาใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อความปลอดภัย

พอเข้าเขตจังหวัดปัตตานีก็มีพี่ๆตำรวจนำขบวน ส่งตามสถานที่ที่ทาง อบจ.ได้เตรียมที่คัดกรองไว้ และต่อมาส่งต่อที่สถานที่ที่ทางผู้ว่าราชการและ ทางอบจ. ได้เตรียมไว้ เพื่อกักตัว14วัน ตามมาตราการ LOCAL QUARANTINE

และพวกเรานศ.ไทย จากประเทศปากีสถาน ทั้งปัตตานี ยะลา นราธิวาสและจังหวัดอื่นๆ พร้อมปฏิบัติการตามมาตราการ เพื่อความสบายใจทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและประชาชนทั้งประเทศ แม้พวกเราไม่มีใครติดเชื้อก็ตาม แต่ยินดีที่จะกักตัวเพื่อชาติ

พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งจาก พ่อแม่พี่น้อง รับข่าวข่าวดีๆ”
มีหลายคนเข้าใจผิด หลายคอมเมนต์ มองว่า นศ.นี้ไปเรียนศาสนาเท่านั้น น้องเขาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า

ความเป็นจริง

พวกเรานศ.ไทย IIUI ไม่มีใครได้ทุนจากรัฐ
เราเอาทุนจากพ่อแม่ อันนี้ที่เห็นในข่าว ไม่รู้เขาเขียนแบบนั้นไปทำไม และพวกเราเรียนคณะแตกต่างกัน มีทั้ง Economic, Translation, Arabic Language, Education, Computer science, ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, จิตวิทยา ฯลฯแต่ทุกศาสตร์จะบูรณาการกับอิสลามศึกษาไม่ได้เรียนด้านศาสนาอย่างเดียวนะครับใครจะมองอย่างเราอย่างไรช่างเขา
เราจะทำหน้าที่กักตัวตามที่รัฐวางไว้ให้ที่ดีสุด”
มีอะไรจะฝากเพิ่มเติม “พวกเราได้กลับบ้านก็จริงแต่ยังไม่ถึงบ้าน ยังไม่เจอพ่อกับแม่ และสมาชิกครอบครัวด้วย เรามากักตัว 14วัน ด้วยความยินดี ก่อนกลับถึงบ้าน ครบกำหนดแล้วค่อยกลับบ้านกัน

ขอขอบคุณอย่างยิ่งทุกๆคณะที่ทำให้คนไทยได้กลับบ้าน
ขอบคุณ Royal Thai Embassy Islamabad ที่ค่อยชี้แนะ ว่าควรกลับบ้าน และอำนวยความสะดวกในการกลับบ้านครั้งนี้
ขอบคุณ Thai Airways ที่ยังเปิดโอกาสให้มีเที่ยวบิน
ขอบคุณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่อำนวยความสะดวก และประสานงานกับทุกฝ่าย
ขอบคุณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ที่เตรียมสถานที่ สำหรับการกักตัวของพวกเรา ตามจังหวัดต่างๆ
ขอบคุณ กระทรวงสาธารณสุข ที่ส่งทีมแพทย์ค่อยเฝ้าระวัง
และขอบคุณทุกๆคณะผู้ที่เกี่ยวข้อง ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย”

การพาดหัวข่าวแบบนี้ยังมีอีกถ้าติดตามข่าวช่วงนี้ จากMtoday อันทำให้คนในพื้นที่ไม่พอใจ อันเป็นการพาดหัวข่าวเอามัน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มเชื้อไฟ (มีแค่บางสื่อเท่านั้นและผมเคยเตือนส่วนตัวแล้วแต่เกิดอีกจำเป็นต้องโพส )
โปรดดู
1. https://www.mtoday.co.th/49234
2. https://www.mtoday.co.th/49116
ทั้งๆในพื้นที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อย่างไม่เคยมีประวัติศาสตร์ขนาดนี้มาก่อน(อาจจะมีแค่ส่วนน้อย)ไม่ว่า บาบอ บอมอ อบต. ศอ.บต. มูดอ ตูวอ https://www.facebook.com/100004771265450/posts/1558545254314502/?d=n

About Oxegen

Check Also

อิสลามกับประชาธิปไตย (1) : ประชาธิปไตยเป็นกาฟิร !

ดร.ฆอซาลี เบ็ญห …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *