Breaking News
Download http://bigtheme.net/joomla Free Templates Joomla! 3
Home / ข่าวรอบวัน / ผบ.ทบ.ลงบินใต้ตรวจเยี่ยมโครงการพาคนกลับบ้าน บูรณาการคืนสันติสุขสู่ จชต.

ผบ.ทบ.ลงบินใต้ตรวจเยี่ยมโครงการพาคนกลับบ้าน บูรณาการคืนสันติสุขสู่ จชต.

ที่ ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะ เดินทางลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการพาคนกลับบ้าน ในชื่อกิจกรรม “คืนความรักสู่ครอบครัว”ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดขึ้นเพื่อ เปิดโอกาสให้บุคคลที่เคยต่อสู้กับรัฐด้วยวิธีรุนแรงกลับมาร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธี เพื่อหนุนเสริมกระบวนการการพูดคุยสันติสุขในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้พบปะพี่น้องที่ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีต่อพี่น้องสมาชิกโครงการ “พาคนกลับบ้าน” ที่ประกาศเจตนารมณ์มาร่วมสร้างสันติสุขในพื้นที่ รวมทั้งพบปะผู้นำศาสนาผู้นำท้องถิ่นและท้องที่ พี่น้องไทยพุทธรวมถึงสมาชิกพาคนกลับบ้าน  พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมนิทรรศการการปฏิบัติงานในโครงการพาคนกลับบ้าน จากหน่วยงานต่างๆ (1 ก.พ.61 )

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ร่วมพิธีมอบอาวุธปืน จากสมาชิกพาคนกลับบ้านและได้ร่วมกล่าวปฏิญาณตน เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตในสังคมต่อไป โดยมี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา และพลังมวลชนกว่า 1,000 คน ร่วมให้การต้อนรับ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใดผู้คนในสังคมย่องมีความคิดเห็นมุมมองและทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการพูดคุยสร้างความเข้าใจและยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะบนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ ที่ซึ่งได้ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเลือดเนื้อของบรรพบุรุษพวกเราทุกคน จากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ที่ได้เสียสละร่วมกันปกปักรักษาเพื่อให้เราและลูกหลานได้มีแผ่นดินที่มีอิสรเสรีภาพ มีความร่มเย็นอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ หากเรายังคงหยิบอาวุธมาต่อสู้ประหัตประหารซึ่งกันและกัน ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์คนที่เรารักลูกหลานที่ไม่เกี่ยวข้องต้องเสียชีวิตเลือดเนื้อ เพราะเพียงความเห็นที่ขัดแย้งและแตกต่างกันเท่านั้น ทั้งนี้เราทุกคนจะเห็นได้ว่าการต่อสู้กันเองของคนในชาติ ไม่เคยมีคำว่าชนะมีแต่เพียงคำว่าความพ่ายแพ้มีแต่คำว่าสูญเสีย ซึ่งหนทางเดียวที่จะนำพาความสงบสุขมาสู่พื้นที่ให้พี่น้องได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อยู่กับครอบครัวดูแลลูกหลานช่วยกันทำนุบำรุงดูแลและเผยแพร่ศาสนาที่ทุกท่านเคารพนับถือ ช่วยกันสร้างความเจริญให้ชุมชนและสังคมของเรา คือการยุติความรุนแรงหันหน้าเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ดังที่ท่านกำลังทำอยู่ ขอให้ทุกท่านได้เชื่อมั่นในกลไกและกระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐ ที่มีความจริงใจและปรารถนาจะแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับทุกคน ทั้งนี้ขอฝากไปยังพี่น้องที่ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างหรืออาจหลงผิดไป ขอให้ยุติบทบาทใช้ความรุนแรงมาร่วมกันพัฒนาชาติให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา และเชื่อมั่นว่าหากเราทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว พื้นที่แห่งนี้จะเกิดความสันติมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป

สำหรับโครงการพาคนกลับบ้าน เป็นโครงการที่ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี ในการช่วยเหลือดูแลผู้ที่เคยจับอาวุธต่อสู้กับรัฐและได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติเข้ามาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หรือยุติการต่อสู้ รวมทั้งกลุ่มที่ผ่านการดำเนินคดีด้านความมั่นคงหรือผู้หวาดระแวงไม่กล้าอยู่ในพื้นที่ ให้ได้กลับคืนสู่สังคมอยู่ร่วมกับคนส่วนใหญ่ได้อย่างปกติสุข ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระบวนการทางกฎหมาย การพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงต้องบุราณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดส่งผลต่อการลดจำนวนเหตุความรุนแรงก่อเกิดสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ด้าน นายหากีม บือราเฮง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่149/2 หมู่ 5 ตำบลบันนังสาเรง อำเภอเมือง จังหวัดยะลาหนึ่งในสมาชิกในโครงการพาคนกลับบ้าน เปิดเผยว่า ตนเองก่อเหตุและถูกคดีความมั่นคง ในปี 2548 และได้เข้ากระบวนการยุติธรรม คดีสิ้นสุด ยกฟ้องหลังจากนั้น เมื่อตนเองเจอด่านตรวจทางเจ้าหน้าที่ก็ตรวจบัตรประชาชนก็ยังมีแบล็คลิสท์อยู่ ก็เลยไปปรึกษาสอบถามเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งว่าต้องเข้ากระบวนการ ทั้ง 6 กระบวนการ คือกระบวนการที่ 6 ตนเองก็ได้เข้ากระบวนการทั้ง 6 แล้ว ซึ่งตอนนี้ก็อยู่บ้านเรียบร้อยแล้ว จึงได้เข้าร่วมในวันนี้

เพราะว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่เขาจัดตั้ง ตั้งแต่ระดับ 1 จนถึง 6 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนเองเชิญชวนให้พวกเขาคิดเองตราบใดที่เรามีทางเลือกเราจะเลือกไหมแค่นั้น ในส่วนของตนเองนั้น ตนเองเลือกในทางนี้เพราะว่าตนเองมีลูก มีเมีย ที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ตนเองถูกคดีตอนนั้นไม่เกี่ยวกับลูก เมีย ก็ขอให้ยุติแค่ตนเองก็พอ จะเอายังไงก็ได้ “นายหากีม กล่าว

ภาพ.ข่าว.อับดุลหาดี เจ๊ะยอ SPMCNEWS ยะลา

About Oxegen

Check Also

ศอ.บต.เคลื่อนที่ กิจกรรม “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” บำบำทุกข์ บำรุงสุข เพื่อประชาชน

วันที่ 22 กุมภา …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *