วันศุกร์ , พฤศจิกายน 15 2019
Breaking News
Download http://bigtheme.net/joomla Free Templates Joomla! 3
Home / คอลัมน์ / * ว่าด้วยเรื่อง:การเยี่ยมเยียนผู้ป่วยต่างศาสนิก * ปัจจุบันมุสลิมอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย

* ว่าด้วยเรื่อง:การเยี่ยมเยียนผู้ป่วยต่างศาสนิก * ปัจจุบันมุสลิมอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย

ทีบทความของลูกศิษย์จากโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์ อดีตนายกสมาคมนักเรียนไทย ณ กรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปัจจุบันทำงานด้านกิจการฮัจญ์ของกระทรวงมหาดไทย อุสตาซอิสมาอีล สิงหาด


อุสตาซอิสมาอีล สิงหาด อดีตนายกสมาคมนักเรียนไทย ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ แปลจาก
เลขคำถาม : 4663 เมื่อวันที่ 07/07/2003
ตอบโดย : ศาสตราจารย์ ดร. อะหมัด อัฏฏัยยิบ
อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านโดยเฉพาะมุสลิมเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม (เช่นการเยี่ยมเยี่ยมนายคณากร ผู้พิพากษายะลาชื่อดังของคณะประธานสำนักจุฬาราชมนตรีเมื่อเร็วๆนี้)ซึ่งข้อเขียนดังกล่าวมีดังนี้

   (แฟ้มภาพ ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ประธานสำนักจุฬาราชมนตรีราชมนตรี(ส่วนหน้า)และคณะฯ เข้าเยี่ยม นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาล จังหวัดยะลา ณ โรงพยาบาลศูนย์ ยะลา)

» คำถาม : ฉันมีเพื่อนที่ทำงานต่างศาสนิกหลายคน
ดังนั้นตามหลักศาสนาแล้วอนุญาตให้ฉันไปเยี่ยม
เยียนเพื่อนๆ ฉันหากพวกเขาป่วย ,ร่วมไว้อาลัย หาก
เกิดภัยต่างๆ (เสียชีวิต) , ร่วมส่งศพ หรืออวยพรใน
วันเทศกาลต่าง ๆ ของพวกเขา ได้หรือไม่? และ
อนุญาตให้ฉันคบเพื่อนต่างศาสนิกได้หรือไม่ ?

» คำตอบ : ศาสนาอิสลามได้สนับสนุนให้เราคบหา
สมาคมที่ดีกับพี่น้องมุสลิมและต่างศาสนิก และไม่ได้
สั่งห้ามให้สร้างความรักต่อพี่น้องต่างศาสนิก เพราะ
อัลลอฮตสอาลาทรงตรัสไว้ในอัลกุรอ่าน บทหนึ่งว่า:

« لا ينهاكم الله عن الذين لم يقاتلوكم في الدين ولم يخرجوكم من دياركم أن تبروهم وتقسطوا إليهم إن الله يحب المقسطين » [ الممتحنة : 8] ความว่า :« อัลลอฮมิได้ทรงห้ามพวกเจ้าเกี่ยวกับ
บรรดาผู้ที่มิได้ต่อต้านพวกเจ้าในเรื่องศาสนา และ
พวกเขามิได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากบ้านเรือนของพวกเจ้า ในการที่พวกเจ้าจะทำความดีแก่พวกเขา
และให้ความยุติธรรมแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮทรง
รักผู้มีความยุติธรรม »

ฉะนั้น ตราบใดที่มีบุคคลที่คุณต้องการเป็นเพื่อนกับ
เขาที่ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งจากบุคคลที่อัลลอฺฮทรงสั่งห้าม ดังนั้น ถือว่าไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใดที่จะคบเขา
เป็นเพื่อนมิตรสหาย , เยี่ยมเยียนเขาเมื่อเขาไม่สบาย
ตามหลักศาสนา เนื่องจากมีฮาดิษที่รายงานจากท่าน
อนัส -รอฎิยัลลอฮุอันฮุ- กล่าวว่า :”มีทาสคนหนึ่งเป็น
ชาวยิวที่คิตมัต( รับใช้) ท่านนบีมุหัมหมัด ไม่สบาย
แล้วท่านนบีมุหัมหมัดได้ไปเยี่ยมเยียนเขา และได้นั่ง
พร้อมกล่าวแก่เขา(ทาส) ว่า :” จงน้อมรับในศาสนา
อิสลามเถิด” ทันใดเขาก็มองไปยังพ่อของเขา แล้วพ่อของเขากล่าวขึ้นว่า :” จงเชื่อฟังอาบู กอเซ็ม
(ท่านนบีมุหัมหมัด) ” เขาจึงรับอิสลามทันที แล้วนบี
มุหัมหมัดก็เดินออกไป ในสภาพที่กล่าวว่า :
” มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิของอัลลอฮผู้ทรง
ทำให้เขา(ทาส)รอดพ้นจากไฟนรก ”

» บรรดานักวิชาการศาสนาจึงได้นำฮาดิษข้างต้น
มาเป็นหลักฐานว่า อนุญาตเยี่ยมเยียนผู้ป่วยที่ไม่ใช่
มุสลิม ไม่ว่าจะเป็น คริสต์ , ยิว , หรือ พุทธ
และไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใดตามหลักศาสนาอิสลาม
ในการที่คุณเยี่ยมเยียนเพื่อนในขณะที่ป่วยหรือปกติ
เช่นเดียวกันอัลลอฮไม่ได้ทรงสั่งห้ามคุณให้ทำความ
ต่อเขา , ไว้อาลัยกับเขา เมื่อเขาประสบภัยร้าย หรือ
ร่วมส่งศพ
» ดังนั้นที่กล่าวมาข้างต้นนั้นถือว่าอนุญาต
ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าอิสลามเป็นศาสนาที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
และให้เกียตริต่อบุคคลอื่น ถึงแม้พวกเขามีหลักศรัท
ธาเชื่อมั่นแตกต่างจากเราก็ตาม

والله أعلم بالصواب
ถอดความ : อิสมาอีล สิงหาด
วันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2562
ที่มา : เว็ปไซด์ดารุลอิฟตะห์
แห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์

“ประเทศไทย” สังคมพหุวัฒนธรรม

About Oxegen

Check Also

ถอดบทเรียนลำพะยา เพื่อการปกป้องพลเรือน นางสาวอัญชณา (มุมตัส)หีมมินะ กลุ่มด้วยใจ

ก่อนอื่นต้องขอแ …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *